เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
การเคหะฯ ปัดฝุ่นบ้านเอื้ออาทร เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ผุด “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ป้อนผู้มีรายได้น้อย
Real Estate การเคหะฯ ปัดฝุ่นบ้านเอื้ออาทร เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ผุด “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ป้อนผู้มีรายได้น้อย
Finance เปิด 4 เทรนด์จ่ายเงินออนไลน์ไทย PromptPay ครอง 44% E-wallet โต 207%
แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
SD แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
Biz Movement ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
Real Estate ‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
Economic จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
Business สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
Finance คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
Tech DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
Business ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
ดูทั้งหมด

ปัญหาของ “เอเชีย” ในยามวิกฤตมาเยือน

31 ส.ค. 2562 | 09:46น.
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

 

สัญญาณเศรษฐกิจทั่วโลกแสดงท่าทีออกมาในทิศทางสอดคล้องกัน นั่นคือภาวะการขยายตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกในยามนี้ส่อชัดเจนว่ากำลังชะลอตัว นั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้บรรดาธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ พากันลดอัตราดอกเบี้ยลง หวังใช้เป็นมาตรการเพื่อกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ ด้วยการเพิ่มปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบเข้าไว้

เดือนสิงหาคมที่ผ่านมากลายเป็นเดือนแห่งการลดดอกเบี้ยของหลายประเทศในเอเชีย ไล่ตั้งแต่ อินเดีย, ไทย, ฟิลิปปินส์ แม้กระทั่งนิวซีแลนด์ ก็พากันปรับลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลง

ในกรณีของไทย คือการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ในขณะที่ธนาคารทุนสำรองแห่งนิวซีแลนด์ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากเกินกว่าที่ทุกฝ่ายคาดการณ์กันเอาไว้ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยลดต่ำลงเป็นประวัติการณ์ เหลือเพียง 1%

คำถามในยามนี้ก็คือ มาตรการทางการเงินดังกล่าวอย่างเดียว เพียงพอต่อการกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในยามนี้ขึ้นมาได้หรือไม่

นักวิเคราะห์เองยังคงถกเถียงในเรื่องนี้กันอยู่ หลายคนแสดงความคิดเห็นตรงกันว่า บางทีมาตรการกระตุ้นทางการเงินเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอเพียง จำเป็นต้องใช้มาตรการทางการคลังเข้ามาประกอบด้วย อย่างเช่นในกรณีของไทยที่เตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 10,200 ล้านดอลลาร์ เพียงต้องรอความเห็นชอบคณะรัฐมนตรีเท่านั้น

นักวิชาการบางคนเชื่อว่ามาตรการทางการคลังดังกล่าวมีความจำเป็นต้องใช้ควบคู่กันไปกับมาตรการทางการเงิน เพื่อกระจายงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลออกไปสร้างความต้องการบริโภคสินค้าและบริการ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศให้สูงมากขึ้น

แต่ปัญหาภายนอก ตั้งแต่เรื่องสงครามการค้าที่ไม่เพียงไม่มีเค้าลางว่าจะสร่างซาลงเท่านั้น ยังทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ เรื่อยไปจนถึงเบร็กซิต และอื่น ๆ ไม่ได้เป็นปัญหาเพียงอย่างเดียวของหลายประเทศในเอเชียในยามนี้

แน่นอนปัญหาภายในของแต่ละประเทศมีแตกต่างกันออกไป ที่อาจทำให้มาตรการกระตุ้นได้ผลน้อยลงไป หรือไม่มีผลใด ๆ เกิดขึ้น

ปัญหาเหล่านี้มีตั้งแต่เรื่องของการเมืองภายใน เรื่องสภาพคล่องภายในประเทศ ไปจนถึงเรื่องใหญ่อีกเรื่องที่ครั้งหนึ่งเคยก่อให้เกิดปัญหาวิกฤตที่ส่งผลกระทบในระดับโลกมาแล้ว นั่นคือปัญหาหนี้สิน

งานวิจัยของบริษัทที่ปรึกษาระดับโลกอย่าง แม็คคินซีย์ ที่เผยแพร่ออกมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ชี้ให้เห็นว่า ภาคธุรกิจการเงินในเอเชียกำลังทรุดตัว เสื่อมโทรมลงอีกครั้งหนึ่งแล้ว เพราะภาระหนี้ต่างประเทศที่ต้องชำระคืน ผลที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ทำให้ระบบการเงินภายในภูมิภาคเปราะบาง และทำให้เงินทุนไหลเข้ายังคงชะลอตัว ลดต่ำลงกว่าระดับสูงสุดเมื่อปี 2007 อยู่มาก

นักวิจัยของแม็คคินซีย์วิเคราะห์ดุลบัญชีของบริษัทธุรกิจ 23,000 บริษัท ในช่วงปี 2007 และปี 2017 และพบว่า อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยที่แสดงให้เห็นความสามารถในการชำระดอกเบี้ยของบริษัทนั้นลดต่ำลงกว่าระดับ 1.5 ซึ่งเป็นระดับที่บริษัทต่าง ๆ เหล่านั้นต้องนำรายได้ส่วนใหญ่มาใช้ในการชำระหนี้

ในปี 2017 บริษัทใน 5 ประเทศที่มีอัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยต่ำกว่า 1.5 คือ ออสเตรเลีย, จีน, ฮ่องกง, อินเดีย และอินโดนีเซีย บริษัทเดียวกันนี้ยังมีหนี้สินระยะยาวมากกว่า 25% ของหนี้สินทั้งหมด

ในอีก 4 ประเทศ คือ มาเลเซีย, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และไทย สัดส่วนหนี้ระยะยาวของบริษัทที่มีอัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยต่ำกว่า 3 อันเป็นระดับที่แม็คคินซีย์ระบุว่า มีแนวโน้มอยู่ในสภาพ “ต้องดิ้นรนเพื่อชำระหนี้” มีมากถึงอย่างน้อย 40%

เมื่อตรวจสอบระบบการเงินของภูมิภาคเอเชีย แม็คคินซีย์บอกว่า แสดงให้เห็นสภาวะตึงเครียดออกมาอีกครั้งหนึ่งแล้ว ผลกำไรของธนาคารลดลงจากระดับ 12.4% ในปี 2010 เหลือเพียง 10% ในปี 2018 และน่าจะลดลงต่อเนื่องจนอยู่ในระดับค่าเฉลี่ยของโลกที่ 9% ส่งผลให้ผู้กู้ยืมส่วนหนึ่งต้องหันไปพึ่งพาสถาบันการเงินที่ไม่เป็นทางการ เพราะมีตลาดพันธบัตรอยู่เพียง 2-3 ตลาดเท่านั้น

ผลก็คืออัตราส่วนการกู้ยืมนอกระบบนี้เพิ่มสูงถึงระดับ 55% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในภูมิภาคในปี 2017

เงินทุนข้ามพรมแดน (โกลบอล ครอส-บอร์เดอร์ แคปิตอล) ที่ไหลเข้ามาในภูมิภาคพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดที่ 12.76 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2007 หลังจากนั้นลดลงมาเหลือเพียง 1.88 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2009 โดยเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 6.35 ล้านล้านดอลลาร์ กับ 4.12 ล้านล้านดอลลาร์ ระหว่างปี 2010 ถึง 2018

แต่เงินทุนข้ามพรมแดนในภูมิภาคกลับเพิ่มขึ้นมากกว่าระดับเมื่อปี 2007 ถึง 6 เท่าตัว สูงถึง 1.62 ล้านล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา เมื่อรวมเงินทุนทั่วโลกที่ไหลเข้าสู่เอเชียจะเพิ่มขึ้นจาก 12% ในปี 2007 เป็นราว 36% ในปี 2017

นั่นหมายความว่าการเชื่อมโยงระหว่างเอเชียกับระบบการเงินโลกยังคงแน่นหนา และสะท้อนให้เห็นว่า เอเชียยังคงมีความเสี่ยงอยู่ชัดเจนใน 2 ทาง ทางหนึ่งคือยังคงเปราะบางต่อภาวะช็อกจากภายนอกอยู่ต่อไป

ในอีกทางหนึ่งคือยังอาจเป็นจุดเริ่มของวิกฤตการณ์ทางการเงินที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกได้อีกครั้งนั่นเอง