เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

“สมคิด”อุ้มผู้ส่งออกเอสเอ็มอี บาทแกว่งกล่อมแบงก์ลดค่าฟี

12 ก.ค. 2560 | 19:00น.

“สมคิด” กล่อมแบงก์พาณิชย์ลดค่าฟีซื้อสัญญาฟอร์เวิร์ดอุ้มผู้ส่งออกเอสเอ็มอี รับมือบาทผันผวน “เอ็กซิมแบงก์-บสย.” ทำมาตรการเสริมให้วงเงินฟอร์เวิร์ดพ่วงสินเชื่อส่งออกของทุกแบงก์-ไม่มีหลักประกันให้ บสย.ค้ำส่วนต่าง สศค. ชี้บาทแข็งกว่าประเทศคู่ค้า

ประชุมอุ้มส่งออกรายย่อย

แหล่งข่าวจากธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า วันนี้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมมาตรการสนับสนุนด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยหนึ่งในประเด็นหารือคือ การเจรจากับสมาคมธนาคารไทย เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ลดค่าธรรมเนียมการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฟอร์เวิร์ด) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ให้แก่ผู้ส่งออกที่เป็นเอสเอ็มอี เนื่องจากที่ผ่านมาจากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พบว่า ค่าเงินบาทแข็งค่ามากกว่าประเทศคู่แข่งขันทางการค้า

ขณะที่กระทรวงการคลัง และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ อาทิ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้รับโจทย์ให้คิดหามาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการค่าเงิน ซึ่งจะเป็นมาตรการเสริม โดยเอ็กซิมแบงก์และเอสเอ็มอีแบงก์จะให้วงเงินสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยที่ผ่อนปรน ส่วน บสย.จะค้ำประกันกรณีลูกค้าไม่มีหลักประกัน

“การประชุมวันที่ 12 ก.ค. จะมีมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีส่งออก โดยเฉพาะการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เป็นการช่วยเรื่องผลกระทบเงินบาทแข็งค่าออกมา ประเด็นหลักอยู่ที่ต้องเจรจาค่าฟีสัญญาฟอร์เวิร์ดกับแบงก์พาณิชย์ ซึ่งปกติจะมีแต่โปรดักต์สำหรับลูกค้ารายใหญ่ ถ้าต้องการให้เอสเอ็มอีซื้อป้องกันความเสี่ยง ก็ต้องทำให้ต้นทุนต่ำลง ส่วนแบงก์รัฐจะออกมาตรการเสริม ซึ่งจะดึงธนาคารพาณิชย์มาร่วมด้วย”

EXIM ให้วงเงินฟอร์เวิร์ด-สินเชื่อ

แหล่งข่าวกล่าวว่า ทางเอ็กซิมแบงก์จะเข้าไปให้วงเงินฟอร์เวิร์ดพ่วงสินเชื่อเพื่อการส่งออกของแบงก์พาณิชย์ และเอสเอ็มอีแบงก์ และหากผู้ประกอบการรายใดไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ก็จะให้ บสย.เข้ามาค้ำประกัน โดยจะเป็นการค้ำประกันส่วนต่างที่เกิดขึ้นในกรณีที่ผู้ประกอบการที่ซื้อฟอร์เวิร์ดไว้แล้ว แต่ค่าเงินไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือเรียกว่า การค้ำประกันวงเงินสินเชื่อเพื่อรองรับส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน

“วงเงินฟอร์เวิร์ดที่เอ็กซิมแบงก์จะให้กับเอสเอ็มอีแต่ละราย ก็จะเท่ากับวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติจากแต่ละแบงก์ ซึ่งจะเหมือนกับโปรดักต์ที่เอ็กซิมแบงก์ดำเนินการอยู่แล้ว เพียงแต่จะดึงแบงก์อื่นมาร่วมให้สินเชื่อพ่วงวงเงินฟอร์เวิร์ดนี้ด้วย จากปกติแบงก์อื่น ๆ จะให้แต่สินเชื่อไม่มีแถมฟอร์เวิร์ด คือต้องบูรณาการทุกฝ่ายมาร่วมกัน ส่วนการให้วงเงินก็จะขึ้นกับโปรดักต์ของแต่ละแบงก์ ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน” แหล่งข่าวกล่าว

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการเอ็กซิมแบงก์ กล่าวว่า อยากกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ส่งออกได้ตระหนักถึงการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยจากการหารือกับธนาคารพาณิชย์ พบว่า หลายแบงก์มีการให้วงเงินป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนแก่ลูกค้าตัวเองอยู่แล้ว ส่วนผู้ประกอบการที่ไม่ได้เป็นลูกค้าแบงก์พาณิชย์ ตอนนี้กำลังหารือกันถึงมาตรการที่จะเข้าไปช่วยเหลือ

“ถ้าไม่ได้เป็นลูกค้าแบงก์พาณิชย์ แต่อยากป้องกันความเสี่ยง เรายินดีให้มาใช้บริการจากเอ็กซิมแบงก์ได้ โดยเรามีโปรดักต์อยู่แล้ว ซึ่งให้วงเงิน 2 ประเภท คือ วงเงินไม่เกิน 5 แสนบาทที่ให้ทั้งวงเงินสินเชื่อเสริมสภาพคล่อง ที่ดอกเบี้ยแค่ 3.5% ต่อปี และวงเงินสำหรับทำประกันความเสี่ยงค่าเงินด้วย นอกจากนั้นยังมีบริการป้องกันความเสี่ยงจากการไม่ได้รับการชำระค่าสินค้า” นายพิศิษฐ์กล่าว

ปัจจัยลบส่งออกครึ่งปีหลัง

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. เอ็กซิมแบงก์ได้จัดสัมมนา “เงินบาทแข็งค่า…ธุรกิจจะต้านทานได้เแค่ไหน” ดร.วชิรา อารมณ์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ความท้าทายของภาคส่งออกไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ อย่างแรกก็คือเศรษฐกิจโลกจะเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ สอง นโยบายกีดกันการค้าที่เริ่มรุนแรงขึ้น สาม มาตรฐานสินค้าสิ่งแวดล้อม สี่ ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ห้า เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และ หก ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ในส่วนของอัตราแลกเปลี่ยนนั้น จะยังมีความผันผวน จากปัจจัยนโยบายของสหรัฐ ราคาน้ำมัน และความเสี่ยงจากการเมืองโลก

ดร.วชิรากล่าวอีกว่า บทบาทของอัตราแลกเปลี่ยนมีผลบ้างกับการส่งออกอย่างน้อยก็ช่วยสภาพคล่องได้ในกรณีเอสเอ็มอี แต่ค่าเงินไม่ได้สำคัญต่อการส่งออกเท่ากับกำลังซื้อของประเทศคู่ค้า

“ถ้าดูค่าความผันผวนของค่าเงินปีนี้ เราอยู่ที่ 3.8% ก็ผันผวนขึ้นถ้าเทียบกับช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ยังต่ำอยู่ระดับกลาง ๆ ของภูมิภาคไม่ได้ผันผวนมาก” ดร.วชิรากล่าว

บาทแข็งมากกว่าประเทศคู่ค้า

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า หากมองในภาพรวมค่าเงินบาท เทียบกับอดีตที่ยาวออกไป ถือว่าไม่ได้แข็งค่ามากนัก เพราะเคยแข็งค่าไปถึงระดับ 28 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงปี 2556 อย่างไรก็ดี แม้ตอนนี้ค่าเงินบาทจะยังไม่แข็งค่าเท่าอดีต แต่มองระยะสั้นช่วง 1-2 ปีก็ถือว่าแข็งค่าเร็ว ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าอาจจะแข็งค่าไปถึงระดับในอดีตได้ ดังนั้นจึงต้องเตรียมการรับมือไว้

“เมื่อดูดัชนี NEER จากตัวเลขของ ธปท. ซึ่งเป็นค่าถัวเฉลี่ยค่าเงินกับประเทศต่าง ๆ ที่ไทยค้าขายด้วย จะพบว่าถ้าดูเงินบาทเทียบกับคู่ค้าที่สำคัญ เราแข็งค่าตลอดจากปี 2552 แข็งค่าขึ้นเกือบ 60% คือดูแล้วอาจจะไม่แข็งถ้าเทียบกับดอลลาร์ แต่ถ้าเทียบกับคู่ค้า เงินบาทแข็งค่าขึ้น โดยคู่ค้าของไทยหลัก ๆ ก็อาเซียน จีน ญี่ปุ่น และยุโรป” ดร.ศรพลกล่าว

ด้านนายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในการประชุม กับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เป็นการหารือถึงมาตรการช่วยเหลือ สนับสนุน ผู้ประกอบการ SMEs เพิ่มจากมาตรการช่วยเหลือเดิมที่มีอยู่ให้เข้มข้นขึ้น โดยจะร่วมหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน บสย. เอสเอ็มอีแบงก์ สมาคมธนาคารไทย ในเรื่องของทักษะการเงินเพื่อการค้าขาย ส่งออกด้วยเงินตราและอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวนตลอดเวลา เนื่องจากรัฐบาลได้ผลักดันให้ SMEs ก้าวสู่การทำธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ หรือ อีคอมเมิร์ซ รวมถึงผลักดันให้มีศักยภาพการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ ดังนั้นการเข้าใจถึงแนวโน้มค่าเงินในอนาคตจะทำให้เอสเอ็มอีวางกลยุทธ์รับมือการทำธุรกิจได้