Skip to content

เก็บตก Web Summit 2019 ที่ลิสบอน โปรตุเกส

29 พ.ย. 2562 | 15:57น.
เก็บตก Web Summit 2019 ที่ลิสบอน โปรตุเกส

คอลัมน์ Pawoot.com
โดย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

Web Summit เป็นงานประชุมด้านเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีคนเข้าร่วมงาน 70,000 คนจากทั่วโลก ที่ลิสบอน มีเงินมหาศาลที่ใช้จ่ายในเมืองนี้ เป็นงานที่ลิสบอนเปิดเมืองหลวงต้อนรับทุกอย่าง และเป็นต้นตำรับ conference ด้านเทคโนโลยีหลายงานในโลกด้วย มีวิทยากรร่วมงานกว่า 1,700 คน มีบูท มีเซ็กชั่นต่าง ๆ มีสัมมนา 3-4 วัน มีผู้บริหารระดับสูงหลายบริษัท Microsoft, Facebook, Google ฯลฯ ต่างขนเทคโนโลยีมาโชว์กัน

ไฮไลต์ปีนี้ในเชิงเทคโนโลยี เช่น AI เป็น case study ที่เริ่มกลายเป็นจริงเรื่องผู้หญิงในวงการเทคโนโลยี เรื่อง startup เรื่อง cooperate innovation หรือนวัตกรรมระดับองค์กร เรื่องเกี่ยวกับผู้ประกอบการ automotive in car system และเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ให้ความสำคัญอย่างมาก

มีคนไทยเข้าร่วมงานไม่น้อย เทคโนโลยีที่นำมาแสดงกันมีความล้ำหน้า มีสตาร์ตอัพไทยไปออกบูทด้วยแต่ต้องยอมรับว่ายังมีความแตกต่างด้านวัฒนธรรม สตาร์ตอัพบางตัวอยู่ในไทยดูเวิร์กแต่ไปที่นั่นเขาไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่

photo : arincare.com

บริษัทหนึ่งเป็นสตาร์ตอัพเครือข่ายร้านขายยาออนไลน์ “อรินแคร์” หนึ่งในผู้ชนะในดีแทคแอคเซอเลอเรท ปรากฏว่าคนยุโรปสงสัยว่าทำไมถึงมีร้านขายยารูปแบบนี้ ซื้อยาได้เลยหรือไม่ เพราะในยุโรปซื้อยาตรง ๆ ไม่ได้ต้องมีใบสั่งยาแพทย์ ฯลฯ ธุรกิจบางอย่างที่อาจเวิร์กในไทย หรือฝั่งยุโรป แต่เมื่อข้ามทวีปไปเจอผู้คนต่างวัฒนธรรมอาจไม่เวิร์กก็ได้

แต่ละเซ็กชั่นที่แบ่ง เช่น content maker บอกได้เลยว่า ยุคนี้เป็นยุคที่คนเริ่มทำคอนเทนต์เองมากขึ้น เรื่อง creator คนสร้างสรรค์คอนเทนต์ เมื่อสร้างสรรค์เสร็จก็มีทั้ง influencer อยู่ใน Youtube บ้าง Instagram บ้าง Face-book บ้าง จากเมื่อก่อนเราเสพข่าวจากทีวี แมกาซีน หรือนสพ. ตอนนี้มาเสพข้อมูลจาก creator หรือ influencer และเริ่มติดตามคนที่เป็นคนธรรมดามากขึ้นมีการพูดถึง SaaS Monster เป็นเวทีที่ได้รับความนิยมมาก SaaS (Software as a Service) เป็นการบริการซอฟต์แวร์ออนไลน์ มีคนเก่ง หลายคน มีเวที MusicNotes พูดเรื่องดนตรี เวที HealthConf เรื่องสุขภาพ เวที DeepTech เรื่องเทคโนโลยีแบบลงลึก

(Photo by Aytac Unal/Anadolu Agency/Getty Images)

อีกเวทีที่ผมค่อนข้างชอบ คือ เวทีที่พูดถึงโมเดลธุรกิจแบบใหม่ from freemium to premium เช่น ทำธุรกิจให้คนใช้ฟรีเมื่อติดจึงเสนอบริการแบบเก็บเงิน หลายบริการบนโลกออนไลน์ตอนนี้เป็นแบบ freemium เช่น Youtube Premium

ตัวอย่างที่ดี คือ Adobe มีบริการ SaaS เอาซอฟต์แวร์ไปติดตั้งได้เลยเป็นคลาวด์ ใช้ฟรีได้ เปลี่ยนบิสซิเนสโมเดลเป็นเก็บรายเดือนราคาถูกลงทำให้ฐานลูกค้ากว้างขึ้น อีกโมเดลคือเริ่มเข้าสู่ long term marketing เป็นการเก็บแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ เก็บคนทั่วไป แต่เก็บทั่วโลกรายได้เติบโตมหาศาล ฉะนั้นจึงอยากให้คนทำธุรกิจอย่าติดอยู่กับบิสซิเนสโมเดลเดิม เช่น เก็บก้อนใหญ่ การทำ subscription สมัครสมาชิกทำได้ไม่ยากแล้วหลายคนมีบัตรเครดิต มีระบบชำระเงินบนโลกออนไลน์มากมายที่หักเงินลูกค้าได้ทุกเดือนทำให้ถูกลง ฐานลูกค้าจะกว้างมากขึ้นด้วย

นี่เป็นสิ่งที่ผมอยากฝากทุกท่านไว้ ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีที่เปลี่ยน ในแง่บิสซิเนสโมเดล รูปแบบธุรกิจ การเก็บเงิน การเข้าถึงลูกค้าเปลี่ยนไปหมดแล้ว หากคุณยึดติดรูปแบบเดิม ๆ บอกได้เลยว่า อันตรายมาก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Pawoot.com คอลัมน์ Pawoot.com