ค่าเงินบาททรงตัวที่ 31.44 บาท/ดอลลาร์ หลัง “หุ้น-บอนด์ยีลด์” สหรัฐพุ่ง
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์นักวิเคราะห์ตลาดการเงินและการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (11 มี.ค.) ที่ระดับ 31.44 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน โดยกรอบเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 31.30-31.50 บาทต่อดอลลาร์
ทั้งนี้ ในช่วงคืนที่ผ่านมา ตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk On) เต็มที่จากความหวังว่ารัฐบาลสหรัฐจะมีการลดภาษีรายได้เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจบนปัญหาไวรัสโคโรนา โดยดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นถึง 4.9% นับเป็นการปรับตัวขึ้นภายในวันเดียวที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2018
ดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) สหรัฐอายุ 10 ปีทะยานขึ้นแตะระดับ 0.80% หรือคิดเป็นการปรับตัวขึ้นถึง 26.2bps สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัว ขึ้นอย่างรวดเร็ว 11.9% มาเที่ยวดับ 34.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่ากลับไปที่ระดับ 105.63 เยนต่อดอลลาร์ (3.1%) สวนทางกับราคาทองคำ ที่ปรับตัวลง 1.9%โดยล่าสุดเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1649 ดอลลาร์ต่อออนซ์
“อย่างไรก็ดี เรามองว่าทั้งหมด เป็นปฏิกิริยาตอบรับของการปรับลงเร็วเมื่อวันก่อน (Technical Rebound) ขณะที่ในระยะต่อไป ก็ต้องติดตามภาพเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อหาทิศทางที่ชัดเจน จุดที่นักลงทุนควรให้ความสนใจมากที่สุดจะเป็นตลาดแรงงาน เนื่องจากภาวะการระบาดของไวรัสเริ่มทำให้หลายบริษัทโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการขนส่งหยุดการจ้างงาน ซึ่งมีโอกาสกดดันตลาดมากเพราะก่อนหน้านี้ตลาดแรงงานสหรัฐทำสถิติใหม่อยู่” ดร.จิติพลกล่าว
สถานการณ์ดังกล่าวสวนทางกับในฝั่งเอเชียที่ล่าสุดประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินทางเยือนอู่ฮั่น หลังยอดผู้ป่วยโควิด-19 ในจีนลดต่อเนื่อง แม้จะยังไม่ได้ทำให้ไวรัสหมดไป และต้องติดตามพาตัวเลขเศรษฐกิจต่อ แต่ก็เริ่มเห็นแล้วว่าฝั่งเอเชียน่าจะกลับมาทำธุรกิจได้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะเป็นบวกกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้
ส่วนของค่าเงินบาท แม้วันก่อนจะผันผวนอ่อนค่าตามภาพรวมความเสี่ยง แต่ก็ดูจะสามารถพลิกตัวกลับมาแข็งค่าได้เสมอ
วันนี้คาดว่าตลาดจะแกว่งตัวในกรอบกว้างขึ้นบ้าง หลังจากที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่ากลับอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดี เชื่อว่านักค้าเงินส่วนใหญ่ไม่ได้มีการเก็งกำไรค่าเงินบาทมากนักในช่วงนี้เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับทั้งสินทรัพย์เสี่ยงและสินทรัพย์ปลอดภัยต่ำ ขณะที่ในอนาคตต้องจับตาว่าการระบาดในประเทศจะลดลงได้จริงหรือไม่ เพราะถ้ากลับมาระบาดหนักอีกรอบ ก็อาจเห็นเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าเร็วได้เช่นกัน” ดร.จิติพลกล่าว