เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิต เร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่ หลังถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย-ลักลอบขายสินค้าหนีภาษี
Finance สรรพสามิต เร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่ หลังถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย-ลักลอบขายสินค้าหนีภาษี
อิชิตันโหมเครื่องดื่มโค้งท้าย ผนึกไทยโคโค่ผุดสินค้าใหม่
Business อิชิตันโหมเครื่องดื่มโค้งท้าย ผนึกไทยโคโค่ผุดสินค้าใหม่
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
อนุทิน มั่นใจเป็นรัฐบาล 1 ปี GDP ดีขึ้น ย้ำยังไร้สัญญาณปรับ ครม.
Politics อนุทิน มั่นใจเป็นรัฐบาล 1 ปี GDP ดีขึ้น ย้ำยังไร้สัญญาณปรับ ครม.
ททท. จับมือ FLYNOW ขับเคลื่อน Soft Power แดนใต้ ผสานแฟชั่น–วัฒนธรรมสู่เส้นทางท่องเที่ยว
Business ททท. จับมือ FLYNOW ขับเคลื่อน Soft Power แดนใต้ ผสานแฟชั่น–วัฒนธรรมสู่เส้นทางท่องเที่ยว
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
ม.หอการค้าฯ หวั่น ‘ฟองสบู่ AI’ ทำศก.ไทยสะดุด 1.17 แสนล้าน
Economic ม.หอการค้าฯ หวั่น ‘ฟองสบู่ AI’ ทำศก.ไทยสะดุด 1.17 แสนล้าน
ภูมิธรรมซัดส้ม ไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง เตือนไม่ฟัง! เขากระโดง-ฮั้ว สว.จบ หากยกให้ พท.
Politics ภูมิธรรมซัดส้ม ไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง เตือนไม่ฟัง! เขากระโดง-ฮั้ว สว.จบ หากยกให้ พท.
สมาคมนักข่าวฯ อบรม“AI For Journalists” หลักสูตรพื้นฐานยกระดับการใช้งาน AI นักข่าวภูมิภาค
Biz Movement สมาคมนักข่าวฯ อบรม“AI For Journalists” หลักสูตรพื้นฐานยกระดับการใช้งาน AI นักข่าวภูมิภาค
รัฐบาล ไร้งบโครงการใหม่ช่วย ‘กัมพูชา’ แจง 18 ล้านดอกเบี้ยสัญญาเดิม
Politics รัฐบาล ไร้งบโครงการใหม่ช่วย ‘กัมพูชา’ แจง 18 ล้านดอกเบี้ยสัญญาเดิม
ดูทั้งหมด

สหรัฐชะลอเก็บภาษีนำเข้าจากจีน ขณะที่ตลาดพันธบัตรสหรัฐ ส่งสัญญาณศก.ถดถอย

16 ส.ค. 2562 | 18:08น.
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเปิดตลาดในวันอังคาร (13/8) ทีี่ระดับ 30.80/82 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (9/8) ที่ระดับ 30.72/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วงกลางสัปดาห์สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ได้ประกาศชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน จากเดิมจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เดือนกันยายน เลื่อนไปมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ธันวาคม พร้อมทั้งถอดถอนสินค้าบางประเภทออกจากบัญชีรายการสินค้าที่จะถูกเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่ ขณะที่นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีของจีน ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ และนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) โดยทั้งสองฝ่ายจะมีการเจรจาการค้าครั้งถัดไปในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ส่งผลให้ตลาดคลายความวิตกกังวลลงชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม ตลาดพันตธบัตรสหรัฐเกิดสภาวะ Inversion (การที่อัตราผลตอบแทนระยะสั้นสูงกว่าระยะยาว) ของเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่นักลงทุนใช้ในการพิจารณาจึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยสัญญาณดังกล่าวเกิดจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปีอยู่ที่ระดับร้อยละ 1.630 เป็นระดับที่สูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งอยู่ที่ระดับร้อยละ 1.623 นอกจากนี้ระหว่างสัปดาห์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ร่วงลงมาแตะระดับที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่ร้อยละ 1.6923 ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้มีทิศทางที่ดีขึ้น โดยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนกรกฎาคมเมื่อเทียบรายเดือน และดัชนีราคาผู้บริโภคขั้นพื้นฐาน (Cove CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนกรกฎาคม รวมถึงยอดค้าปลีก (Retail Sales) เติบโตขึ้น 0.7% และยอดค้าปลีกที่ไม่รวมอุตสาหกรรมรถยนต์ (Core Retail Sales) เพิ่มขึ้น 1.0% อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือนหน้า (17-18 กันยายน) ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าเฟดจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมครั้งนี้

สำหรับปัจจัยในประเทศไทยนั้น นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการ ครม.เศรษฐกิจ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจนัดแรก (ครม.เศรษฐกิจ) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานว่า ที่ประชุมตั้งเป้าผลักดันอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 3% จากช่วงคาดการณ์ 2.7-3.2% ก่อนขยายตัวเพิ่มเป็น 3.5% ในปี 63 ซึ่งการประชุม ครม.เศรษฐกิจครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในช่วงวันที่ 30 ส.ค.-2 ก.ย. 62 โดยจะพิจารณามาตรการดึงดูดการลงทุน และมาตรการกระตุ้นการส่งออก ทั้งนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 30.77-0.94 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (16/8) ที่ระดับ 30.87/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในวันอังคาร (13/8) ที่ระดับ 1.1204/05 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (9/8) ที่ระดับ 1.1205/06 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยในช่วงกลางสัปดาห์ สกุลเงินยูโรได้รับแรงกดดันหลังจากยูโรสแตทเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ตัวเลข GDP ของยูโรโซนขยายตัวเพียง 0.2% ในไตรมาส 2 เมื่อเทียบรายไตรมาส ซึ่งชะลอตัวลงจากไตรมาสแรกที่มีการขยายตัว 0.4% โดยได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า รวมทั้งความไม่แน่นอนกรณีการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)

ในขณะที่ทางด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยว่า GDP ไตรมาส 2 หดตัวลง 0.1% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2561 อันเนื่องมาจากการส่งออกที่ทรุดตัวลง และผลกระทบจากข้อพิพาทการค้า นอกจากนี้กรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) นายโอลลี่ เรห์น ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักพิมพ์ The Wall Street Journal ว่าเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง เป็นการกระตุ้นให้ ECB ต้องเร่งดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการเข้าซื้อสินทรัพย์เพิ่มเติมผ่านมาตรการ Asset Purchase Programme (APP) หรือมาตรการ Quantitative Easing (QE) ควบคู่กับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งนายเรห์น ได้ให้ความเห็นว่าการนำเครื่องมือนโยบายการเงินดังกล่าวมาพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในการประชุมช่วงวันที่ 12 กันยายน เป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยหลังจากที่นายเรห์น ให้สัมภาษณ์ ส่งผลให้ค่าเงินยูโรปรับตัวลดลง โดยในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1078-1.1223 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (16/8) ที่ระดับ 1.1081/85 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันอังคาร (13/8) ที่ระดับ 105.41/43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าเมื่อเทียบจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (9/8) ที่ระดับ 105.83/85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังตลาดวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ที่ยังคงไม่มีความแน่นอน รวมถึงสถานการณ์การชุมนุมประท้วงของฮ่องกง ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินเยนแข็งค่า

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่สหรัฐประกาศเลื่อนการเก็บภาษีนำเข้าจากจีนไปเป็นช่วง 15 ธันวาคม ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนตัวลง จากการที่นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วน นอกจากนี้ในช่วงปลายสัปดาห์กระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยว่า ญี่ปุ่นมียอดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.19 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือน มิ.ย. แตะที่ 1.1229 ล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนมียอดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอยู่ที่ 1.1125 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือน มิ.ย.เพิ่มขึ้น 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์จากเดือนก่อนหน้า หลังจากที่ปรับตัวลงต่อเนื่องกันถึง 3 เดือน ส่งผลให้ญี่ปุ่นแซงหน้าจีนขึ้นเป็นประเทศที่ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐสูงที่สุดในเดือน มิ.ย. โดยมีปริมาณการถือครองพันธบัตรที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี นอกจากนี้ตลาดยังคงจับตาภาวะตึงเครียดทางการค้าระหว่างเกาหลีใต้และญีี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ในสัปดาห์นี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวระหว่าง 105.03-106.97 เยน/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (16/8) ที่ระดับ 106.45/48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ