เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“ประยุทธ์” สั่งปั๊ม หน้ากากผ้า 70 ล้านชิ้น – บีโอไอ อัดสิทธิประโยชน์จูงใจเอกชนตั้งรง.ผลิตหน้ากากอนามัยครบวงจร

10 มี.ค. 2563 | 16:41น.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันที่ 10 มีนาคม 2563 เวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวถึงมาตรการเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ว่า ขณะที่เรื่องการขาดแคลนหน้ากากอนามัย ได้สั่งการให้ทำหน้ากากผ้า 50 ล้านชิ้น

นอกจากนี้ยังให้กระทรวงอุตสาหกรรมไปดำเนินการผลิตหน้ากากผ้าอีก 20 ล้านชิ้น เพื่อแจกจ่ายประชาชนเพิ่มเติม อย่างน้อยบรรเทาการขาดแคลนหน้ากากอนามัย เนื่องจากกำลังการูผลิตหน้ากากอนามัยจำกัด นอกจากนี้ได้สั่งให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้สิทธิประโยชน์ภาคเอกชนในการก่อสร้างโรงงานหน้ากากอนามัยครบวงจร

“วันนี้กำลังไปตรวจสอบอยู่ ไม่พบสิ่งปกติ แต่ต้องตรวจสอบต่อไปเพื่อหาสาเหตุว่า เพราะอะไรร้านค้าจึงมีหน้ากากอนามัยจำหน่ายไม่พอเพียง รวมถึงความต้องการหน้ากากอนามัยของบุคลาการทางการแพทย์ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการจัดหาให้พอเพียงแล้ว เช่น โรงพยาบาลรามา”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ได้ตั้งศูนย์การบริหารงาน โดยนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าศูนย์เพื่อบูรณาการข้อมูลให้ทันเวลา รวมถึงให้ข้อมูลข่าวสาร ซึ่งขอความร่วมมืออย่าข่าวสารอันเป็นเท็จ

“วันนี้ครม.มีการพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนทั่วไป เอสเอ็มอีและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งเป็นเพียงมาตรการระยะที่ 1 เท่านั้น ต่อไปจะมีการพิจารณามาตรการในระยะที่ 2 ระยะที่ 3 ซึ่งต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งหมด เพราะมาตรการต่าง ๆ ต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ”

กรณีการบริจาคเงินนั้น มีกฎระเบียบการบริจาคเงินทั้งหมด เช่น อุทกภัย ภัยแล้ง ต้องมีการตรวจสอบตลอดเวลา ผ่านคณะกรรมการพิจารณาการใช้เงินบริจาคในโครงการที่งบประมาณปกติดำเนินการไม่ได้ สำหรับเงินที่เหลือก็จะใช้ในช่วงที่เกิดน้ำท่วม ภัยแล้งในครั้งต่อไป ไม่หายไปไหน เพราะเงินหลวงตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหมอยู่แล้ว ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีสั่งอะไรก็ได้ หรือ ไม่สามารถนำเงินไปใช่ส่วนตัว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ณ วันที่ 10 มีนาคม 2563 ประเทศไทยยังอยู่ในระดับที่ 2 อย่างไรก็ตามรัฐบาลไม่ประมาท ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มงวด อาทิ ผู้เดินทางจากประเทศเสี่ยง ต้องมีใบรับรองแพทย์ ซึ่งวันนี้ประเทศไทยต้องแก้ปัญหา 3 เรื่อง ได้แก่ โควิด- 19 ภัยแล้งและปัญหาเศรษฐกิจ