ชุลมุนเงินกู้ “ธนาธร” ทั้งจำ-ปรับ ตัดสิทธิ์ 5 ปี
ย้อนไปช่วงปลายเดือนสิงหาคม นักการเมืองตัวจี๊ดในพรรคเพื่อไทยหลายคน ได้กลิ่นว่าอนาคตของพรรคข้างบ้านคือ “พรรคอนาคตใหม่” (เพราะที่ทำการพรรคอยู่ติดกัน) อาจเจอข่าวร้าย-ยุบพรรค
1 เดือนต่อมา ภายหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดบัญชีทรัพย์สิน “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นอกจากมีทรัพย์สิน 5 พันล้าน ยังปล่อยกู้พรรคอนาคตใหม่ทั้งสิ้น 191 ล้านบาท
กรณี “เงินกู้” อนาคตใหม่ เป็นสำนวนที่คาอยู่ในชั้นอนุกรรมการไต่สวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาพักใหญ่ อาจเป็นความบังเอิญที่คณะอนุกรรมการไต่สวนปมเงินกู้เสร็จพอดีกับที่ ป.ป.ช.เปิดบัญชีทรัพย์สิน สถานการณ์ของอนาคตใหม่ จึงอยู่ในภาวะขวัญผวาอีกครั้ง แม้ กกต.เป็นแค่ “หน้าด่าน” ของการยุบพรรค
อย่างไรก็ตาม เมื่อพลิกกฎหมายพรรคการเมือง 2560 ยังมีข้อกังขาว่า “อนาคตใหม่” สามารถใช้ “เงินกู้ 191 ล้านบาท” ของธนาธร ในการทำกิจกรรมทางการเมืองได้หรือไม่
เพราะมาตรา 62 ในฉบับเดียวกันกำหนด “รายได้ของพรรคการเมือง” 7 ข้อ 1.เงินทุนประเดิมพรรค 2.เงินค่าธรรมเนียมและค่าบํารุงพรรคการเมืองตามที่กําหนดในข้อบังคับ 3.เงินที่ได้จากการจําหน่ายสินค้าหรือบริการของพรรคการเมือง 4.เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมือง 5.เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการรับบริจาค 6.เงินอุดหนุนจากกองทุน 7.ดอกผลและรายได้ที่เกิดจากเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดของพรรคการเมือง
ขณะที่มาตรา 87 ของกฎหมายเดียวกันกำหนดว่า “เงินและทรัพย์สินของพรรคการเมือง” ต้องนําไปใช้จ่ายเพื่อดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมือง ใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของพรรคการเมืองและสมาชิก และใช้จ่ายในการบริหารพรรค
มาตรา 87 จึงย้อนกลับไปที่มาตรา 62 โดยต้องตีความว่า “เงินและทรัพย์สินของพรรคการเมือง” จะมาจากการกู้เงินได้หรือไม่ เพราะทั้ง 7 ข้อในมาตรา 62 ไม่ได้บัญญัติเรื่องการกู้เงินมาเป็นรายได้ของพรรค ! มีแต่การระดมทุนหรือรับบริจาค
ซึ่งการบริจาคยังกำหนดในมาตรา 66 ว่าห้ามบุคคลใดบริจาคเงินให้พรรคการเมืองเกิน 10 ล้านบาทต่อปี และพรรคการเมืองจะรับเงินบริจาคเกิน 10 ล้านบาทต่อปี จากคนคนเดียวกันไม่ได้ ถือว่าผิดกฎหมายพรรคการเมือง
อีกทั้งในสำนวนการสอบสวนของอนุกรรมการ กกต. ยังได้ประจักษ์พยานว่า เมื่อ 15 พ.ค. “ธนาธร” ได้บรรยายตอนหนึ่งระหว่างรับเชิญจากสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) ว่า ในช่วงระหว่างหาเสียงเลือกตั้งพรรคอนาคตใหม่ไม่สามารถระดมทุนได้ทันเวลาสำหรับการหาเสียง จึงให้เงินพรรคยืม 191 ล้านบาท เท่ากับว่านายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ยอมรับว่าเงินที่พรรคใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค. เป็นเงินกู้
หากทำผิดมาตรา 66 โทษไม่ถึงยุบพรรค แต่ทั้งจำ-ทั้งปรับ และตัดสิทธิการเมือง 5 ปี ทั้งคนบริจาคเกิน 10 ล้าน และหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคที่รับเงิน
คลิกอ่านเพิ่มเติม…สมฐานะไพร่หมื่นล้าน ! “ธนาธร” รวยสุด ๆ 5.6 พันล้าน