เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ทุ่มซื้อ”ใบอ้อย”ตันละพัน มิตรผลนำร่องลดฝุ่น PM 2.5

08 ก.พ. 2563 | 09:27น.

ชาวไร่เฮ โรงงานน้ำตาลประกาศรับซื้อ “ใบอ้อย” ตันละ 1,000 บาท เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าชีวมวล เริ่มนำร่องแล้วโดย “กลุ่มมิตรผล” หวังแก้ปัญหาการเผาอ้อยที่ก่อให้เกิดฝุ่น PM 2.5 ตามแผนโรดแมปของรัฐบาลจะไม่มีอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงานน้ำตาลภายในปี 2565

ฝุ่น PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานต่อเนื่องมาหลายปี ทำให้ภาครัฐต้องออกมารณรงค์แก้ปัญหา โดยหนึ่งในมาตรการที่กำหนดออกมาบังคับใช้ก็คือ ลดการเผาในที่โล่ง ส่งผลให้โรงงานน้ำตาลต้องออกมาตรการจูงใจโดยให้ผลตอบแทนที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับซื้ออ้อยที่ตัดสดไปจนกระทั่งถึงการประกาศรับซื้อใบอ้อยตัดสด ในราคาสูงถึงตันละ 1,000 บาท

นายรังสิต เฮียงราช ผู้อำนวยการ บริษัท ไทยชูการ์มิลเลอร์ จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทราย 57 โรง ซึ่งบางส่วนมีโรงไฟฟ้าชีวมวลได้เริ่มมาตรการเพิ่มมูลค่าเศษวัสดุที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว ใบอ้อย ต้นและซังข้าวโพด ด้วยการรับซื้อมาอัดเป็นก้อนเพื่อป้อนให้โรงไฟฟ้าชีวมวล โดยโรงงานน้ำตาลรายใหญ่ที่นำร่องไปแล้ว ได้แก่ “มิตรผล” เช่นกันกับทางไทยชูการ์ฯก็มีการดำเนินมาตรการนี้ด้วยการเป็นตัวแทนของ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายในการรับซื้อ ให้เป็นไปตามแผนลดการเผาอ้อย เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการไม่ให้มีการเผาอ้อยภายในปี 2565

รังสิต เฮียงราช

“มิตรผลออกประกาศรับซื้อกากอ้อย-ใบอ้อยในพื้นที่แล้ว ทำให้เราคาดการณ์ว่าปีนี้จะมีทั้งกากใบ กากอ้อย รวม 25-27% ของปริมาณผลผลิตอ้อยโดยรวมที่คาดว่าจะมี 90 ล้านตันอ้อย หรือลดลงจากปีก่อนที่มี 130 ล้านตัน” นายรังสิตกล่าว

ทั้งนี้ ราคารับซื้อใบอ้อยถูกกำหนดไว้ที่ตันละ 1,000 บาท “บวก/ลบ” ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่และต้นทุนค่าบริหารการจัดเก็บ ซึ่งการเก็บใบอ้อยมีต้นทุนจัดเก็บพอสมควร โดยจะต้องใช้เครื่องตัดใบเพื่อป้องกันไม่ให้โดนบาด เฉลี่ยแล้วจะเก็บได้ 2 ตันต่อไร่ แบ่งคลุมดินไว้ 1 ตัน เหลือขายได้ประมาณ 1 ตัน หากขายได้ในราคาตันละ 1,000 บาท เกษตรกรจะได้กำไรตันละประมาณ 500 บาท โดยในส่วนของโรงไฟฟ้าชีวมวลก็จะมีกระบวนการในการปรับสภาพหลังรับซื้อใบอ้อยไปแล้วก่อนนำไปผสมกับกากอ้อยทุบเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง

ปัจจุบันการรณรงค์เลิกซื้ออ้อยไฟไหม้สามารถดำเนินการได้ประมาณ 50% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้ หลังจากที่เริ่มเปิดหีบอ้อยมาเป็นเวลา 50 วัน นับจากวันที่ 1 ธันวาคม 2562 มีอ้อยเข้าหีบไปแล้วประมาณ 40-50 ล้านตัน

ส่วนแนวทางในการมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายการลดการเผาอ้อยให้เหลือ 0% นอกเหนือไปจากการรับซื้อใบอ้อยแล้ว ภาครัฐควรส่งเสริมให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรใช้เครื่องจักรตัดอ้อยเพื่อลดการเผา ซึ่งทั่วประเทศมีปริมาณรถตัดอ้อยอยู่ 2,000 คัน รองรับอ้อยได้ประมาณ 30 ล้านตัน หากจะให้ครอบคลุม 100 ล้านตันอ้อยก็ต้องลงทุนเพิ่ม ถ้าซื้อเครื่องจักรใหม่อีก 4,000 กว่าคัน ราคาคันละ 10-15 ล้านบาท รวมแล้วต้องใช้เงิน 60,000 ล้านบาท แต่หากนำรถตัดอ้อยเก่ามาปรับปรุง ต้นทุนจะลดลงเหลือ 5-6 ล้านบาท รวมถึงส่งเสริมแรงงานในการตัดอ้อยสด โดยมีเครื่องสางใบให้แรงงานเพื่อตัดง่ายขึ้น

ด้านนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการกลุ่มมิตรผล กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กลุ่มมิตรผลได้ดำเนินการรับซื้อใบอ้อยและฟางแห้งจากเกษตรกรในราคาตันละ 1,000 บาท เพื่อนำไปส่งให้โรงงานไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งแต่ละปีใช้วัตถุดิบใบอ้อย 400,000-500,000 ตัน โดยทางบริษัทกำหนดราคารับซื้อไว้ที่ตันละ 1,000 บาท ก็เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้จากการขายใบอ้อยเพิ่มขึ้นและลดการเผาอ้อย

“เฉลี่ยจะเก็บใบอ้อยได้ไร่ละ 2 ตัน เกษตรกรจะแบ่งครึ่งหนึ่งคลุมดินเป็นวัสดุชีวภาพ อีกครึ่งมาใช้ผลิตไฟฟ้า หักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการบริหารจัดการจะเหลือกำไรตันละ 500 บาท มาตรการนี้เป็นผลจากที่หลายคนมองว่า อุตสาหกรรมน้ำตาลทำให้เกิดมลพิษ PM 2.5 แต่ผมมองว่าการแก้ปัญหาด้วยวิธีการนี้จะทำให้เกิดการดูแลอย่างยั่งยืน ปัจจุบันโรงไฟฟ้าชีวมวลของมิตรผลทำสัญญาขายไฟฟ้าให้ กฟผ.ที่หน่วยละ 3.00 บาท บวก adder อีก 30 สตางค์ รวม 3.30 บาท เหลืออายุสัญญาอีก 3-4 ปี มีผลทำให้เราสามารถรับซื้อใบอ้อยจากชาวไร่ที่ราคาตันละ 1,000 บาทได้” นายอิสระกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มมิตรผล ฝุ่น PM 2.5