เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

ก้าวย่างของอังกฤษ บนเส้นทาง “ฮาร์ดเบร็กซิต”

28 ธ.ค. 2562 | 07:44น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ชัยชนะทางการเมืองของบอริส จอห์นสัน และพรรคอนุรักษนิยม ส่งผลให้หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่า สหราชอาณาจักร (ยูเค) หรืออังกฤษ ไม่เพียงต้อง “เบร็กซิต” คือ ออกจากการเป็นสมาชิกของ สหภาพยุโรป (อียู) แน่นอนแล้วเท่านั้น ยังเป็นการออกจากการเป็นสมาชิกแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดกว่าที่หลายคนคาดคิดไว้อีกด้วย

พูดง่าย ๆ ก็คือว่า นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน กำลังนำพาอังกฤษก้าวย่างอย่างรวดเร็วบนเส้นทางสู่ “ฮาร์ดเบร็กซิต” ซึ่งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยยืนยันตลอดมาว่า ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างกว้างขวางไม่เฉพาะกับอังกฤษเท่านั้น ยังอาจสะเทือนไปทั้งโลกด้วยอีกต่างหาก

ร่างกฎหมายความตกลงเพื่อการถอนตัวจากอียู ซึ่งถูกนำเข้าสู่การพิจารณาวาระที่สองในสภาสามัญเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. แล้วผ่านความเห็นชอบของสภา ซึ่งพรรคอนุรักษนิยมของจอห์นสันครองเสียงข้างมากอยู่สบาย ๆ ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุน 358 เสียง ไม่เห็นชอบ 234 เสียง สะท้อนถึงรูปธรรมตามความคาดหมายดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

ร่างกฎหมายฉบับนี้กำหนดจะต้องผ่านขั้นตอนแปรญัตติในวาระสามระหว่างวันที่ 7-9 ม.ค. ถึงในสภาสามัญแล้วลงมติเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนส่งขึ้นไปสู่สภาขุนนาง (วุฒิสภา) เพื่อพิจารณาลงมติให้ความเห็นชอบ

หากทุกอย่างเป็นไปตามคาดหมาย รัฐสภาแห่งยุโรปก็คาดว่าจะให้สัตยาบันรับรองความตกลงนี้ในวันที่ 29 ม.ค. นำอังกฤษไปสู่การพ้นจากการเป็นสมาชิกของอียู “อย่างเป็นทางการ” ได้ในอีก 2 วันต่อมา

สาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าวนี้ จริง ๆ แล้วแทบเป็นไปตามกรอบที่นายกฯจอห์นสันไปทำความตกลงไว้กับอียู ก่อนหน้าการเลือกตั้งเพียงมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมตรงที่การกำหนดเงื่อนเวลาที่สำคัญขึ้นมาเท่านั้น

เงื่อนเวลาแรกก็คือ ต้องไม่มีการเลื่อนกำหนดการออกจากอียูให้ล่าช้าออกไปจากวันที่ 31 ม.ค. 2020 อีกแล้ว เงื่อนเวลาที่สองก็คือ กำหนดให้ “ทรานซิชั่นพีเรียด” หรือช่วงทุเลาผลการออกจากอียู จำกัดอยู่เพียงแค่ 31 ธ.ค. 2020 ไม่มีการยืดเยื้อมากเกินไปกว่านั้น

บอริส จอห์นสัน ให้เหตุผลไว้ว่า เพื่อให้เป็นที่แน่ชัดว่าเบร็กซิตจะเกิดขึ้นตามเจตนารมณ์ของประชาชนอังกฤษอย่างแน่นอน จึงกำหนดเส้นตายที่ว่านั้นไว้

หากสภาสูงผ่านร่างนี้ออกมาเป็นกฎหมายใช้บังคับ การเลื่อนเงื่อนเวลาของขั้นตอนเบร็กซิตออกไปอีกแม้แต่วันเดียว ก็จะกลายเป็นการกระทำผิดกฎหมายไปในทันที

เส้นตายแรกนั้นพอจะกล้อมแกล้ม คิดได้ว่า เป็นไปเพื่อสนองเจตนาดังกล่าว แต่เงื่อนเวลาที่ 2 ไม่เป็นเหตุเป็นผล สอดคล้องกับข้ออ้างของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ แต่กลับสะท้อนให้เห็นเจตนาที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ร่างกฎหมายนี้

“ทรานซิชั่นพีเรียด” หรือ “ช่วงเปลี่ยนผ่าน” นั้น ถูกออกแบบเอาไว้เพื่อบรรเทาผลกระทบในทางลบของการออกจากการเป็นสมาชิกภาพต่อเศรษฐกิจของทั้งอังกฤษและอียู เป็นทั้งช่วงเวลาที่ยืดหยุ่นไว้ให้สำหรับการเจรจาเพื่อทำความตกลงในรายละเอียดของประเด็นต่าง ๆ ที่ต้องเจรจากันเพื่อนำมาใช้ทดแทนความตกลงที่มีอยู่แต่เดิม

ที่สำคัญอย่างยิ่งคือการเจรจาตกลงทางการค้าระหว่างกันเสียใหม่ ว่าส่วนใดจะคงเดิมไว้ ส่วนไหนจะเปลี่ยน แล้วจะเปลี่ยนไปอย่างไร

การจำกัดเวลาเพียง 1 ปี ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีการเริ่มต้นการเจรจา ส่อเจตนาเป็นสองนัยเท่านั้นก็คือ ฝ่ายที่กำหนดเวลากระชั้นสั้นดังกล่าว มี “ต้นแบบ” ของความตกลงที่กำหนดตายตัวไว้อยู่ก่อนแล้ว เส้นตายดังกล่าวเป็นเสมือนการบีบบังคับกลาย ๆ ให้อีกฝ่ายหนึ่งยอมรับแบบฉบับความตกลงของตนเอง ไม่ต้องเจรจาต่อรองกันให้มากความ

อีกนัยหนึ่งนั้น เท่ากับเป็นการบ่งบอกกับคู่เจรจาของตนว่า มีเวลาเพียงเท่านี้ จะทำก็ต้องรีบทำ ถ้าไม่ทำก็ไม่ต้องมีความตกลงทางการค้าใด ๆ กัน

นั่นแทบไม่ต่างอะไรกับ “โนดีลเบร็กซิต” หรือ “ฮาร์ดเบร็กซิต” ที่เคยก่อให้เกิดความกังวลกับผู้คนในแวดวงธุรกิจของทั้งอังกฤษและของสหภาพยุโรปกันมามากมายในอดีตที่ผ่านมา

นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ ชาร์ลส์ มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรป (ยูโรเปี้ยนเคาน์ซิล)คนใหม่ ต้องทวีตข้อความว่า ในการเจรจาทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างอังกฤษกับอียูนั้น “การเสมอภาคซึ่งกันและกัน ยังจำเป็นต้องมี”

ไม่เช่นนั้น ความคาดหวังของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ต้องการให้ทุกอย่างแน่นอนที่สุด จะกลายเป็นตัวการก่อให้เกิดความไม่แน่นอน ความโกลาหลขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งได้มากอย่างยิ่ง

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า การเจรจาการค้าระหว่างประเทศนั้น หากให้รอบด้านและยั่งยืนจริง ๆ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องเป็น 3 ปี หรือ 5 ปีขึ้นไป

ใครที่คิดว่าจะเจรจาต่อรองแล้วเสร็จภายในเวลาไม่ถึงปีนั้น จะมีก็แต่พวกที่ไม่อยากมีข้อตกลงเท่านั้นเอง