เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

Digital Tax ของมาเลเซียในต้นปีหน้า

25 ต.ค. 2562 | 08:29น.

คอลัมน์ Pawoot.com
โดย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

ผมมีโอกาสเดินทางไปมาเลเซียเพื่อร่วมงานประชุมของ Lazada ซึ่งเชิญบรรดาผู้ประกอบการเกือบ 2,000 รายเข้าร่วมงาน ดูเหมือนผมจะเป็นตัวแทนบริษัทจากไทยบริษัทเดียวที่ได้ไปร่วมงานนี้

ผมได้ไปพูดคุยถึงว่าผู้ประกอบการมาเลเซียจะนำสินค้าเข้ามาขายในประเทศไทยได้อย่างไร พร้อมกับพาผู้ประกอบการไทยบางรายให้นำสินค้าเข้าไปแสดงและดูลู่ทางหากต้องการที่จะไปขายออนไลน์ที่โน่นด้วย

การไปครั้งนี้ได้อัพเดตหลายอย่างเกี่ยวกับสถานการณ์อีคอมเมิร์ซในมาเลเซีย ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ digital tax หรือการเก็บภาษีดิจิทัล ซึ่งเมื่อมองกันจริง ๆ แล้วมีหลายมุมมาก

เช่น การขายของผ่านอีคอมเมิร์ซ จำนวนเงินเข้าบัญชีเกิน 400 ครั้งอย่างที่ผมเคยนำเสนอกันไปแล้วก็ใช่

มาเลเซียกำลังจะเริ่มนำ digital tax มาใช้ เพราะเห็นว่าผู้ให้บริการด้านดิจิทัลยักษ์ใหญ่ เช่น Google, Facebook, Spotify, Netflix ฯลฯ ทั้งหลายรวมถึงบริการต่าง ๆ ที่มีการจ่ายเงินออกไปนอกประเทศผ่านออนไลน์ ไม่เคยเสียภาษีให้แก่ประเทศ รัฐเองไม่มีรายได้กลับเข้ามาเลย

ทางการมาเลเซียจึงแจ้งว่ามกราคมปีหน้า รัฐบาลมาเลเซียจะขอให้บรรดาผู้ให้บริการด้านดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Google, Amazon, Netflix ฯลฯ บวกค่าบริการเพิ่มขึ้นอีก 6%

สำหรับทุกบริการที่คนมาเลเซียใช้ นั่นก็คือภาษีที่ผู้ให้บริการเหล่านี้จะต้องเป็นคนเก็บเพิ่มให้ และให้ผู้ให้บริการเหล่านี้นำ 6% ที่เก็บเพิ่มนี้นำจ่ายกลับมาให้กับรัฐบาลมาเลเซีย นี่ถือเป็นภาษีดิจิทัลของมาเลเซียที่มีรูปแบบคล้ายกับภาษี VAT ของไทย

เมื่อมาเลเซียทำตรงนี้ ผมว่าภาระอย่างแรกตกอยู่ที่ประชาชนผู้ใช้บริการ เพราะต้องจ่าย 6% เพิ่มเข้าไป ทางการมาเลเซียคาดว่าน่าจะเก็บเงินภาษีได้สูงถึง 2.4 พันล้านริงกิต หรือ 1.73 หมื่นล้านบาท หากไทยจะนำมาใช้บ้างอาจมีปัญหาตรงที่ไม่เคยมีข้อมูลมาก่อนว่าคนไทยใช้เงินกับการดูหนังฟังเพลง หรือทำอะไรต่าง ๆ ผ่านออนไลน์ แล้วจ่ายเงินออกไปนอกประเทศเป็นเท่าไหร่กันแน่

มุมกลับกัน สิ่งที่เริ่มเห็นชัดเมื่อมาเลเซียทำสิ่งนี้คือ ทางการจะรู้เลยว่ามูลค่าที่แท้จริงที่คนมาเลเซียจ่ายเงินออกไปนอกประเทศ คือจำนวนเงินเท่าไร หากบรรดาผู้ให้บริการดิจิทัลยอมเก็บ 6% กลับไปให้รัฐบาลมาเลเซียนะครับ จะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เห็นเศรษฐกิจดิจิทัลที่แท้จริงมีขนาดไหน ตัวเลขตรงนี้ผมไม่แน่ใจว่ามาเลเซียเองมีอยู่แล้วหรือไม่

ผมเข้าใจว่าตอนนี้กรมสรรพากรของไทยก็กำลังหาวิธีที่จะทำให้บริษัทที่ทำออนไลน์และอยู่นอกประเทศ หากมียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องมีภาระในการเก็บภาษี VAT 7% ผมมองว่าเป็นอารมณ์เดียวกับของมาเลเซีย แต่ของไทยผมไม่แน่ใจว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร

กรณีมาเลเซีย สิ่งที่ผมยังสงสัยคือ บรรดาผู้ให้บริการออนไลน์จะมาขึ้นทะเบียนกับมาเลเซียหรือไม่ ถ้าไม่ไปขึ้นทะเบียน รัฐบาลจะมีมาตรการจัดการอย่างไร ในแง่กฎหมายผม ไม่แน่ใจว่าจะไปจัดการกับเขาได้หรือไม่

ผมแอบลุ้นอยู่ว่ามกราคมปีหน้า มาเลเซียจะมีบริษัทด้านดิจิทัลเข้ามาในระบบกี่ราย เมื่อมาเลเซียทำแล้วก็อยากฝากทางกรมสรรพากรให้ดูเป็นตัวอย่างว่าเขาทำได้มากน้อยแค่ไหน

ยักษ์ใหญ่ด้านดิจิทัลควรต้องจ่ายภาษี เราควรมีมาตรการอะไรบางอย่างที่เชิญชวนให้เขามาร่วมอย่างน้อยคือเราควรได้อะไรบางอย่างกลับมาบ้าง เพราะเงินออกไปข้างนอกหมดโดยที่เราไม่รู้เลย ในขณะที่คนไทยเริ่มใช้อินเทอร์เน็ตเกือบ 50 ล้านคนแล้วและจะใช้หนักขึ้นเรื่อย ๆ บริการต่าง ๆ

รอบตัวจะเข้าสู่อินเทอร์เน็ตมากขึ้น เม็ดเงินที่เราใช้จ่ายต่อไปจะเริ่มออกไปข้างนอกมากขึ้นเรื่อย ๆ

ฉะนั้น หากเราไม่มีมาตรการอะไรบางอย่างในวันนี้บอกได้เลยว่าในอนาคตเราอันตรายมากเลยทีเดียว

โดยส่วนตัวผมเชียร์กฎหมายตัวนี้เพราะจะทำให้เกิดความเท่าเทียมกัน

เราทำบริษัทในไทยเราโดน 7% แต่บริษัทยักษ์ใหญ่จากเมืองนอกเข้ามาไม่เสียอะไรเลย และสูบเงินจากประเทศไทยออกไปอยู่ตลอดเวลา หากมีกฎหมายนี้ขึ้นมาจะทำให้เกิดความแฟร์มากขึ้น แต่ตรงนี้ก็ต้องยอมรับว่าประชาชนต้องเป็นคนแบกรับภาระที่เพิ่มมากขึ้นอีก 7% นะครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Pawoot.com ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ