อุตตม ชี้ “ชิมช้อปใช้” เฟส 3 ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเห็นภายในปีนี้หรือไม่ ขอประเมินเฟส 1-2 ก่อน ส่วนกรณีเฟดลดดอกเบี้ยเป็นเรื่องที่ธปท.ต้องพิจารณา ก.คลังไม่ก้าวก่าย พร้อมฝากประชาชนเฝ้าระวังแชร์ลูกโซ่-กำชับหน่วยงานเข้าดูแล เผยสศค.จ่อหารือ LTF หลังประชุมอาเซียนซัมมิทผ่านไป
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับโครงการ “ชิมช้อปใช้” เฟส 3 นั้น ไม่สามารถสรุปได้ว่าจะมีโครงการออกมาได้ภายในปีนี้หรือไม่ ขณะที่กระทรวงการคลังจะต้องประเมินผลของโครงการทั้งเฟส1 และเฟส2 ก่อน แล้วจะพิจารณาอีกครั้งว่าขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไรได้บ้าง
“ซึ่งไม่สามารถสรุปได้ว่าจะเห็นโครงการเฟส 3 ออกมาได้ภายในปีนี้หรือไม่ จะต้องพิจารณาจากผลการประเมินก่อน เนื่องจากเฟส2 เองก็เพิ่งจะเริ่มต้น ทั้งนี้ กำลังเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว ซึ่งจะต้องมีโอกาสได้ประเมินผลก่อนว่าจะออกมาเป็นอย่างไร” นายอุตตม กล่าว
ส่วนกรณีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ที่มีมติลดดอกเบี้ยลงมาที่ระดับ 1.50-1.75% นั้น สำหรับประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งเชื่อว่าธปท.มีข้อมูลที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ปัจจุบันอยู่แล้ว โดยในส่วนนี้เป็นเรื่องของธปท. กระทรวงการคลังจะไม่เข้าไปก้าวก่าย
ขณะที่กรณีของการชักชวนให้ร่วมลงทุนในแชร์ออนไลน์ที่มีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ โดยอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนสูงนั้น นายอุตตม กล่าวว่า จะต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนว่าการแชร์ลูกโซ่ไม่ได้เป็นการลงทุน และประชาชนอาจจะถูกหลอกลวงกระทั่งสูญเสียทรัพย์สิน โดยต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาในการสอดส่องดูแลกรณีดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้น และกระทรวงการคลังเองก็มีการกำชับให้หน่วยงานดูแล และหากมีเบาะแสขอให้รีบแจ้งความร้องทุกข์มายังกระทรวงการคลังผ่านคลังจังหวัดที่มีอยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศได้
นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความคืบหน้าของแนวทางการจัดตั้งกองทุนรวมที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีรูปแบบใหม่ เพื่อทดแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่จะสิ้นสุดการใช้งานมาตรการภาษีเพื่อมาสนับสนุนการลงทุนในสิ้นปี 2562 นี้ หลังจากที่มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น เบื้องต้น สศค. มีความพร้อมที่จะมาหารือในรูปแบบของกองทุนแล้วว่าจะมีรูปแบบเป็นอย่างไรบ้าง อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอให้การประชุมสุดยอดอาเซียน หรืออาเซียนซัมมิทผ่านไปก่อน โดยเป็นการจัดประชุมระหว่างวันที่ 31 ต.ค.-4 พ.ย.62
ทั้งนี้ นายอุตตม กล่าวภายในงานส่งเสริมการออมกับกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ยอดเยี่ยม ประจำปี 2562 เนื่องในวันออมแห่งชาติว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุมาตั้งแต่ พ.ศ. 2548 และกำลังจะก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงอายุระดับสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2564 ซึ่งหมายถึงประเทศไทยจะเป็นสังคมที่มีผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด โดยคาดการณ์ว่าใน พ.ศ. 2574 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด คือ มีผู้สูงอายุมากกว่า ร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด
โดยแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561– 2580) ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมนั้น ได้เน้นเรื่องการรองรับสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ โดยเตรียมความพร้อมในทุกมิติ ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะการส่งเสริม การออมและการลงทุนระยะยาวของประชาชนตั้งแต่ก่อนเกษียณอายุ เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นคง ในการดำรงชีวิตหลังเกษียณในระดับพื้นฐาน ซึ่งปัจจุบัน ภาครัฐมีนโยบายเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมสูงอายุ เพื่อให้ประชาชนเข้าสู่วัยเกษียณอย่างมีคุณภาพ มีรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ด้วยระบบการออมเงิน เพื่อการเกษียณอายุในรูปแบบการออมภาคบังคับ และภาคสมัครใจ