เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
ดูทั้งหมด

พปชร.กุม 4 เสาอำนาจพิเศษ “เพื่อไทย” ปรับทัพรักษาชีวิตฝ่ายค้าน

22 ธ.ค. 2562 | 21:43น.

การปรับโครงสร้างกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 วันที่ 21 ธันวาคม ด้วย “ข้ออ้าง” การยึด-โยงกับจำนวน ส.ส.ในมือหัวหน้าก๊ก ภายใต้ “ดุลอำนาจใหญ่” ที่มี “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ประธานยุทธศาสตร์พรรคเป็น “หัวหน้ามุ้งใหญ่” ที่ทุกดุลอำนาจต้องวิ่งเข้าหาเป็นการเขี่ยลูก “ปรับดุลอำนาจใหม่”

หลังจากการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ที่มีอดีต 4 รัฐมนตรี ก๊วนสี่กุมาร นายอุตตม สาวนายน หัวหน้า-นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรคเป็น “ทัพหน้า”

เขย่าเก้าอี้หัวหน้า-เลขาฯ พปชร.

ชื่อของ “เสี่ยแฮ๊งค์” อนุชา นาคาศัย แกนนำกลุ่มสามมิตร ถูกชูขึ้นมาทันที เพราะ “แค้นฝังหุ่น” หลังจาก “ถูกเขี่ย” ตกจากเก้าอี้รัฐมนตรี “ประยุทธ์ 2/1” แต่เมื่อได้ตำแหน่งรองประธานยุทธศาสตร์พรรค-นั่งข้าง พล.อ.ประวิตร จึงถึงเวลาต้องกลับมายิ่งใหญ่-ทวงคืน

ทุกสายตาจึงจับตาไปที่การ “ชิงดำ” ระหว่างนายสนธิรัตน์-ที่มี “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เป็นแบ็กอัพ กับ “เสี่ยแฮ๊งค์” ที่ “เข้าทาง” พล.อ.ประวิตร ทว่า ยังมี “ม้ามืด” อย่าง “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” แกนนำกลุ่มอดีต กปปส.-ประชาธิปัตย์พลัส ที่เป็นมุ้งใหญ่ทั้งในเรื่องกำลังคน-ทุน-คอนเน็กชั่นพิเศษ

ขณะที่ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” เลขาธิการพรรคตัวจริง-เสียงจริง ประสานทั้งบนดิน-ใต้ดิน ไม่สามารถกลับมาทำหน้าที่พ่อบ้านเต็มตัวได้ เพราะนายสุริยะเคยเป็นอดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย-ขุนพลคู่ใจทักษิณ ชินวัตร ทำให้ทหาร “ไม่ไว้วางใจ”

แกนนำกลุ่มสี่กุมารยังมั่นใจใน “พลังแฝง” ว่า “หัวหน้ากับเลขาธิการพรรคยังเหมือนเดิม ฮวงจุ้ยยังไม่เปลี่ยน ถ้าเปลี่ยนก็เปลี่ยนไม่มาก”

จัดสมดุลอำนาจ-ค้ำยันประยุทธ์

ธงการปรับโครงสร้างพลังประชารัฐครั้งนี้ เพื่อสร้างสมดุลอำนาจภายในพรรคใหม่ และกระชับ ส.ส.ในพรรค-นอกพรรครับมือศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

“พลิกเกม” สภาเสียงปริ่มน้ำให้อยู่เหนือน้ำ-ดำรงอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ให้อยู่ยงนอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมทัพ “ผู้เล่นใหม่” ทั้งที่ “เทกโอเวอร์” มาอย่าง “ไพบูลย์ นิติตะวัน” ส.ส.บัญชีรายชื่อ-อดีตหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป และการ “ต่อท่อ” คีย์แมนจากพรรคร่วมรัฐบาลเอง อย่าง “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็น “ประชาธิปัตย์พลัส”

การมาของ “พีระพันธุ์” ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี-ใช้ตึกไทยคู่ฟ้าเป็น “ที่จอด” เพื่อขยับไปเป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางและการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 เบียดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตกขอบสภา

สถานการณ์ของพลังประชารัฐหลังวันที่ 21 ธ.ค. คือ การสร้างสมดุลอำนาจภายในพรรค-คุมเกมในสภา ขนาบด้วยการตัดกำลังฝ่ายค้าน การันตีได้จากน้ำเสียงของ “ดิสทัต โหตระกิตย์” เลขาธิการนายกรัฐมนตรี-กุนซือ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า “ไม่กังวลเกมในสภา แต่กังวลเกมนอกสภามากกว่า”

ทว่า “ความเสี่ยง” การ “ปรับทัพ” พลังประชารัฐครั้งนี้ หากหัวหน้า-เลขาธิการพรรคไม่ใช่นายอุตตม-นายสนธิรัตน์ จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง “ดุลอำนาจการนำ” ครั้งสำคัญ “กลุ่มสี่กุมาร” ที่มี “สมคิด” รองนายกรัฐมนตรี เป็น “ที่ปรึกษาทางใจ” จะถอนสมอเรือเล็กยกคณะ หลังเสร็จศึกการอภิปรายไม่ไว้วางใจดุลอำนาจใหญ่-พล.อ.ประวิตรจะถูกครอบด้วย 10 ก๊กในพรรค ทุกมุ้งในพรรคจะวิ่งเข้าหา พล.อ.ประวิตร…เสื่อมไปถึงเบอร์ 1 ทำเนียบรัฐบาล

254 ขั้วรัฐบาลเสียงยังแน่น

แม้ว่าพลังประชารัฐจะกระชับอำนาจ ดูด-ดึง เสียงจากพรรคพันธมิตรสำคัญอย่าง “ประชาธิปัตย์” มาอยู่ใต้ชายคา แต่ไม่ทำให้เสียงในสภาของฝ่ายรัฐบาลลดลง เพราะขณะนี้รัฐบาลยังกำเสียงในสภามากกว่าเดิม เมื่อฝ่ายค้านอิสระ 2 พรรคจิ๋ว เตรียมกลับมาอยู่ซีกรัฐบาล คือ ไทยศรีวิไลย์ และประชาธรรมไทย

ทำให้ขณะนี้ ฝ่ายรัฐบาลมี ส.ส.ในมือ 254 เสียง แบ่งเป็น พลังประชารัฐ 116 เสียง ประชาธิปัตย์ 53 เสียง ภูมิใจไทย 51 เสียง ชาติไทยพัฒนา 11 เสียง รวมพลังประชาชาติไทย 5 เสียง ชาติพัฒนา 3 เสียง พรรครักษ์ผืนป่า 2 เสียง พรรคพลังท้องถิ่นไทย 3 เสียง พรรค 10 เสียง

ฝ่ายค้านสั่นคลอน

แต่สำหรับฝ่ายค้านยิ่งนานวัน “จำนวนมือ” ยิ่งร่อยหรอ แถมยังต้องสาละวนกับการลงโทษ “งูเห่า” และคดียุบพรรค เพราะขุมกำลัง 7 พรรคฝ่ายค้านจากที่เคยมี 244 เสียง บัดนี้เหลือแค่ 240 เสียง

พลันที่พรรคอนาคตใหม่ มี “มติขับ” 4 งูเห่า 1.น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี 2.พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี 3.น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ 4.นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี “พ้นพรรค”

สองวันหลังจากถูกขับออกจากพรรค “ศรีนวล” เปิดหน้า ซบพรรคภูมิใจไทยทันที ส่วน “พ.ต.ท.ฐนภัทร” และ “จารึก” 2 ส.ส.จันทบุรี มีข่าวว่าเปิดโต๊ะเจรจากับแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ส่วน “กวินนาถ” มีสิทธิ์เข้ามุ้งใหญ่-บ้านชลบุรี ไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ที่มี “เสี่ยเฮ้ง” นายสุชาติ ชมกลิ่น ประธาน ส.ส. เป็นผู้ชักชวนเข้า “ร่วมชายคา” พรรคพลังประชารัฐจากเสียงปริ่มน้ำ เริ่มจะไม่ปริ่มน้ำ !

อนค.ในโซนอันตราย

อีกทั้งชะตากรรมของพรรคอนาคตใหม่ยังคงอยู่ใน “โซนอันตราย” จากเหตุที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค จากปมเงินกู้ 191 ล้านบาท ซ้ำดาบสองด้วยคดีล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไปตั้งแต่เดือน ก.ค.

โอกาสรอดยังต้อง “ลุ้นเหนื่อย” แม้ว่าพรรคอนาคตใหม่เตรียมแผน 2 เซ้ง “พรรคสำรอง” ไว้เตรียมพร้อมหากเกิดอุบัติเหตุ ตามที่ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการพรรค ลั่นวาจาไว้ว่า “ยุบเมื่อไหร่ วันรุ่งขึ้นย้ายไปอยู่พรรคใหม่ทันที” และอาจมีแค่ “หลักหน่วย”

หนีทัพไปอยู่ขั้วรัฐบาล

แต่ยังไม่มีอะไรการันตีว่า ส.ส.ทั้งหมดของพรรคจะขนทัพย้ายไป “สวมหัวโขนใหม่” ได้ทั้งหมดหรือไม่…ในช่วงที่ “มือดีล” ฝ่ายรัฐบาลตั้งโต๊ะเจรจางูเห่า แบบเปิดหน้าในรัฐสภา บัดนี้ เสียงฝ่ายค้าน-รัฐบาล “ช่องว่าง” ต่างกันถึง “สิบเสียง” โดยที่เสียงฝ่ายรัฐบาลมี 254 เสียงนับวันยิ่งเป็น “ปึกแผ่น” หาก “งูเห่า” 4 ตัวของอนาคตใหม่มาสมทบขั้วรัฐบาล เสียงจะดีดขึ้นเป็น 258 เสียงทันที ไม่นับการเลือกตั้งซ่อม ขอนแก่น เขต 7 กับสมุทรปราการ ที่อาจเพิ่มกำลังให้ฝ่ายรัฐบาลอีก 2 เสียง

ฟากสถานการณ์พรรคประชาชาติ ที่ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” เป็นหัวหน้าพรรค ยังต้องสอบสวนกรณี “งูเห่า” 1 ตัวของพรรค คือ “อนุมัติ ซูสารอ” จากเคสเดียวกับ 3 งูเห่าเพื่อไทย ที่ไปแสดงตัวเป็นองค์ประชุมให้ฝ่ายรัฐบาล ในการล้มญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญ

“เช็กบิล ม.44”

ส่วนสถานการณ์พรรคเศรษฐกิจใหม่วันนี้ หลังจาก “มัดจำเสียง” ล้มญัตติเช็กบิล ม.44 มาใช้พลังประชารัฐเป็น “ที่พัก” เหลือเพียงแค่รอปรับคณะรัฐมนตรี-เกลี่ยตำแหน่งทางการเมืองเพื่อไทยปรับขบวน แถม “เพื่อไทย” พี่เบิ้มในพรรคฝ่ายค้าน การจัดทัพภายในพรรคยังไม่เป็นกระบวน

เพราะยังอยู่ระหว่างสยบรอยร้าวระหว่างกลุ่ม-ก๊ก โดยเฉพาะกระแสข่าวว่า ส.ส.อีสาน ไม่พอใจบทบาท “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ยกขบวนไปฟ้องนายใหญ่ “ทักษิณ ชินวัตร” ถึงมหานครดูไบในช่วงเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ให้เปลี่ยนตัวประธานยุทธศาสตร์พรรคกวักมือเรียก “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” ให้กลับมาประจำการเป็นประธานยุทธศาสตร์ของพรรค แทนแม่ทัพหญิง

ที่สุดแล้ว “ร.ต.อ.เฉลิม” ถูกดึงตัวกลับมาจริง ๆ ตามแรงกดดันจาก ส.ส.อีสาน การกลับมาของ “เจ้าพ่อบางบอน” ประเดิมศึกแรกในฐานะประธาน คณะกรรมการกิจการพิเศษ รับภารกิจเป็นหัวขบวนซักฟอกรัฐบาลในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ช่วงกลาง-ปลายเดือน ม.ค. 2563 พ่วงภารกิจ ติดตาม ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง เฉพาะเรื่องแบบรู้ลึก และทันสถานการณ์ เพื่อนำเสนอหัวหน้าพรรค ตามที่หัวหน้าพรรคสั่งการ ติดตามควบคุม ตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลและหน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้องและเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นในนามเพื่อไทย งานนี้เบียดคิว “เจ้าแม่ กทม.” ให้ไปดูงานด้านมวลชน ลงพื้นที่ซับน้ำตาชาวบ้าน เสริมภาพลักษณ์เพื่อไทยตามงานถนัด

ส่วนหมากการเมือง “ร.ต.อ.เฉลิม” และกลุ่มภูมิธรรม กลับมาผงาดอีกครั้ง อาศัย “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรค ในเงานายใหญ่ทักษิณ ลงไปเคลียร์ใจยังต้องสยบรอยร้าว-ระหว่างกลุ่ม ก๊ก ก๊วน ที่ไม่พอใจ “คุณหญิงสุดารัตน์” ให้กลับมาเป็นขบวนเดียวกัน ถอนพิษงูเห่าไม่ให้ลุกลามบานปลาย…ศึกในเพื่อไทยยังระอุ

อีกทั้งการปรับเอา “ร.ต.อ.เฉลิม” เข้ามาถือธงนำในสภา เพื่อเปิดเกมรุก-ดุดัน “ดึงซีน” กลับจากพรรคอนาคตใหม่ และเสรีรวมไทย ของ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส”

ในเวลาเดียวกันยังต้องเคลียร์คดี 3 งูเห่า “พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.-พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี-ขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี” ซึ่งยังจบไม่ลง ในปมเข้าร่วมเป็นองค์ประชุมให้ฝ่ายรัฐบาล เดินหน้าล้มญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาผลกระทบประกาศคำสั่ง คสช.-อำนาจมาตรา 44 แต่แนวโน้มไม่ถึงขั้น “ถูกขับ” เหมือน 4 ส.ส.อนาคตใหม่ เท่ากับว่า การปรับขบวนของเพื่อไทย คือ การ “ปรับเพื่อรักษาชีวิต”

แม้รายชื่อ 4 รัฐมนตรีที่พรรคเพื่อไทยจองกฐินซักฟอกจะไม่มีรัฐมนตรีจาก 2 แกนหลักพรรคร่วมรัฐบาล ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย เพื่อหวังล้ม พล.อ.ประยุทธ์-พลิกขั้วเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ทว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์-พลังประชารัฐมั่นใจว่า “แพไม่ล่ม” เพราะคุมเกมอำนาจฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติ-องค์กรอิสระ และอำนาจที่ 4 ไว้เหนียวแน่น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเมือง ฝ่ายค้าน