เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เลขา EEC เผย เอกชน แย้มขยายเดินรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์ต่อ แม้หมดสัญญา 30 ก.ย.นี้
Politics เลขา EEC เผย เอกชน แย้มขยายเดินรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์ต่อ แม้หมดสัญญา 30 ก.ย.นี้
ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,850 บาท
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘ไทวุฒิ ขันแก้ว’ เป็นปลัด กทม. คนที่ 23
Politics โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘ไทวุฒิ ขันแก้ว’ เป็นปลัด กทม. คนที่ 23
เปิดไฮไลท์ร่าง PDP2026 ปรับโฉมไฟฟ้าไทย ดันพลังงานสะอาด 65–89% สู่ Net Zero ปี 2593
Economic เปิดไฮไลท์ร่าง PDP2026 ปรับโฉมไฟฟ้าไทย ดันพลังงานสะอาด 65–89% สู่ Net Zero ปี 2593
ครม.ตั้ง ‘เอกภพ เพียรพิเศษ’ เป็นโฆษกรัฐบาล
Politics ครม.ตั้ง ‘เอกภพ เพียรพิเศษ’ เป็นโฆษกรัฐบาล
ศุภจี คาดดีลภาษีสหรัฐ 1 สัปดาห์ชัดเจน ชี้ถ้าจบต่อสาย ‘อนุทิน’ คุย ‘ทรัมป์’
Politics ศุภจี คาดดีลภาษีสหรัฐ 1 สัปดาห์ชัดเจน ชี้ถ้าจบต่อสาย ‘อนุทิน’ คุย ‘ทรัมป์’
คพ. เผยกำจัดน้ำเสีย–ตะกอนน้ำมันดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม 9 แล้วเสร็จ ค่าก๊าซพิษเป็นศูนย์
Economic คพ. เผยกำจัดน้ำเสีย–ตะกอนน้ำมันดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม 9 แล้วเสร็จ ค่าก๊าซพิษเป็นศูนย์
ITD ชี้ ไทยขึ้นแท่นจุดเชื่อมอาเซียนยุคใหม่ EV-ชิป-ฮาลาล-ดิจิทัล-เศรษฐกิจสีเขียว 
Economic ITD ชี้ ไทยขึ้นแท่นจุดเชื่อมอาเซียนยุคใหม่ EV-ชิป-ฮาลาล-ดิจิทัล-เศรษฐกิจสีเขียว 
วราวุธ ลั่นล้างบางขบวนการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมเถื่อน
Politics วราวุธ ลั่นล้างบางขบวนการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมเถื่อน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

วาเลนไทน์กับกุหลาบที่หายไป เมื่อดอกไม้ส่วนใหญ่ติดปัญหานำเข้าจากจีน

13 ก.พ. 2563 | 20:02น.
รุ่งนภา พิมมะศรี : เรื่อง-ภาพ

เมื่อถึงวันวาเลนไทน์ คนมีคู่หลายคนคงคาดหวังดอกกุหลาบแทนใจจากคนรัก เพราะเรารับรู้กันมาเนิ่นนานจนเกิดเป็นความเคยชินแล้วว่า ดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงความรักในวันวาเลนไทน์ อย่างที่มีผลการสำรวจความคิดเห็นเรื่อง “วาเลนไทน์ในสไตล์วัยรุ่นไทย” โดยนิด้าโพล ในคำถามที่ว่า “สิ่งที่วัยรุ่นไทยนึกถึง ในวันวาเลนไทน์” พบว่า “ดอกกุหลาบ ดอกไม้” เป็นคำตอบอันดับ 1 ด้วยตัวเลขร้อยละ 30.88 ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด

แต่วาเลนไทน์ปีนี้ หลายคนอาจจะไม่ได้รับดอกกุหลาบ เพราะดอกกุหลาบที่เคยเป็นสื่อแทนใจในวันวาเลนไทน์ได้หายไปจากตลาดกว่าครึ่ง จึงไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ซื้อ ถึงแม้จะมีเงินมากก็อาจจะหาซื้อไม่ได้ ด้วยเหตุสุดวิสัยบางอย่าง นั่นก็คือการนำเข้าดอกไม้จากจีนมีปัญหา สืบเนื่องมาจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 นั่นเอง

“ดีไลฟ์-ประชาชาติธุรกิจ” ขอพาไปดูว่ามันเกิดปัญหาอะไร ยังไงบ้าง

 

จีนปิดตลาดดอกไม้กันไวรัสแพร่ระบาด

อย่างที่มีข่าวมาอย่างต่อเนื่องว่าการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในประเทศจีน อยู่ในระดับที่ต้องควบคุม ปิดพื้นที่บางเมือง และงดกิจกรรมที่เป็นการรวมคนจำนวนมาก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด รวมทั้งกิจกรรมทางธุรกิจอย่างการค้าขายในตลาด

อุตสาหกรรมค้าดอกไม้ก็เป็นภาคส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสตัวนี้ เพราะทางการจีนมีคำสั่งระงับการให้บริการ หรือ “ปิด” นิคมอุตสาหกรรมดอกไม้นานาชาติโต่วหนาน คุนหมิง (Dounan International Flowers Industrial Park) หรือ “ตลาดดอกไม้โต่วหนาน” ในนครคุนหมิง มณฑลยูนนาน อย่างไม่มีกำหนด

เพื่อเลี่ยงการรวมตัวของผู้คนจำนวนมากซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส โดยมีคำสั่งงดกิจกรรมการให้บริการในตลาดมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมแล้ว แต่มีการบังคับปิดอย่างจริงจังในวันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

Advertisement

นิคมอุตสาหกรรมดอกไม้นานาชาติโต่วหนาน คุนหมิง เป็นศูนย์การค้าดอกไม้ตัดดอกขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีเนื้อที่ 425 ไร่ ประกอบด้วย ตลาดดอกไม้ และศูนย์ประมูลดอกไม้ ตามการรายงานของสำนักข่าวซินหัวบอกว่า ในปี 2562 ตลาดแห่งนี้มีการค้าไม้ตัดดอกสดคิดเป็นมูลค่า 9.23 พันล้านหยวน (ประมาณ 4.15 หมื่นล้านบาท) และมีผลประกอบการ 7.44 พันล้านหยวน (ประมาณ 3.34 หมื่นล้านบาท)

การปิดตลาดดอกไม้โต่วหนานสัมพันธ์โดยตรงกับธุรกิจ?การค้าดอกไม้ในประเทศไทย เพราะดอกไม้ที่ปากคลองตลาด ศูนย์กลางการค้าดอกไม้ของบ้านเราก็มาจากที่นี่แหละ

มีตัวเลขอ้างอิงข้อมูลจากสถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง ว่า ร้อยละ 99 ของการค้าดอกไม้ไทย-จีนเกิดขึ้น ณ ตลาดดอกไม้โต่วหนานแห่งนี้ และเมื่อจีนปิดตลาด ผู้ประกอบการร้านดอกไม้ต่างประเทศในเมืองไทยจึงมีอุปสรรคปัญหาในการนำเข้า

 

รายได้หาย สะเทือนห่วงโซ่ธุรกิจดอกไม้ในเอเชีย

แน่นอนว่าเมื่อปิดตลาดก็ย่อมสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ ถ้าอิงจากตัวเลขการค้าขายดอกไม้ในตลาดดอกไม้โต่วหนานที่เป็นมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท/ปี แล้วคิดเทียบบัญญัติไตรยางศ์ง่าย ๆ ว่า หากตลาดปิด 1 เดือน มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเฉพาะในตลาดนี้ก็ประมาณ 3,333 ล้านบาท ยังไม่ต้องคิดแบบบวกปัจจัยอื่น ๆ อย่างเช่นว่า ช่วงที่ตลาดปิดนี้เป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งปกติแล้วจะมีการใช้ดอกไม้มากกว่าเดือนอื่น ๆ อีก หรือถ้าคำสั่งปิดตลาดกินเวลามากกว่า 1 เดือน เป็นหลาย ๆ เดือน มูลค่าความเสียหายก็คูณขึ้นไป

ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่การค้า-ขายที่ตลาดต้นทางเท่านั้น ยังส่งผลกระทบไปทั้งห่วงโซ่ธุรกิจดอกไม้ในเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศที่ต้องพึ่งพาดอกไม้จากจีนมาก อย่างไทย สิงคโปร์ และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มีรายงานข่าวจากเว็บไซต์ floraldaily.com ที่กล่าวถึงธุรกิจดอกไม้ในสิงคโปร์ว่า ร้านดอกไม้ในสิงคโปร์ก็กำลังมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก ในขณะที่ 1 สัปดาห์ก่อนถึงวันวาเลนไทน์ ดอกกุหลาบก้านยาวยอดนิยมในสิงคโปร์ ราคาพุ่งสูงขึ้นเป็น 10 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอก (ประมาณ 313 บาท/ดอก) ซึ่งเพิ่มขึ้น 5 เท่าจากปกติที่ราคาอยู่ที่ 2 ดอลลาร์/ดอก ส่วนช่อกุหลาบ 12 ดอก ราคาประมาณ 120 ดอลลาร์ (3,756 บาท)

ในรายงานชิ้นนี้บอกว่า ราคาดอกไม้ที่เพิ่มสูงขึ้น ไม่ได้มีสาเหตุจากการปัญหาการนำเข้าดอกไม้จากจีน แต่สถานการณ์ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 เป็นผลกระทบที่มาซ้ำให้ธุรกิจดอกไม้ยากขึ้น ในแง่ที่ว่าทำให้เกิดความไม่แน่นอนในการนำเข้าดอกไม้จากจีน และเพิ่มความกังวลให้กับบรรดานักจัดดอกไม้

โจเซฟ โซห์ (Joseph Soh) กรรมการผู้จัดการของ Xpressflower.com ธุรกิจดอกไม้รายใหญ่ของสิงคโปร์ กล่าวว่า สถานการณ์ไวรัสโคโรน่า ณ ขณะนี้ ทำให้นักจัดดอกไม้จำนวนมากหนีไปหาดอกไม้จากแหล่งอื่น ตัวอย่างเช่น ร้าน Far East Orchid ได้หันไปสั่งดอกไม้จากส่วนอื่น ๆ ของโลก ในขณะที่ Xpressflower.com ได้เปลี่ยนรูปแบบการจัดดอกไม้ให้เรียบง่ายขึ้น ด้วยการใช้ดอกไม้แซมน้อยลง เนื่องจากดอกไม้แซมส่วนใหญ่นำเข้ามาจากจีน ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้เป็นการลดการพึ่งพาการนำเข้าดอกไม้จากจีน

 

ไทยนำเข้าไม่ได้ กุหลาบไม่พอขายวาเลนไทน์

จากการที่ “ดีไลฟ์-ประชาชาติธุรกิจ” สำรวจพื้นที่ปากคลองตลาด ศูนย์กลางการค้าส่งดอกไม้ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้ข้อมูลจากผู้ค้าดอกไม้ว่า ดอกไม้กว่า 40% ของสินค้าทั้งหมดในปากคลองตลาดเป็นดอกไม้นำเข้าจากจีน และถ้านับเฉพาะดอกไม้นำเข้าจากต่างประเทศนั้นเป็นดอกไม้นำเข้าจากจีนราว 90%

ร้านดอกไม้นำเข้าหลายร้านให้ข้อมูลตรงกันว่า วาเลนไทน์นี้ไทยได้รับผลกระทบจากการที่จีนปิดตลาด ทำให้ดอกกุหลาบในปากคลองตลาดหายไปมากกว่าครึ่ง และที่คนในธุรกิจนี้กังวล คือ ไม่มีความชัดเจนว่าสถานการณ์จะลากยาวไปแค่ไหน จะนำเข้าได้อีกทีเมื่อไหร่

กุลการ วรัญชลา กิจจา พนักงานบัญชี ร้าน Flower Land เล่าให้ฟังว่า การนำเข้าดอกไม้จากจีนเริ่มมีปัญหาติดขัดมาตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว แต่สัปดาห์นี้ (สัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์) ปัญหาเริ่มแรงขึ้น พอรู้ประกาศปิดชัดเจนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ ร้านก็เริ่มสต๊อกของ ลูกค้าเริ่มหาของยาก และผู้ค้าในตลาดก็ปรับราคาดอกไม้เพิ่มขึ้นทันที

เธอบอกว่า ในสถานการณ์นี้ร้านได้รับผลกระทบมาก เพราะจะไม่สามารถนำเข้าได้แล้ว ก่อนจะถึงวันวาเลนไทน์ที่ร้านนี้มีของเข้ามาอีกลอตเดียว เป็นลอตสุดท้าย และไม่มีความชัดเจนแล้วว่าจะนำเข้าได้อีกเมื่อไหร่ ทำให้ช่วงวาเลนไทน์นี้จะมีของไม่เพียงพอต่อออร์เดอร์ที่รับไว้ ตอนนี้จำนวนดอกไม้ที่มีอยู่น้อยกว่าภาวะปกติกว่าครึ่งหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลให้ยอดขายของร้านลดลง จากที่เคยขายได้วันละหลักล้านบาทในช่วงวาเลนไทน์ เธอประเมินว่าปีนี้ยอดขายจะลดลงราวครึ่งหนึ่งแน่นอน ถึงแม้จะมีการปรับราคาดอกไม้ขึ้น แต่ก็ไม่ครอบคลุมรายได้ในภาวะปกติ เพราะ volume การขายที่หายไปมาก

“ปกติวาเลนไทน์ขายได้ยอดวันละเป็นหลักล้าน ปีนี้ลดลงเกินครึ่งแน่นอน บางออร์เดอร์ต้องถัวเฉลี่ยให้ลูกค้า อาจจะได้ไม่ถึงจำนวนที่สั่ง รู้สึกกังวลมาก เพราะไม่รู้ว่าจะกลับมาได้เมื่อไหร่ ภาระการจ้างงานเราก็มี เรายังต้องจ้างลูกน้องไว้ รายจ่ายเกิด แต่รายได้หาย”

ไม่ต่างกันกับ ร้าน Rose ที่พนักงานขายที่นั่งรับออร์เดอร์ อยู่ที่โต๊ะบอกว่า ร้านนี้ได้รับผลกระทบมาก เพราะที่ร้านไม่ได้สต๊อกดอกไม้ไว้เลย เนื่องจากโดยปกติแล้ว เจ้าของร้านเน้นนำเข้าถี่ ๆ ลอตละไม่เยอะ เพราะไม่อยากให้ดอกไม้ตกค้างเป็นของเก่า พอติดปัญหานำเข้ายาก ทำให้ร้านขาดสินค้า

เขาให้ข้อมูลว่า ที่ร้านมีดอกกุหลาบเข้ามาลอตสุดท้ายในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพียง 85 กำเท่านั้น ซึ่งจำนวนนี้เป็นยอดที่สั่งล่วงหน้าไปหลายวันแล้ว ก่อนจะทราบว่า?มีการปิดตลาด และเมื่อทราบข่าวว่าตลาดปิดก็สั่งเพิ่มไม่ได้แล้ว นั่นเท่ากับว่าเวลาหลายวันนับตั้งแต่ที่ลอตสุดท้ายเข้ามา จนถึงวันวาเลนไทน์ที่ร้านจะไม่มีดอกไม้ขาย

เขาเล่าด้วยความเครียดว่า ขณะที่กุหลาบจะเข้ามาเพียง 85 กำ แต่ออร์เดอร์ที่รับไว้ปาเข้าไปกว่า 1,000 กำแล้ว และขณะที่นั่งคุยกันอยู่ก็มีลูกค้าโทร.เข้ามาสั่งอีกเรื่อย ๆ เราจึงได้เห็นเขาพยายามจะอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจเหตุผลที่จะไม่สามารถรับออร์เดอร์ได้แล้ว แต่ลูกค้าก็ไม่ยอม และใช้คำว่า “ลูกค้าประจำ” เพื่อช่วงชิงโอกาสที่จะได้ของ

“ผมปฏิเสธลูกค้า เขาก็ไม่ยอม บอกให้ลงไว้หน่อย ผมไม่รู้จะทำยังไง ทุกคนโทร.มาก็บอกว่าเป็นลูกค้าประจำ ผมก็ไม่รู้จะแบ่งยังไง”

ส่วนพนักงานร้าน Nana Flora บอกว่า ดอกไม้ที่ร้านนำเข้าจากจีนเป็นหลัก ซึ่งก็มีปัญหาการนำเข้าเช่นกัน เธอเห็นสินค้าเข้ามาน้อยกว่าปกติ รอบการขนส่งเข้ามาห่างขึ้น อนาคตยังไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่

แต่ถึงอย่างนั้น ในสถานการณ์เดียวกันนี้ก็มีร้านที่ไม่มีปัญหาเรื่องสินค้าไม่พอขาย ด้วยความที่เตรียมพร้อมและสต๊อกไว้เยอะ

อย่างร้าน World Flower ที่ “หนึ่ง” พนักงานบัญชีของร้านบอกว่า ไม่มีปัญหาเรื่องสินค้าไม่พอขาย แม้จะติดปัญหาการนำเข้าที่จะนำเข้าได้อีกลอตสุดท้ายเช่นกันกับร้านอื่น แต่ก็มีของเพียงพอสำหรับลูกค้า เพราะรับออร์เดอร์จากลูกค้ามาก่อนหน้านี้ และสั่งทางจีนไปตามจำนวนที่ลูกค้าสั่งอยู่แล้ว นอกจากนั้น เธอบอกอีกปัญหาหนึ่งที่เจอในช่วงนี้ คือ ลูกค้าขาจรมักจะถามว่า จะติดเชื้อโรคมากับดอกไม้หรือเปล่า ส่วนลูกค้าประจำไม่กังวลเรื่องนี้

อีกหนึ่งร้านใกล้ ๆ กัน ชื่อร้าน A (นามสมมติ) บอกว่า ไม่กังวล และไม่มีผลกระทบ เพราะเมื่อรู้ข่าวก็ตุนดอกไม้มาก่อนเยอะ ๆ และเท่าที่ทราบจากเพื่อนชาวจีน คือ การปิดตลาดจะปิดแค่ช่วงเทศกาลเท่านั้น เนื่องจากช่วงเทศกาลจะมีคนไปซื้อดอกไม้เยอะกว่าปกติ คาดว่าวันที่ 18-19 ก็จะนำเข้ามาได้ปกติ

“ไม่กังวล กังวลเพียงว่าจะขายไม่หมด เพราะคนไม่ค่อยออกจากบ้าน และเศรษฐกิจบ้านเราไม่ดี ไม่กลัวไม่มีขาย แต่กลัวขายไม่หมดมากกว่า” พนักงานร้าน A กล่าว และเธอแสดงความเห็นอีกว่า ที่มีการประโคมข่าวประเด็นนี้ขึ้นมาเยอะ เพราะดอกไม้ในประเทศเตรียมจะขึ้นราคา

 

ดิ้นหาทางนำเข้า เพื่อรับโอกาสใหญ่ในรอบปี

จากการพูดคุยบางร้านเปิดเผยว่า ก็ยังมีความหวังและมีหนทางที่จะนำเข้า เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องหยุดชะงัก โดยเฉพาะในช่วงโอกาสสำคัญอย่างวันวาเลนไทน์

อย่างร้าน A ที่บอกว่า ไม่กังวล เพราะที่ร้านตุนไว้เพียงพอ เธอบอกอีกว่า ถึงแม้ตลาดปิด แต่ผู้ค้าก็หาช่องทางค้าขายกันได้ เธอยกตัวอย่างวิธีการที่เป็นไปได้ว่า ผู้ซื้อก็สั่งจากสวนโดยตรงแล้วให้บริษัทขนส่งไปรับจากสวน หรือนัดรับที่จุดอื่น โดยไม่ต้องเข้าไปที่ตลาดก็ได้

ส่วนข้อมูลจากร้าน Rose ณ วันที่เราเดินเข้าไปที่ร้าน พนักงานบอกว่า ร้านมีดอกไม้เข้ามาลอตสุดท้ายวันที่ 8 กุมภาพันธ์ แต่ทางร้านก็พยายามหาทางนำเข้า หารถมาส่งให้ได้ และเมื่อโทร.ไปสอบถามไปอีกครั้งในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พนักงานของร้านบอกว่า ทางร้านหาทางนำเข้ามาได้อีก โดยสินค้าเข้ามาอีกในวันที่ 11 และ 12 กุมภาพันธ์ แต่ได้จำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทางจีนก็การันตียอดให้ไม่ได้ว่าจะได้จำนวนเท่าที่สั่งหรือไม่

ของน้อยแต่ราคาไม่แพง เพราะเศรษฐกิจไม่ดี

ถึงแม้รูปการณ์ที่สินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการจะเปิดโอกาสให้ผู้มีสินค้าโก่งราคาสูง ๆ ได้ แต่ความเป็นจริงกลับไม่ผันแปรตามสมการตรง ๆ เพราะมีตัวแปรอีกหนึ่งตัวเข้ามาเกี่ยว คือ เศรษฐกิจบ้านเราเอง ที่ทำให้บรรยากาศที่ปากคลองตลาดไม่คึกคักมานานแล้ว และราคาดอกกุหลาบในปีนี้ต่ำกว่าปีก่อน ๆ อยู่แล้ว เมื่อปรับราคาขึ้นจึงไม่ได้สูงเท่าปีก่อน ๆ

กุลการ วรัญชลา กิจจา ร้าน Flower Land ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ราคาดอกกุหลาบจีน 150 บาท/ช่อ 10 ดอก เมื่อทราบข่าวก็มีการปรับราคาขึ้นเป็น 250 บาท/ช่อ

จะเห็นว่า ราคากุหลาบปรับเพิ่มขึ้น 67% ของราคาก่อนที่จีนจะปิดตลาดดอกไม้โต่วหนาน แต่ราคาก็ยังไม่สูงเท่าปีก่อน ๆ เทียบกับข้อมูลที่ร้าน World Flower บอกว่า ราคากุหลาบช่วงวาเลนไทน์ปีก่อน ๆ อยู่ที่ 400-500 บาท/ช่อ

พนักงานร้าน Rose บอกว่า ถึงแม้จะขึ้นราคาช่วงวาเลนไทน์ แต่ฐานราคาเดิมก่อนหน้านี้ต่ำจึงเพิ่มขึ้นได้ไม่สูง ซึ่งก็เป็นไปตามบรรยากาศโดยรวมที่หลายปีก่อนบรรยากาศคึกคักกว่านี้ แต่ปีหลัง ๆ บรรยากาศเงียบลง เป็นเพราะเศรษฐกิจบ้านเราเอง ก่อนจะมาเจอเรื่องไวรัส

“ถ้าจะปรับขึ้นสูงมากจนเกินที่ลูกค้าจะรับได้ ลูกค้าเขาก็จะยกเลิกออร์เดอร์”  เขาแสดงความกังวล

ในสถานการณ์แบบนี้อาจเป็นโอกาสของกุหลาบไทยที่จะขายได้มากขึ้น แต่จากการสอบถามหลายร้านกลับได้ความว่า ลูกค้าไม่นิยมกุหลาบไทย ลูกค้าต้องการกุหลาบจีนเป็นหลัก ถ้าไม่มีกุหลาบจีนจริง ๆ ถึงจะใช้กุหลาบไทยแทน

เห็นอย่างนี้แล้ว…วาเลนไทน์ปีนี้ ถ้าใครที่ไม่ได้รับกุหลาบจากคนรัก ก็อย่าน้อยใจไป เข้าใจกันหน่อยว่ามันมี?ปัญหาใหญ่ที่ทำให้หาซื้อกุหลาบได้ยากขึ้นมากจริง ๆ