เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
Business สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
Finance คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
Tech DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
Business ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
หงส์เลือกคนไม่ผิด
คุยกับเอกราช หงส์เลือกคนไม่ผิด
จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
Tech จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
เนรมิตอุดรฯ ‘พืชสวนโลก’  สัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 พ.ย.
Economic เนรมิตอุดรฯ ‘พืชสวนโลก’  สัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 พ.ย.
คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
Columns คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’
Biz Movement ‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’
อีซูซุ ส่งเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo 204 แรงม้า เอาใจลูกค้า D-MAX และ MU-X
Automotive อีซูซุ ส่งเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo 204 แรงม้า เอาใจลูกค้า D-MAX และ MU-X
ดูทั้งหมด

เดิมพันในวิกฤต ของอาลีบาบาที่ฮ่องกง

23 พ.ย. 2562 | 10:55น.
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

 

เมื่อ แดเนียล จาง ประธานกลุ่มอาลีบาบา ประกาศเริ่มต้นกระบวนการจดทะเบียนบริษัทยักษ์ใหญ่ในแวดวงอีคอมเมิร์ซของโลกรายนี้ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเมื่อ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็มีคำถามและข้อสังเกตตามมามากมายไม่น้อย

คำถามแรกที่เกิดขึ้นในใจทุกคนก็คือ ทำไมต้องเป็นช่วงเวลานี้ ช่วงเวลาที่ไม่เพียงแต่การชุมนุมประท้วงในฮ่องกงยังยืดเยื้อไม่มีทีท่าว่าจะบรรเทาเบาบางลงเท่านั้น ยังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย

ล่าสุด กองกำลังของกองทัพประชาชนจีน จำเป็นต้องออกมาประจำการตามท้องถนน เพื่อกดดันและปรามผู้ประท้วงไม่ให้เหตุรุนแรงขยายวงออกไปมากกว่าการสูญเสียคนไปอย่างน้อย 2 คนเพราะเหตุประท้วงครั้งนี้

อาลีบาบา เอาอะไรมาแน่ใจว่า อนาคตของฮ่องกงจะสดใส ทุกอย่างจะยังคงเป็นไปได้เหมือนเดิมเหมือนที่ผ่านมา ?

นั่นทำให้นักสังเกตการณ์บางรายตั้งสมมุติฐานขึ้นมาว่า หรือเป็นไปได้ที่เรื่องนี้จะเป็น “การเมือง” มากกว่า “กลยุทธ์ทางธุรกิจ” ?

แต่ในเวลาเดียวกัน นักวิเคราะห์อีกบางรายก็เชื่อว่าการตัดสินใจครั้งนี้สามารถส่งผลดีต่ออาลีบาบาได้ในหลายทางด้วยกัน ภายใต้สภาวการณ์ของโลกโดยรวมที่ยังคงวางอยู่บนพื้นฐานของ “ความไม่แน่นอน” อยู่ต่อไปทั้งเทรดวอร์ และเบร็กซิต

ในแง่นี้ การจดทะเบียนให้สามารถซื้อขายหลักทรัพย์ที่ฮ่องกงได้เป็นตลาดที่ 2 ต่อจากนิวยอร์ก สามารถทำหน้าที่เหมือน “เอสเคป วาล์ว” สำหรับอาลีบาบา ถ้าหากไม่สามารถซื้อขายในตลาดนิวยอร์กได้ ในกรณีที่สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา เลวร้ายลงถึงขีดสุด นั่นคือข้อสังเกตของทราวิส ลุนดี นักวิเคราะห์ของควิดดิตี แอดไวเซอร์

คงไม่มีใครลืมว่า เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เคยถึงกับปรารภว่าน่าจะหาหนทางบังคับปลดอาลีบาบาให้พ้นจากตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กด้วยซ้ำไป

ที่น่าสนใจอีกประเด็นก็คือ การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากผ่าน “วันคนโสด” วันที่ 11 เดือน 11 ในปีนี้ ซึ่งเป็นวันทำยอดขายถล่มทลายมาโดยตลอด แต่ยอดขายในปีนี้กลับสะท้อนสภาพอีคอมเมิร์ซในจีนได้เป็นอย่างดีว่ากำลังชะลอลงอย่างเห็นได้ชัดเจน อัตราการขยายตัวของยอดขายในวันคนโสดของอาลีบาบาในปีนี้ ถือว่าเป็นการขยายตัวต่ำที่สุดนับตั้งแต่มี “วันคนโสด” นับตั้งแต่ปี 2009 เรื่อยมา

ในอีกแง่หนึ่ง การหันมาระดมทุนจากตลาดฮ่องกง น่าจะผลักดันราคาหุ้นที่ซื้อขายกันให้สูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ขณะนี้ ทั้ง ๆ ที่มีกำไรจากการประกอบการสูงถึง 17 เปอร์เซ็นต์ และรายได้รวมมีอัตราการขยายตัวสูงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เหนือกว่าและเป็นที่อิจฉาของยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซทุกรายในโลก รวมทั้งอเมซอน

แต่หุ้นของอาลีบาบาซื้อขายกันอยู่ที่ระดับ 25 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่ได้จากการประมาณการเท่านั้น เทียบกับอเมซอนซึ่งอยู่ที่ 85 เปอร์เซ็นต์แล้วยังห่างกันสุดกู่ ทั้ง ๆ ที่อเมซอนมีกำไรจากการประกอบการเพียง 4.5 เปอร์เซ็นต์และรายได้ขยายตัวอยู่ที่เพียง 30 เปอร์เซ็นต์ต่อปีเท่านั้น

อาลีบาบาคาดหวังอย่างมากต่อนักลงทุนรายย่อยทั้งหลายในแผ่นดินใหญ่ที่ข้ามแดนเข้ามาลงทุนอยู่ในตลาดใกล้บ้าน แต่ในเวลาเดียวกันก็ตระหนักดีถึงความจำเป็นต้องอาศัยสภาวะแวดล้อมที่เปิดกว้างเพื่อการระดมทุนจาก “ขาใหญ่”ทั้งหลายในระดับสากล ซึ่งทำให้ฮ่องกงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าเซี่ยงไฮ้ หรือเสิ่นเจิ้น ที่ดูเหมือนจะ “เล็กไปแล้ว” สำหรับอาลีบาบา

อาลีบาบาตั้งเป้าการระดมทุนครั้งใหม่นี้เอาไว้ที่ 13,400 ล้านดอลลาร์ สร้างสถิติ “ครอสบอร์เดอร์ลิสติ้ง” ของโลกขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่เคยทำ “ไอพีโอ” สูงที่สุดในโลกไว้ที่นิวยอร์กเมื่อปี 2014 โดยราคาต่อหุ้นสูงสุดจำกัดอยู่ที่ 88 เหรียญฮ่องกง หรือราว 340 บาท

อาลีบาบามีเงินสดอยู่ในมือในเวลานี้มากถึง 33,000 ล้านดอลลาร์ ถ้าทำได้ตามเป้ายอดเงินสดรวมของบริษัทจะเพิ่มขึ้นเหนือคู่แข่งสำคัญอย่างอเมซอน ซึ่งมีอยู่ในเวลานี้ 43,000 ล้านดอลลาร์ได้แน่นอน

ด้วยกระสุนในมือที่เพิ่มมากขึ้น อาลีบาบาหวังจะขยายศักยภาพของตนเองออกไปจากธุรกิจหลักในเวลานี้ สู่ธุรกิจคลาวด์, ธุรกิจบันเทิง (สตรีมมิ่ง)และแมชีน เลิร์นนิ่ง กับปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ให้มากขึ้นและทรงประสิทธิภาพมากขึ้น

กระนั้น ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของอาลีบาบา ก็ยังสะท้อนกลิ่นอายการเมืองออกมาเต็มที่เช่นเดียวกัน

มาร์ค แนทกิน กรรมการผู้จัดการมาร์บริดจ์ คอนซัลติง ในปักกิ่ง เชื่อว่า ทางการจีนอยากให้ยักษ์เทคโนโลยีของจีนจดทะเบียนในตลาดใกล้บ้านอยู่นานแล้ว ยิ่งเมื่อเกิดสถานการณ์ฮ่องกงเช่นนี้ ความต้องการให้บริษัทขนาดใหญ่ของจีนแสดงออกถึงความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพของฮ่องกงในอนาคตก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

ภายใต้สภาพที่ต่างฝ่ายต่างได้ผลลัพธ์ในทางบวกด้วยกัน ไม่ยากที่จะเกิดการ “ขอแรง” ให้เกิดการเคลื่อนไหวครั้งนี้ขึ้นตามมา

สำหรับอาลีบาบาแล้ว ผลลัพธ์ที่ต้องการจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อฮ่องกงสามารถคงสถานะเปิดกว้างของตนไว้ต่อไป

แต่ภายใต้สถานการณ์การประท้วงที่เป็นอยู่ในเวลานี้ ไม่มีใครสามารถการันตีได้ว่าอนาคตของฮ่องกงจะยังเป็นเช่นนั้นอยู่ได้ต่อไปหรือไม่

การตัดสินใจของอาลีบาบาในเวลานี้จึงเป็นการเดิมพันที่สุ่มเสี่ยงไม่น้อยอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง