ตลท.รับชะตากรรม “อาเซียนลิงเกจ” ไปไม่รอด มาเลเซีย-สิงคโปร์ ชิงไม่ต่อสัญญา หลังครบกำหนด 5 ปี ส่งผลให้โครงการยกเลิกอัตโนมัติ ชี้เหตุเพราะวอลุ่มซื้อขายเบาบาง-นักลงทุนนิยมซื้อขายผ่านโบรกเกอร์มากกว่า
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ขณะนี้ ตลท.ได้ยกเลิกการเชื่อมโยงระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ระหว่างตลาดหลักทรัพย์ในอาเซียน (อาเซียนลิงเกจ) แล้ว เนื่องจากประเทศสมาชิกที่ได้ลงนามเซ็นสัญญาความร่วมมือ (MOU) ได้แก่ มาเลเซียและสิงคโปร์ ประกาศชัดเจนว่าา จะไม่ต่อสัญญาโครงการดังกล่าวแล้ว หลังจากครบกำหนด 5 ปีตามข้อตกลงในเดือน ก.ย. 2560นี้ ทำให้โครงการนี้ถูกยกเลิกไปโดยอัตโนมัติ แม้ว่าสัญญาลงนามของ ตลท.จะหมดอายุสัญญาในเดือน ต.ค. 2560 นี้ก็ตาม
สาเหตุที่ทำให้ทุกประเทศยกเลิกอาเซียนลิงเกจ เพราะปัจจุบันโบรกเกอร์ในประเทศต่าง ๆ มีระบบที่สามารถเชื่อมต่อและซื้อขายกันข้ามประเทศได้อย่างเสรี ทำให้ไม่มีความจำเป็นที่ต้องซื้อขายผ่านระบบที่ตลาดหลักทรัพย์ทั้ง 3 แห่งจัดทำขึ้น อีกทั้งระบบดังกล่าวก็เอื้อให้เกิดการซื้อขายเฉพาะ 3 ประเทศที่ลงนาม MOU เท่านั้น ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายผ่านอาเซียนลิงเกจค่อนข้างน้อย
“ที่ตลาดทำแล้วไม่เวิร์กก็เป็นเพราะว่า โบรกเกอร์ทำ (ส่งคำสั่งซื้อขาย) กันเองได้ ใครที่มีเน็ตเวิร์กอยู่แล้วก็ใช้ระบบของตัวเอง จึงไม่ได้มาใช้ระบบซื้อขายของตลาด ดังนั้นเมื่อมีคนทำได้แบบนี้เราก็ยินดี เราไม่จำเป็นต้องทำต่อ” นางเกศรากล่าว
อย่างไรก็ตาม การร่วมมือกันด้านอาเซียนลิงเกจ ก็ทำให้โบรกเกอร์มีความตื่นตัวในการที่จะเชื่อมต่อระบบการซื้อขายกันมากขึ้น ซึ่งเป็นการพัฒนาตลาดทุนตามปกติ
นางเกศรายังกล่าวถึงทิศทางเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศ ที่ไหลเข้ามาค่อนข้างมากในช่วงนี้ ว่า เนื่องจากบริษัทในตลาดหุ้นไทยมีการเติบโต ประกอบกับในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนต่างประเทศไหลไปลงทุนในตลาดหุ้นอื่นกันแล้ว ตอนนี้นักลงทุนต่างประเทศจึงหันมาสนใจตลาดหุ้นไทย
สำหรับควาบคืบหน้าในการดำเนินการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CDMF) ที่จะแยกออกมาจากตลาดหลักทรัพย์ นางเกศรากล่าวว่า ได้เสนอข้อสรุปส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว ซึ่งจะมีการหารือร่วมกันอีกครั้งในช่วงสิ้นเดือน ก.ย. 2560 นี้ จึงจะส่งให้ทางกระทรวงการคลัง โดยข้อมูลที่ส่งจะชี้แจงเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการการพัฒนาองค์กรและตลาดทุน