ธปท.สกัดแฮกโมบายแบงกิ้ง ออกเกณฑ์คุมใช้มือถือเสี่ยง
ธปท.ปิดจุดอ่อน “โจรกรรมเงิน-แฮกข้อมูล” โมบายแบงกิ้ง ออกแนวปฏิบัติให้แบงก์ “จำกัดเวอร์ชั่นมือถือเข้าถึงธุรกรรม-ลิมิตวงเงิน” ก่อนสิ้นปีนี้ ให้เวลาทยอยแจ้งลูกค้าอัพเกรดโทรศัพท์ใน 4 เดือน ก่อนใช้จริง พ.ค. 63
นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงิน และเทคโนโลยีการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภายใน ธ.ค.นี้ ธปท.จะออกแนวนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของการใช้บริการทางการเงินและการชำระเงินบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Guiding Principle for Mobile Banking Security) ให้สถาบันการเงินนำไปปฏิบัติ เนื่องจากโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะเข้าถึงบริการทางการเงิน ซึ่งช่วง 9 เดือนแรกปี 2562 นี้ มีผู้ใช้งานโมบายแบงกิ้งถึง 55 ล้านบัญชี และมีปริมาณธุรกรรมมากกว่า 3,200 ล้านรายการ ถือว่าค่อนข้างสูง จึงต้องดูแลความเสี่ยง
ทั้งนี้ จะแบ่งเป็น 2 มาตรการ คือ 1.มาตรการขั้นต่ำ ในด้านเทคนิค ที่จะไม่อนุญาตให้มีการนำอุปกรณ์ที่ไม่ปลอดภัยเข้าใช้งาน และการเข้ารหัสไฟล์ข้อมูล การจำกัดการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ โดยโทรศัพท์ที่มีระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ต่ำกว่าเวอร์ชั่น 4 และ iOS เวอร์ชั่นต่ำกว่า 8 รวมถึงการดัดแปลงเครื่อง ลงโปรแกรมปลอม (เจลเบรก) จะถูกจำกัดการใช้งานแบบขั้นบันได เช่น จำกัดวงเงินในการทำธุรกรรม หรือการเข้าถึงฟังก์ชั่นการใช้งานในบางธุรกรรม และ 2.การตั้งรหัสผ่านที่ซับซ้อน และการเพิ่มการตรวจสอบ application มากขึ้น
ทั้งนี้ ธปท.จะให้เวลาแบงก์ปรับตัวและสื่อสารทำความเข้าใจกับลูกค้า 4 เดือน ก่อนจะมีผลบังคับใช้ในเดือน พ.ค. 2563 ซึ่งจากการสำรวจ พบว่า มีผู้ใช้มือถือที่เข้าข่ายเจลเบรกไม่ถึง 1 หมื่นเครื่อง และที่ใช้แอนดรอยด์ที่ต่ำกว่าเวอร์ชั่น 4 มีอยู่ที่ราว 1 หมื่นเครื่อง
“ธนาคารจะไปสื่อสารกับลูกค้า หากลูกค้าติดขัด ธนาคารก็จะมีแผนรองรับ โดยมาตรการจะเป็นการจำกัดการเข้าถึงบางธุรกิจ หรือลิมิตวงเงิน เราต้องการยกระดับความปลอดภัยการใช้บริการ เพราะปัจจุบันมีความเสี่ยงมากขึ้น ทั้งความเสี่ยงจากมัลแวร์ และการถูกแฮกจากจุดอ่อนที่เกิดจากการเจลเบรก”
นายยศ กิมสวัสดิ์ ประธานสำนักงานระบบชำระเงิน สมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า สิ่งที่แบงก์ต้องทำ คือ ทยอยสื่อสารกับลูกค้า เพื่อให้อัพเกรดเวอร์ชั่นโทรศัพท์ให้เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน เพื่อยกระดับความปลอดภัย โดยแจ้งให้ลูกค้ารับทราบว่า หากไม่อัพเดตจะไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ ทั้งนี้ แบงก์ไม่จำเป็นต้องลงทุนพัฒนาระบบเพิ่มแต่อย่างใด