เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

“สงครามการค้าโลก” รอปะทุหลังดีลจีน-สหรัฐ

25 ม.ค. 2563 | 09:45น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ในระยะสั้น ตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลกคึกคักรับการลงนามในความตกลงระยะแรกระหว่างประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 1 และ 2 อย่างจีนกับสหรัฐอเมริกา

แต่ใครที่ใคร่ครวญอย่างรอบคอบ จะพบเห็นได้ทันทีว่า ความตกลงที่ว่านั้นไม่มีผลใด ๆ ต่อความขัดแย้ง และความไม่แน่นอนในระบบการค้าระหว่างประเทศโดยรวมทั้งหมด ที่ดำรงอยู่มาตลอดตั้งแต่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศสงครามการค้ากับจีนเป็นครั้งแรก

เป็นความขัดแย้งซึ่งก่อให้เกิดความไม่แน่นอนขึ้นในหลาย ๆ ทาง ที่ในที่สุดก็จะกลายเป็นตุ้มถ่วงมหึมาให้เศรษฐกิจโลกถดถอย ตกต่ำ หรือเกิดวิกฤตการณ์ขึ้นตามมาได้ในปีนี้

ตั้งแต่ต้นปีเรื่อยไปจนถึงปลายปี อย่างน้อยยังคงมี “ระเบิดเวลา” ขนาดใหญ่อยู่มากถึง 3 ลูกรอวันปะทุ ซึ่งหากขาดความยับยั้งชั่งใจ หรือประเมินและคำนวณสถานการณ์ผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถระเบิดออกกลายเป็นสงครามการค้าที่ครอบคลุมเพื่อทำลายล้างระบบการค้าของโลกอย่างที่เราคุ้นเคยลงได้ในชั่วพริบตา

จุดเริ่มคือดีลการค้าระยะแรกระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา แบบ “ไม่สะเด็ดน้ำ” ที่โดนัลด์ ทรัมป์ และกลุ่มเหยี่ยวในทำเนียบขาวภูมิใจนักหนานั่นแหละ

นักเศรษฐศาสตร์, นักวิเคราะห์ตลาด และผู้เชี่ยวชาญทางการค้า พิจารณารายละเอียดแล้วยืนยันตรงกันว่า ยังน่าวิตกใหญ่หลวงมาก ถึงขนาดไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า เอาเข้าจริงแล้วภายในปีนี้ จีนกับสหรัฐอเมริกาจะสามารถเริ่มต้นการเจรจาระยะที่สอง ที่จริงจังเข้มข้นกว่า และเป็นสาระสำคัญที่เป็นหัวใจของความตกลงการค้าของทั้งสองฝ่ายได้หรือไม่

นักวิเคราะห์ของแคปิตอล อีโคโนมิกส์ อุปมาดีลที่ลงนามกันมาว่า เปรียบเสมือนการชวนกันไล่เก็บผลไม้ที่ห้อยอยู่เตี้ย ๆ พอเอื้อมมือถึงได้ไปเท่านั้น ซึ่งไม่ได้ทำให้ความตึงเครียดระหว่างกันยุติลงได้อย่างแน่นอน

แชด บราวน์ อดีตนักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก ซึ่งปัจจุบันทำงานวิชาการอยู่ที่สถาบันไม่แสวงกำไร ปีเตอร์สันเพื่อการศึกษาเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ เตือนให้เราได้ตระหนักว่า ขณะที่การเจรจาระยะที่ 2 แทบไม่มีวี่แววว่าจะประสบความสำเร็จในระยะเวลาสั้น ๆ นั้น สหรัฐยังเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในระดับที่สูงมากอยู่ราว 2 ใน 3 ของสินค้านำเข้าทั้งหมด หรือราว 370,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่จีนก็ยังคงเก็บภาษีตอบโต้กับสินค้าที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกาถึงกว่าครึ่งอยู่ในระดับเดียวกัน

ในเวลาเดียวกันยังมีประเด็นปัญหาอีกหลายอย่างที่มีบริบทแตกต่างออกไป และเป็นเงื่อนปมซึ่งต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในสภาพ “ยอมไม่ได้” อย่างเช่น กรณีของเทคโนโลยี, 5 จี และหัวเว่ย เป็นต้น

ผลสะเทือนของเรื่องนี้อาจเป็นไปในแนวทางที่ เจเนต เยลเลน อดีตประธานเฟดเตือนเอาไว้ว่า อาจส่งผลให้พัฒนาการของทั้งโลกในด้านปัญญาประดิษฐ์, โครงข่าย 5 จี และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องชะลอตัว หรือหยุดชะงัก

หรืออาจกลายเป็นการฉุดดึงเอาทั้งโลกให้แตกแยกเป็นสองฝ่าย พาตัวเองเข้าสู่ “วงอิทธิพลทางเศรษฐกิจ” ที่วงหนึ่งมีสหรัฐอเมริกาเป็นศูนย์กลางอีกวงหนึ่งมีจีนเป็นศูนย์กลาง อย่างที่ มาร์ก วิลเลียมส์ แห่งแคปิตอล อีโคโนมิกส์ คาดการณ์เอาไว้ ซึ่งจะจำกัดการไหลเวียนของบุคลากร, เทคโนโลยีและแนวความคิด ซึ่งกันและกัน

ไม่เป็นผลดีต่อโลกทั้งโลกมากยิ่งขึ้นไปอีก

ระเบิดเวลาลูกที่สอง คือ ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพยุโรป (อียู) ที่ชะงักอยู่กับเรื่องเล็ก ๆ อย่างเช่น ภาษีนำเข้าไวน์ แต่ยิ่งทวีความเข้มข้นมากขึ้น เมื่อฝรั่งเศสประกาศเรียกเก็บภาษีจาก “บริการเชิงดิจิทัล” อย่างเฟซบุ๊ก และกูเกิล

เพราะทำให้สหรัฐอเมริกากำลังพิจารณาอยู่ว่าจะตั้งกำแพงภาษีเป็นการตอบโต้ต่อสินค้าจากฝรั่งเศส มูลค่า 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือไม่ในเร็ว ๆ นี้ ในขณะที่อียู ซึ่งทำหน้าที่กำกับ บริหารจัดการด้านการค้าของยุโรปทั้งหมดก็ยืนกรานเช่นกันว่า พร้อมจะตอบโต้ทันที หากสหรัฐอเมริกาเริ่มเล่นงานก่อน

อุตสาหกรรมรถยนต์ในยุโรป เริ่มหนาว ๆ ร้อน ๆ ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐกับอียู แค่จะให้เริ่มต้นขึ้นก็ยากแล้ว เพราะความขัดแย้งในประเด็นที่ว่า สินค้าเกษตรควรรวมอยู่ในการเจรจานี้หรือไม่

ปัญหาก็คือ ปริมาณการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับอียูนั้นใหญ่โตที่สุดในโลกมูลค่ารวมสูงถึง 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เขย่าระบบการค้าทั้งโลกได้สบาย ๆ

ปิดท้ายด้วยระเบิดเวลายี่ห้อเก่าอย่าง “เบร็กซิต” ซึ่งอีกไม่นานน่าจะเข้าสู่ขั้นตอนเจรจาเพื่อทำความตกลงการค้าที่ครอบคลุมระหว่างอังกฤษกับอียู

ปัญหาคือ บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ยืนกรานว่าเรื่องนี้ต้อง “จบ” ภายในสิ้นปีนี้ ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญและอียูเองยืนกรานเช่นกันว่า “เป็นไปไม่ได้” ที่จะเจรจาเรื่องใหญ่และซับซ้อนเช่นนั้นในเวลาสั้น ๆ

ผลก็คือ โลกก็จะได้ “ความตกลงการค้า” อังกฤษ-อียูแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ หรือไม่ก็ไม่มีความตกลงใด ๆ พิกัดอัตราภาษีศุลกากรระหว่างสองฝ่ายพุ่งพรวดขึ้นทันทีเมื่อสิ้นปี

“สงครามการค้าโลก” จะเกิดขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้ง 3 เรื่องนี้นี่เอง