วิกฤตไวรัสโควิด-19 ไม่กระทบการเจรจา RCEP หลังประชุมผ่านระบบทางไกลอย่างเป็นทางการนัดแรกสำเร็จ จ่อลงนามปลายปี 2563
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP-TNC) ทางไกล ซึ่งจัดขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมมีมติร่วมกันว่าจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 จะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการประชุมต่าง ๆ ของ RCEP ช่วงนี้ไปจนถึงกลางปี 2563 เป็นแบบการประชุมทางไกล และได้รับทราบรายงานความคืบหน้าในการเตรียมการลงนามความตกลง RCEP โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขัดเกลาถ้อยคำทางกฎหมายของความตกลง ซึ่งดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว 6 บท เหลืออีก 14 บท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2563 จากนั้นสมาชิก RCEP จะมีเวลาดำเนินกระบวนการภายใน เพื่อให้ได้ทันการลงนามความตกลง RCEP ที่จะจัดในปลายปีนี้
สำหรับการประชุม RCEP-TNC ครั้งที่ 29 จะมีการประชุมทางไกลระหว่างวันที่ 20-24 เมษายน 2563 เพื่อหารือประเด็นค้าง เช่น การปรับตารางข้อผูกพันของสมาชิก RCEP ให้อยู่ในรูปแบบเดียวกัน การจัดตั้งกลไกการทำงานของ RCEP ภายหลังความตกลงมีผลบังคับใช้ และการประสานงานกับอินเดียเพื่อร่วมอยู่ในความสำเร็จของ RCEP เป็นต้น โดยการนำการประชุมผ่านระบบทางไกลมาใช้ จะทำให้การทำงานของ RCEP ดำเนินไปได้ตามกำหนด
นางอรมนกล่าวอีกว่า การลงนามความตกลง RCEP จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการในภูมิภาค โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งในส่วนของไทย RCEP จะช่วยขยายการส่งออก รวมทั้งช่วยยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารของไทย โดยเฉพาะน้ำตาลอาหารแปรรูป มันสำปะหลัง กุ้ง และข้าว ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหารส่งออกที่สำคัญ ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก นอกจากนี้ จะช่วยสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถเข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าในระดับภูมิภาคได้ พร้อมทั้งสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในการเข้าไปลงทุนในประเทศสมาชิก RCEP ในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ เช่น ก่อสร้าง ค้าปลีก ธุรกิจด้านสุขภาพ ธุรกิจเกี่ยวกับภาพยนตร์และบันเทิง เป็นต้น