เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

กรุงไทย ชี้อุตฯท่องเที่ยวแกร่ง ยัน “เงินบาทแข็ง” ไม่กระทบมู้ดจีนเที่ยวไทย

15 ธ.ค. 2562 | 15:30น.

อุตฯท่องเที่ยวยังแกร่ง ! ศูนย์วิจัยแบงก์กรุงไทยเผยไทยยังครองเบอร์ 1 เดสติเนชั่นในใจนักท่องเที่ยวจีน คาดอีก 10 ปีคนจีนเที่ยวนอกพุ่งกว่า 330 ล้าน แห่เที่ยวไทยทะลุ 20 ล้านคน เผย “ญี่ปุ่น-เวียดนาม” มาแรงโตแซงโค้งไทย พร้อมฟันธงค่าเงินบาทแข็งไม่ใช่ปัจจัยลบ ความปลอดภัยต่างหากที่นักท่องเที่ยวเป็นกังวล แนะผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยเร่งทำตลาดบนออนไลน์จีน

ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ศูนย์วิจัยกรุงไทย คอมพาส (Krungthai COMPASS) ธนาคารกรุงไทยเปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ตัวเลขรายได้โดยรวม (GDP) ของประเทศไทยสำหรับปีนี้ว่าจะมีอัตราการเติบโตอยู่ในระดับ 2.5% ลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตได้ที่ราว 2.8% ซึ่งเป็นผลกระทบจากเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยที่เผชิญกับปัจจัยลบ อาทิ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว สงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง

“ท่องเที่ยว” เสาหลักดัน GDP

ดร.พชรพจน์กล่าวว่า ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลให้ภาคธุรกิจการส่งออกซึ่งเป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศติดลบ อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าสำหรับภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยนั้นยังมีศักยภาพในการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และยังคงเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมสำหรับปีนี้ได้

โดยจากตัวเลขของกระทรวงการท่องเที่ยวฯพบว่า ในช่วง 10 เดือนแรกปีนี้ (มกราคม-ตุลาคม) มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยรวม 32.50 ล้านคนขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.29% สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 1.57 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.97% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

“สำหรับปีนี้ธุรกิจท่องเที่ยวถือเป็นเซ็กเตอร์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และยังคงเชื่อมั่นว่าจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมในปีหน้าจะยังสามารถขยายตัวได้อีกราว 5%”

คาดปี”62 จีนเที่ยวไทย 11.1 ล้าน

นางสาวพิมฉัตร เอกฉันท์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทยกล่าวเสริมว่า จากงานวิจัยเกาะติดทิศทางนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดถึงราว 160 ล้านคนในปีนี้ เพื่อดูแลศึกษาทิศทางนักท่องเที่ยวจีนในอีก 10 ปีข้างหน้า รวมถึงดูแนวโน้มการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยของนักท่องเที่ยวชาวจีน พบว่า คนจีนยังมีแนวโน้มเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าใน 10 ปีข้างหน้าจะมีจำนวนคนจีนเดินทางออกไปท่องเที่ยวทั่วโลกรวมประมาณ 334 ล้านคนจากจำนวนประมาณ 160 ล้านคนในปี 2562

“จากการวิจัยยังพบว่า คนจีนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละประมาณ 6.9% และเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือกลุ่มมิลเลนเนียลที่เข้าถึงเทคโนโลยีและโลกออนไลน์สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการท่องเที่ยวด้วยตัวเอง และปัจจัยเรื่องการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง นอกจากนี้ จีนยังมีแผนเพิ่มสนามบินใหม่อีกกว่า 200 แห่งหรือมีสนามบินในประเทศถึงราว 450 แห่งภายใน 10 ปีข้างหน้า รวมถึงนโยบายผ่อนปรนด้านวีซ่าของประเทศต่าง ๆ ที่ทำให้คนจีนเดินทางท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้นด้วย” นางสาวพิมฉัตรกล่าว

และว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนยังคงเป็นตลาดหลักที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยสูงสุดอันดับ 1 โดยคาดว่าปีนี้จะมีจำนวนที่ราว 11.1 ล้านคน และขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 11.6-12 ล้านคนในปีหน้า ทั้งนี้ หากประเทศไทยสามารถรักษาอัตราการเติบโตไว้ได้ในระดับ 7% จะทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยถึงราว 23 ล้านคนในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือหากการแข่งขันรุนแรงขึ้นอาจทำให้นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยขยายตัวได้ในอัตราที่ราว 5.5% หรืออยู่ที่ประมาณ 20 ล้านคนในอีก 10 ปีข้างหน้า

“ความปลอดภัย” หัวใจหลัก

ด้านนายณัฐพร ศรีทอง หัวหน้าส่วนทีมวิจัย ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวเสริมว่า งานวิจัยดังกล่าวยังชี้ชัดว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ที่คนจีนนิยมมาเที่ยว โดยในปี 2561 ที่ผ่านมามีส่วนแบ่งตลาด 15% ตามด้วยญี่ปุ่น 12% และเวียดนาม 7% และพบว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาพบว่าอัตราการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวญี่ปุ่นและเวียดนามพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในอัตรา 37% และ 26% ตามลำดับ ขณะที่ประเทศไทยเติบโตเฉลี่ยที่ 25%

หากประเมินในช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมา พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวเกาหลีขยายตัวสูงสุดที่ 27% ตามด้วยญี่ปุ่น 15%, สิงคโปร์ 5%, เวียดนาม 4% และไทย 2% โดยปัจจัยที่นักท่องเที่ยวจีนคำนึงถึงเมื่อจะมาท่องเที่ยวเมืองไทย คือ ธรรมชาติที่สวยงาม, วัฒนธรรม, บริการที่ดี การเดินทางที่สะดวก รวมถึงราคาที่ดีเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีปัจจัยลบในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งถือว่าเป็นจุดอันตรายและน่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากประเทศคู่แข่งของไทยอย่างเวียดนามมีอันดับความปลอดภัยสูงกว่ามาก ขณะที่ปัจจัยบวกด้านอื่น ๆ อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน

“ค่าเงิน” ไม่กระทบท่องเที่ยวจีน

นางสาวพิมฉัตรกล่าวเสริมด้วยว่า จากการวิจัยครั้งนี้ยังพบด้วยว่า การชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยนั้นยังคงเป็นประเด็นเรื่องของมาตรการด้านความปลอดภัย และยังคงเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ตในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2561 เป็นหลัก

“ประเด็นเรื่องเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า และค่าเงินบาทที่แข็งค่า หรือค่าเงินหยวนที่อ่อนค่านั้นส่งผลกระทบน้อยมาก”

นางสาวพิมฉัตรกล่าวและว่า นอกจากนี้ยังพบว่าค่าเงินที่ผันผวนมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวต่างประเทศของจีนน้อยมาก โดยพบว่ามีปัจจัยอื่นที่เป็นตัวกำหนดอนาคตของการท่องเที่ยวมากกว่าระดับค่าเงิน ซึ่งหากวิเคราะห์ภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยใน 7 ประเทศที่คนจีนไปเที่ยวมากที่สุด (ไทย, ญี่ปุ่น, เวียดนาม, เกาหลีใต้, สิงคโปร์, สหรัฐ และอินโดนีเซีย) ตั้งแต่ปี 2553-2561 ที่ผ่านมานั้นเป็นช่วงที่มีทั้งปัจจัยบวกและลบที่ส่งผลต่อการเดินทางของคนจีนออกนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง

แนะทำตลาดออนไลน์

นายณัฐพรกล่าวเสริมด้วยว่า จากแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มมิลเลนเนียลนั้น ทำให้คาดว่าโครงสร้างนักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (FIT) มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากเดิมที่โครงสร้างหลักจะเดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยว โดยกลุ่มดังกล่าวนี้จะให้บริโภคข่าวสารและคอนเทนต์ผ่านโซเชียลมีเดีย (WeChat, Weibo)ในสัดส่วนถึง 40% ที่สำคัญโซเชียลมีเดียยังมีอิทธิพลต่อการรับรู้สินค้า ประเมินและเปรียบเทียบ รวมถึงช่วยในการตัดสินใจซื้อเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

“ผู้ประกอบการไทยที่โฟกัสตลาดจีนควรทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียของจีนเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักเพราะมีกฎระเบียบค่อนข้างมาก ที่สำคัญก็มีงบประมาณจำนวนหนึ่งที่มากระดับหนึ่งด้วย” นายณัฐพรกล่าว