ในที่สุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ตีตก กรณี “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ที่ยืมนาฬิกาเพื่อน 21 เรือน เป็นการรับทรัพย์สินเกิน 3 พันบาท เป็นการผิดกฎหมาย ป.ป.ช.หรือไม่
“สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร” กรรมการ ป.ป.ช. แยกแยะถึงการ “ยืม 2 ลักษณะ” คือ ยืมในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะเป็นหนี้สิน และยืมในเชิงนิติประเพณี โดยในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ไม่มีการกำหนดให้แสดงรายการทรัพย์สินที่ยืมในเชิงนิติประเพณีดังกล่าวไว้ และเรื่องการยืมที่ถือเป็นนิติประเพณีนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดก่อนเคยวินิจฉัยว่าไม่มีความผิด
“สุรศักดิ์” ยกตัวอย่างกรณีนักการเมืองรายหนึ่งขับรถ “เบนท์ลีย์” สีชมพู เข้าทำเนียบรัฐบาล จนมีคนตั้งข้อสังเกตว่า มีการแจ้งทรัพย์สินดังกล่าวในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินหรือไม่ จนมีการตรวจสอบ
แต่นักการเมืองรายดังกล่าวก็ได้ชี้แจงว่า ยืมมาจากเพื่อนที่อยู่ประเทศสิงคโปร์ และได้คืนไปแล้ว จึงไม่ถือว่าทรัพย์สินที่ต้องยื่นแสดงต่อ ป.ป.ช. ดังนั้น จึงยึดแนวคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช.ชุดก่อน
แม้ว่าไม่เอ่ยชื่อเจ้าของรถ “เบนท์ลีย์สีชมพู” แต่สำหรับคนที่เข้า-ออกทำเนียบรัฐบาล ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเห็น “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง”อดีตรองนายกฯ นั่งรถส่วนตัว “เบนท์ลีย์สีชมพู” ทะเบียน ฉม 2222 กรุงเทพมหานคร อยู่บ่อย ๆ ทั้งที่ในการแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ตอนมีตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ระบุเพียง 2 คัน PORSCHE CAYENNES ราคา 4 ล้าน เลขทะเบียน ฐน 888
และรถหรูของ “เฉลิม” เคยถูก “ชาวเน็ต” ยุคก่อน ขุดคุ้ยว่าเป็นรุ่น Bentley Continental Flying Spur Speed ต้อง “สั่งทำ” แถมมี โรลส์-รอยซ์ ทะเบียน พอ 4444 ที่ครั้งหนึ่งเคยถูก นักร้อง “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจสอบการครอบครองว่าถูกกฎหมายหรือไม่
แล้ว “เพื่อนที่อยู่ประเทศสิงคโปร์” คือใคร “ร.ต.อ.เฉลิม” ชี้แจงว่า
“ขอเรียนว่าเมื่อสมัครเป็นนักการเมืองและทำธุรกิจเหมืองแร่ที่ จ.สุพรรณบุรี กับเด็กหนุ่มชาวสิงคโปร์ ที่รู้จักคบหากันมาตั้งแต่เป็นตำรวจกองปราบฯที่ผูกพันกับครอบครัว จากนั้นก็ร่วมกันทำธุรกิจเรือโป๊ะบรรทุกของ ซึ่งมีลูกคนโตถือหุ้นคนละครึ่ง รายได้ดี ทำให้ไม่ต้องมาคดโกงทางการเมือง และไม่เคยทุจริต นอกจากนั้น เด็กชายชาวสิงคโปร์ยังเป็นคนชอบรถ มีรถหลายคัน แต่บ้านไม่มีที่จอด จึงมาจอดบ้านผม จะเอาไปทำอะไรก็ได้”
ต้นตำรับ นิติประเพณียืมเพื่อน ไม่ใช่ใครอื่น…คือ ร.ต.อ.เฉลิม