เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
Biz Movement “เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
Automotive มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
“นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
Biz Movement “นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
Tech ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
“This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
Business “This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
Tech สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
HR ‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
“น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
SD “น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
Biz Movement สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
Economic CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
ดูทั้งหมด

เงินบาทแข็งค่า จับตาสัปดาห์หน้า ผลประชุมกนง.-การเจรจาการค้าฯ

15 ธ.ค. 2562 | 08:09น.
เงินบาทกลับมาแข็งค่า ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นจากความหวังต่อดีลการค้าสหรัฐฯ-จีน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแข็งค่าเข้าใกล้แนว 30.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค นำโดย เงินหยวนของจีน หลังจากมีรายงานข่าวระบุว่าสหรัฐฯ และจีนใกล้ที่จะบรรลุดีลการค้าเฟสแรกระหว่างกัน ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงเทขายอย่างหนักหลังเฟดส่งสัญญาณภายหลังการประชุมรอบนี้ว่า จะยังไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีหน้าหากไม่มีแรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น นอกจากนี้สถานะซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ก็อาจเป็นอีกปัจจัยที่หนุนเงินบาทเช่นกัน

ในวันศุกร์ (13 ธ.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 30.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 30.34 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (6 ธ.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (16-20 ธ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.10-30.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยในประเทศที่ตลาดรอติดตาม คือ ผลการประชุมนโยบายการเงินกนง. (18 ธ.ค.) ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นและธนาคารกลางอังกฤษ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ผลสำรวจกิจกรรมภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนธ.ค. ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรม การเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านมือสอง รายได้/รายจ่ายส่วนบุคคล และ Core PCE Price Index เดือนพ.ย. รวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/62 (final) นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจเดือนพ.ย. ของจีน และดัชนี PMI เดือนธ.ค. (เบื้องต้น) ของหลายๆ ประเทศชั้นนำด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยฟื้นกลับมาปิดปลายสัปดาห์ที่ 1,573.91 จุด (จากระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีครึ่งที่ 1,546.51 จุด) โดยดัชนีหุ้นไทยเพิ่มขึ้น 0.96% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 54,486.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.80% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai เพิ่มขึ้น 0.32% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 314.89 จุด

ตลาดหุ้นไทยย่อตัวลงช่วงต้นสัปดาห์ตามแรงขายของหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มขนส่งและค้าปลีกสวนทางกับทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ปรับตัวขึ้นหลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ เดือนพ.ย. ออกมาดีกว่าคาด อย่างไรก็ดี ดัชนีฯ ดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมา หลัง S&P Global Ratings ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยเป็น “เชิงบวก” จาก “มีเสถียรภาพ” ขณะที่ สัญญาณเชิงบวกซึ่งสะท้อนว่าสหรัฐฯ และจีนใกล้บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นต่อเนื่องในช่วงปลายสัปดาห์

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (16-20 ธ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,550 และ 1,525 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,585 และ 1,600 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของกนง. (18 ธ.ค.) สถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน รวมถึงประเด็น Brexit ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/62 (final) ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านมือสอง รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลเดือนพ.ย. และดัชนี PMI Composite (เบื้องต้น) เดือนธ.ค. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น ดัชนี PMI Composite (เบื้องต้น) เดือนธ.ค.ของญี่ปุ่นและยูโรโซน รวมถึงผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกเดือนพ.ย.ของจีน

Advertisement

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ลุ้น! กนง.ลดดอกเบี้ยต้นปี”63 สัญญาณเศรษฐกิจอ่อนแรง