ราชกิจจานุเบกษา รูปสัญลักษณ์ประกาศราชกิจจาฯ
ราชกิจจาฯ ประกาศกฎหมายประกันสังคม ลดหย่อนส่งเงินสมทบนายจ้าง 4% ลูกจ้าง 1% ขยายเวลายื่นแบบส่งเงินสมทบ
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ และการนำส่งเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตน พ.ศ. 2563
เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่นายจ้างและผู้ประกันตน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโรคโควิด-19 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ซึ่งมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มว่าจะมีการแพร่ระบาดมากขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อการประกอบกิจการเข้าลักษณะอันเป็นเหตุจำเป็นอย่างอื่นที่ส่งผลกระทบต่อการยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบและการนำส่งเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตน จึงควรขยายกำหนดเวลาตามมาตรา 39 และมาตรา 47 ออกไป
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 84/2 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 212560 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ลงวันที่ 4 เมษายน พุทธศักราช 2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

และนอกจากนี้ได้ออกประกาศกระทรวงแรงงานเรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ลดหย่อนการออกเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตน กรณีการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโรคโควิด -19
เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแกนายจ้างและผู้ประกันตน กรณีโรคระบาดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเป็นโรคติดต่ออันตราย ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และยังมีแนวโน้มระบาดมากขึ้น กระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ จึงเห็นควรให้ “ลดหย่อน” การออกเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ได้ลดหย่อนเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเดือนมีนาคม 2563 ถึงงวดเดือนพฤษภาคม 2563 ของนายจ้างที่ 4% และส่วนของผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ 1% ของค่าจ้างผู้ประกันตน
ส่วนผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้ลดหย่อนการออกเงินสมทบเข้ากองทุนเดือนมีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม 2563 ให้ส่งเงินสมทบเดือนละ 86 บาท และในกรณีที่มีการส่งเงินที่กำหนดไว้ตามประกาศแล้วแต่กรณีให้ “ยื่นคำร้อง” ขอรับเงินส่วนเกินได้