สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 9.74 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำเผชิญกับแรงขายหลังตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัวขึ้น จากการที่นักลงทุนบางส่วนคลายความวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของสหรัฐปรับตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี นั่นทำให้ภาวะ inverted yield curve ระหว่างพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีและ 2 ปียุติลง ส่งผลให้เกิดแรงซื้อคืนในสินทรัพย์เสี่ยงและกระตุ้นแรงขายทำกำไรในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับยูโร หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการอนุญาตก่อสร้างบ้านที่เพิ่มขึ้นเกินคาดแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือนที่ระดับ 1.336 ล้านยูนิตในเดือนก.ค. ประกอบกับเกิดการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป(ECB)จะผ่อนคลายนโยบายการเงินในอนาคตอันใกล้นี้ หลังนาย Olli Rehn กรรมการบริหาร (Governing Council) ของ ECB กล่าวว่า ECB อาจจะเริ่มแผนการผ่อนคลายเชิงปริมาณอีกครั้ง และอาจขยายแผนการเข้าซื้อสินทรัพย์ไปสู่ตลาดหุ้นด้วย ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวกดดันยูโรให้ร่วงสู่ระดับต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์จึงเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลง -0.88 ตัน สำหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ
คำแนะนำ แนะนำติดตามการเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิด โดยเน้นการเก็งกำไรในกรอบ 1,524-1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาทองคำยังคงพยายามยืนเหนือโซนแนวรับแรกได้ ทำให้ราคายังคงมีโอกาสขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้านอีกครั้ง
