“สมคิด” วอนมั่นใจเศรษฐกิจไทย จ่อออกมาตรการดูแลเกษตรกร ปลาย ก.ย.62 นี้
“สมคิด” วอนขอให้มั่นใจเศรษฐกิจไทย พื้นฐานยังแข็งแกร่ง พร้อมปล่อยมาตรการดูแลภาคการเกษตร หนุนใช้เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงมูลค่า-เพิ่มผลการผลิต
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่บรรยากาศการลงทุนส่งสัญญาณไม่ค่อยดีว่า พื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศไทยยังคงแข็งแกร่ง ดังนั้นคนไทยจะต้องมีความมั่นใจ เนื่องจากระบบเศรษฐกิจโลกก็ชะลอลง อย่างเช่น ประเทศสิงค์โปรก็มีปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวเหมือนกัน แต่เขาไม่ได้ตื่นตระหนก และยังคิดหาทางในการแก้ไขปัญหา ดังนั้น ประเทศไทยก็จะต้องหาทางออกในการแก้ไขปัญหาเช่นเดียวกัน ไม่ใช่ว่าเมื่อมีปัญหาอะไรก็จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว คนไทยควรจะลุกขึ้นมาสู้ ช่วยเหลือตัวเอง และมองในแง่บวกบ้าง เนื่องจากเศรษฐกิจไทยไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด
ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ที่จะออกมาในช่วงปลายเดือน ก.ย. 2562 นี้ นายสมคิดกล่าวว่า เป็นมาตรการที่จะขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะโครงสร้างของภาคการเกษตร ซึ่งจะเป็นมาตรการที่เข้ามาเสริมมาตรการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ภาคการเกษตรเกิดการเปลี่ยนแปลงและมูลค่าเพิ่มผลผลิตมากขึ้น เนื่องจากภาคการเกษตรของไทยมีคน 30-40 ล้านราย แต่กลับมีมูลค่าผลผลิตต่อจีดีพีประเทศต่ำกว่า 10%
สำหรับมาตรการจะอยู่ในรูปแบบของความร่วมมือระหว่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สภาเกษตรกรและกองทุนหมู่บ้าน โดยมีกระทรวงการคลังเป็นฐานหลักในการเรียกประชุมและผลักดันมาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาได้มอบนโยบายให้กระทรวงอุตสาหกรรมเริ่มต้นขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกษตรอย่างจริงจัง เชื่อว่าหากสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีการเพาะปลูก การผลิต และการบริหารจัดการ ตลอดจนการร่วมกลุ่มของวิสาหกิจชุมชนในท้องถิ่นได้ จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในส่วนของภาคการผลิต และการแปรรูปได้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น
อย่างไรก็ดี การขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้ภาคการเกษตรนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างผลผลิตทางการเกษตรให้ดีขึ้น และสามารถผลิตสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น แต่ถึงกระนั้น ก็ได้เริ่มนำร่องแล้วจากการใช้ ธ.ก.ส.ส่งเสริมให้เกิดสมาร์ทฟาร์มเมอร์ หมายถึงเกษตรกรที่รู้จักใช้ความคิดใหม่ ๆ ในการเพิ่มและสร้างธุรกิจรูปแบบใหม่ ให้กับตัวเอง