ร้อง “แข่งขันทางการค้า” พุ่ง 2 เท่า
ตลอดระยะเวลา 18 ปีที่กฎหมายการแข่งขันทางการค้าบังคับมาตั้งแต่ปี 2542 มีจำนวนเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 102 เรื่อง หรือเฉลี่ยการร้องเรียนต่อปีอยู่ที่ 5-6 เรื่อง
แต่ภายหลังจากที่ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าฉบับใหม่ปี 2560 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2560 เป็นต้นมาจนถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 รวมระยะเวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง ที่คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ชุดปัจจุบันได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่มีเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนเข้ามาทั้งหมดมากถึง 38 เรื่อง โดยแบ่งเป็นเรื่องร้องเรียนที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ 15 เรื่อง และยุติเรื่องไปแล้ว 23 เรื่อง สำหรับเรื่องที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ 15 เรื่อง ประกอบด้วย
1) ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้อำนาจเหนือตลาดอย่างไม่เป็นธรรม ตามมาตรา 50 จำนวน 1 เรื่อง
2) ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการตกลงร่วมกันที่ส่งผลกระทบร้ายแรง (ฮั้ว) ตามมาตรา 54 จำนวน 3 เรื่อง 3) การปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ตามมาตรา 57 จำนวน 11 เรื่อง
ส่วนเรื่องที่ยุติแล้ว 23 เรื่อง เนื่องจากพบพฤติกรรมที่เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 จํานวน 1 เรื่อง กขค. มีมติให้เปรียบเทียบปรับทางปกครองแล้ว และที่เหลือไม่พบพฤติกรรมที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย 22 เรื่อง
ทั้งนี้ สามารถแบ่ง “หมวดธุรกิจ” ที่มีการร้องเรียนออกตามหลักเกณฑ์การจัดกลุ่มหมวดธุรกิจของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เป็น 12 หมวด (ตามตาราง) โดยจะเห็นว่า ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีการร้องเรียนเข้ามามากที่สุด
สำหรับคดีคงค้างมาจากกฎหมายแข่งขันฉบับปี 2542 ส่งต่อให้ กขค.มีจํานวน 10 คดีนั้น พิจารณาจบสิ้นไปแล้ว 1 คดี คือ คดีเครื่องดื่มบํารุงกําลัง ที่ กขค.มีมติให้เปรียบเทียบปรับทางปกครองตามมาตรา 79 แห่ง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า ปี 2560 ไปตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2562
จากการที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ผู้ประกอบธุรกิจมีพฤติกรรมแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยการห้ามขายสินค้าของคู่แข่งในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ซึ่งคดีนี้ได้มีการร้องเรียนมาตั้งแต่ปี 2555 โดยตัวแทนจำหน่ายได้ร้องทุกข์ต่อ กขค.ว่า บริษัท เอ็ม-150 จำกัด ห้ามตัวแทนจำหน่ายขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังของคู่แข่ง หากไม่ปฏิบัติตามจะไม่ส่งสินค้าตราเอ็ม-150 ทำให้ตัวแทนจำหน่ายเดือดร้อน ถือว่าเป็นคดีแรก
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่รุนแรง แนวโน้มการใช้พฤติกรรมที่จำกัดการแข่งขันและเอารัดเอาเปรียบกันอาจเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว เห็นได้จากหากสถิติยอดเรื่องร้องเรียนของกฎหมายฉบับใหม่ที่มีจำนวนเฉลี่ยปีละปีละกว่า 12-13 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากการร้องเรียนในกฎหมายเดิม “2 เท่าตัว” นั่นอาจจะสะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ลบภาพเสือกระดาษ และได้กลายเป็นที่พึ่งของธุรกิจในการวางกติกา เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมแล้ว