เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
Business เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
Economic 7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
Politics ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
สามัญสำนึก ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
เนื้อแท้ บาร์โคล่า
คุยกับเอกราช เนื้อแท้ บาร์โคล่า
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
Tech รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
Business CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
“คุยกับ ครม.อนุทิน” เทปแรก ‘ปกรณ์’ ลุยรีแบรนด์ระบบ ขรก. ดันบริการ ปชช.เร็วขึ้น 20-30%
Politics “คุยกับ ครม.อนุทิน” เทปแรก ‘ปกรณ์’ ลุยรีแบรนด์ระบบ ขรก. ดันบริการ ปชช.เร็วขึ้น 20-30%
ดูทั้งหมด

มาตรการเยียวยาโควิดไร้ผล กกร.คาดส่งออก 2563 ลบ 10% ตกงานกว่าล้านคน เงินเฟ้อติดลบ 1.5%

08 เม.ย. 2563 | 12:53น.

กกร.เคาะมาตรการเพิ่มเติมให้รัฐเข้าดูแล เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งแรงงาน ผู้ประกอบการ เน้น ขอปิด โรงแรมทั่วประเทศ จ้างพนักงานรายชั่วโมง ลดค่าไฟฟ้า ลดการจ่ายเงินสมทบประกันสังคม

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ(กกร.) เปิดเผยว่า จากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 กระทบภาคเศรษฐกิจหดตัวลงทุกรายการ ทั้งการท่องเที่ยว การส่งออก การผลิตและการลงทุน มีเพียงการบริโภคสินค้าไม่คงทนที่ยังขยายตัว และประเมินว่าจะแย่ลงอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเฉพาะเศรษฐกิจในประเทศแต่รวมไปถึงหลายประเทศทั่วโลกเห็นได้จากหลายสถาบันต่างปรับลดประมาณการเศรษฐกิจโลกลง ส่วนกกร.จะประเมินเศรษฐกิจไทยอีกครั้งในเดือนหน้า ส่วนการส่งออกทั้งปี 2563 คาดว่าโอกาสติดลบ 5% ถึง ติดลบ 10% ขณะที่เงินเฟ้อ โอกาสติดลบ 1.5%

สำหรับมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบระยะที่ 1-2 และเตรียมที่จะมีมาตรการออกมาเพิ่มเติมของภาครัฐ รวมถึงมีมาตรการจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสถาบันการเงินต่างๆ เบื้องต้น ประเมินว่าอาจจะไม่สามารถทดแทนผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อภาคธุรกิจและประชาชน จากการขาดรายได้และการหยุดหรือปิดกิจการ โดย กกร. ประเมินความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยอาจมีมูลค่าสูงถึงหลักล้านล้านบาท และกระทบการจ้างงานหลายล้านคน คาดว่าคนจะตกงานถึง 7 ล้านคนใน 2 เดือนนี้ นอกจากนี้ หากการระบาดของ COVID-19 สามารถยุติลงได้ภายในช่วงครึ่งปีแรก การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ สู่ภาวะปกติก็คงต้องใช้เวลา

ทั้งนี้ ที่ประชุม กกร. ยังมีมติจัดตั้ง E-Commerce Platform เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้เข้าถึงตลาดใหม่ๆได้มากขึ้น อีกทั้ง กกร. ยังมีข้อเสนอเพิ่มเติมให้กับภาครัฐ ในแต่ละมาตรการ คือ ด้านผู้ประกอบการ

1.ขอให้ภาครัฐพิจารณาออกคำสั่งปิดกิจการของรัฐ ให้กับผู้ประกอบการโรงแรมหรืองานบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เพื่อให้พนักงานสามารถเข้าข่ายกิจการที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งปิดกิจการของรัฐ และพนักงานจะได้เงินชดเชยตามมาตรการที่รัฐบาลกำหนด (โดยยกเว้นให้โรงแรมหรือบริการอื่นๆ ที่มีความจำเป็น สามารถเปิดกิจการโดยความสมัครใจ อาทิ เป็นที่พักบุคคลากรทางการแพทย์ หรือ ที่พักของผู้กักตัว เป็นต้น)

2.ขอให้ปรับลดค่าไฟฟ้า 5% ทั่วประเทศ และปัจจุบันต้นทุนค่าน้ำมันได้ลดลงอย่างมาก จึงขอให้ค่า FT สะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริงด้วย 3.เพิ่มสภาพคล่องโดยการอัดฉีดวงเงินใหม่ให้กับภาคธุรกิจ ในอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2% โดยให้ บสย.ค้ำประกันวงเงินกู้เพิ่มจาก 40% เป็น 80% 4.ให้ภาคเอกชนหักค่าใช้จ่ายได้ 3 เท่า สำหรับค่าใช้จ่ายในการป้องกันการระบาดของ Covid-19 5.รัฐจัดสรรงบประมาณในการจ้างงาน ซื้อสินค้า จากผู้ผลิตในประเทศ (Made-in-Thailand) ในราคาที่เหมาะสม โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องใช้ใน Covid-19

มาตรการด้านแรงงาน

1. ขอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการเพิ่มเติมให้แรงงาน ลูกจ้าง ที่อยู่ในระบบประกันสังคม ได้รับการชดเชยรายได้ โดยพนักงานที่เข้าระบบ Leave without pay จะไม่สามารถได้รับเงินชดเชยการหยุดกิจการของสถานประกอบการชั่วคราวจากคำสั่งของรัฐ และไม่เข้าหลักเกณฑ์เยียวยา 5,000 บาท ดังนั้น ควรมีมาตรการชดเชยช่วยเหลือจากสำนักงานประกันสังคม โดยจ่ายเงิน 50% ของค่าจ้าง ตามที่ส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม

2. อนุญาตให้มีการจ้างงานรายชั่วโมง เพื่อป้องกันปัญหาการเลิกจ้างแรงงาน โดยกำหนดค่าแรงขั้นต่ำ 325 บาทต่อวัน คิดเป็น ชั่วโมงละ 40-41 บาท ต่อการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง และ ไม่เกิน 8 ชั่วโมง/วัน (ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน)

3.ลดอัตราเงินสมทบของนายจ้าง จาก 4% เหลือ 1% ให้เท่ากับผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 4.เสนอให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือแรงงานที่เงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาทโดยยังได้รับ เงินเดือน 75% และไม่ตกงาน รวมทั้งสามารถช่วยเหลือ โดย บริษัทที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ที่มีโอกาสปลดแรงงานออก สามารถที่จะจ่ายเงินเดือนในจำนวนเงิน 75% ของเงินเดือนที่ได้รับปกติ โดยภาครัฐสนับสนุนค่าจ้างเงินเดือน 50% (จากประกันสังคม) และบริษัทเอกชนจ่ายอีก 25% ให้พนักงานและแรงงานที่มีเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท 5. บริษัทสามารถนำค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนค่าจ้างแรงงานมาใช้หักภาษีได้ 3 เท่าในช่วงระหว่าง COVID-19 ระบาด

มาตรการด้าน Logistic 1.ปัจจุบันแต่ละจังหวัดมีการประกาศมาตรการไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดปัญหาในการขนส่ง กกร.จึงขอเสนอให้ ศบค. ประกาศมาตรการจากส่วนกลางเพื่อปฎิบัติเหมือนกันทั่วประเทศ โดยขอให้ กกร. มีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรการเพื่อให้สามารถปฎิบัติได้

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันในการปิดกิจการของโรงแรมนั้น มีเพียง 10 จังหวัดทั่วประเทศที่มีคำสั่งปิดจากผู้ว่าราชการจังหวัด และยังมีอีกหลายจังหวัดที่ผู้ประกอบการโรงแรมต้องการปิด จากปัญหาโรคไวรัสโควิด -19 แต่ยังไม่สามารถปิดได้แม้จะไม่มีผู้เข้ามาใช้บริการ ทั้งนี้ เนื่องจากยังมีเรื่องของต้นทุน และพนักงานที่ต้องการดูแล ดังนั้น จึงต้องการให้ภาครัฐเข้ามาดูแลและต้องการให้มีนโยบายสั่งปิด เพื่อที่จะให้พนักงานโรงแรมเข้าไปอยู่ในกลุ่มที่ได้รับการเยียวยา เพราะหากไม่ได้ถูกสั่งจากหน่วยงานรัฐ พนักงานไม่ได้เข้าไปอยู่ในมาตรการเยียวยารวมไปถึงผู้ประกอบการด้วย จึงต้องแบกรับภาระที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ยังต้องการให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาดูแลในเรื่องของระบบขนส่ง ซึ่งปัจจุบันพบว่าระบบการขนส่งโดยเฉพาะในการข้ามพื้นที่แต่ละจังหวัดมีมาตรการดูแลไม่เหมือนกัน ทำให้การขนส่งมีปัญหาหรือล่าช้าออกไปบ้าง และการขอเอกสารขนย้ายไม่ได้ออกมาจากหน่วยงานเดียวกัน แต่ละสินค้าต้องขอเอกสารจากหน่ายงานที่ไม่เหมือนกัน และเมื่อแสดงเอกสารก็ไม่ได้รับการยอมรับ จำเป็นต้องการไปขออีกหน่ายงาน ซึ่งอดีตไม่เคยจำเป็นต้องขอ ประเด็นนี้ ต้องการให้หน่วยงานรัฐทำระบบขนส่ง เอกสารในการขนย้ายให้เป็นระบบเดียวกันและเป็นที่ยอมรับ เพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินการขนย้ายให้ได้เร็วที่สุดด้วย

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า สำหรับสถาบันการเงินทุกสถาบันขณะนี้ อำนวยความสะดวกในการนำเงินเข้าไปเติมในตู้ ATM มากขึ้นเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปเบิกเงินสดจากตู้ ATM ได้สะดวก จากปัญหาปัจจุบันนี้ ดังนั้น ประชาชนจึงไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ นอกจากนี้ ยังต้องการแนะนำให้ประชาชนเข้าไปใช้ระบบการจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กันให้มากขึ้น เพราะสะดวกและมีความรวดเร็วมากขึ้น