“นิธิฟู้ดส์” ลุยผลิต “เนื้อจากพืช” ปูพรมเล็ทแพล็นมีทบุกตลาดในประเทศ
“นิธิฟู้ดส์” แตกไลน์สู่ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ เดินหน้าลุยผลิต “เนื้อจากพืช” ตอบโจทย์เทรนด์วีแกนกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพและไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ปั้นแบรนด์ “Let”s plant meat” ปูพรมเจาะตลาดในประเทศเป็นหลัก ปักธงกรุงเทพฯเป็นพื้นที่แรกผ่านช่องทางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ต หวังเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสเข้าถึงสินค้าที่ผลิตในประเทศ ในราคาที่เข้าถึงและจับต้องได้ เผยปี 2562 ยอดขายรวมของกลุ่มนิธิฟู้ดส์อยู่ที่ 260 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าเติบโต 10% ในปี 2563
นายสมิต ทวีเลิศนิธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิธิฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตสินค้าแปรรูปการเกษตรในกลุ่มสินค้าเครื่องเทศและเครื่องปรุงรส มีฐานการผลิตในจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปีนี้บริษัทเตรียมนำผลิตภัณฑ์ใหม่ “Let”s plant meat” (เล็ท แพล็น มีท) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืชออกจำหน่าย โดยมุ่งเน้นตลาดภายในประเทศเป็นหลัก สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืช ภายใต้แบรนด์ “Let”s plant meat” เป็นสินค้าพร้อมปรุง (ready to cook) ซึ่งเป็นการแตกไลน์การผลิตจากสินค้ากลุ่มเครื่องเทศและเครื่องปรุงรสที่ทำมาตั้งแต่ปี 2541 สู่อาหารเพื่อสุขภาพ กลุ่มผู้บริโภคที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ทานอาหารเจ มังสวิรัติ และวีแกน (vegan) โดยบริษัทได้เริ่มทดลองทำผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืช ซึ่งใช้เวลากว่า 1 ปี และได้ใช้เวลาในการวิจัยและพัฒนา (research and development : R&D) อีกราว 7 เดือนในการปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีส่วนประกอบหลัก ได้แก่ โปรตีนถั่วเหลือง โปรตีนข้าว น้ำมันมะพร้าว น้ำมันรำข้าว เป็นต้น โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการผลิต
นายสมิตกล่าวว่า คาดว่าจะเริ่มนำผลิตภัณฑ์ “Let”s plant meat” ออกวางจำหน่ายภายในเดือนมีนาคม 2563 นี้ในซูเปอร์มาร์เก็ตเขตกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่แรก ขณะเดียวกัน ก็จะขยายตลาดไปยังกลุ่มร้านอาหาร เบื้องต้นได้วางกำลังการผลิตไว้ที่ 200 กิโลกรัมต่อวันในช่วงของการทดสอบตลาดระยะ 6-7 เดือน และคาดว่ากำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นถึง 500 กิโลกรัมต่อวันภายในสิ้นปีนี้
ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยยังมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืชมาจากต่างประเทศในปริมาณที่สูงมากต่อปี และราคาค่อนข้างสูง ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ยาก นอกจากบริษัทได้มองเห็นช่องทางในการสร้างธุรกิจใหม่แล้วยังเล็งเห็นว่าผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืช “Let”s plant meat” จะเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสเข้าถึงสินค้าที่ผลิตในประเทศ ในราคาที่ผู้บริโภคทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและจับต้องได้ เป็นการลดช่องว่างของราคา โดยวางราคาขาย “Let”s plant meat” ต่อชิ้น 75 บาทสำหรับขนาด 113 กรัม ซึ่งผู้บริโภคสามารถนำไปประกอบอาหารได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทอดหรือผัด
นายสมิตกล่าวต่อไปว่า สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องเทศและเครื่องปรุงรส เป็นธุรกิจหลัก (core business) ของนิธิฟู้ดส์ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลัก ๆ ได้แก่ กระเทียมผง พริกไทยป่น กระเทียมเจียว น้ำมันเจียวหอม หอมแดงเจียว ใบหอมอบแห้ง กะหล่ำปลีเกล็ด ข้าวโจ๊กอบแห้ง พืชผักอบแห้ง เป็นต้น โดยกลุ่มลูกค้าหลักคือกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป อาหารกึ่งสำเร็จรูป รวมถึงเครื่องปรุงรสรายใหญ่ในประเทศ มีตลาดหลักคือ ตลาดในประเทศ มีสัดส่วนถึง 95% และส่งออก 5% ไปยังประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ จีน อเมริกา และเยอรมนี เป็นต้น มีกำลังการผลิตราว 2,000 ตันต่อปี โดยในปี 2562 มียอดขายรวมอยู่ที่ 260 ล้านบาท และตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายในปีนี้ไว้ที่ 10%