Skip to content

วิเคราะห์ธุรกิจหลังโควิด-19 อะไรอยู่ อะไรไป

23 เม.ย. 2563 | 16:23น.
วิเคราะห์ธุรกิจหลังโควิด-19 อะไรอยู่ อะไรไป
คอลัมน์ Pawoot.com
โดย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

 

หลายคนมองว่าอีคอมเมิร์ซโตขึ้นอีกแน่นอน แต่ผมมองว่าจะไม่ได้โตทุกกลุ่ม แค่เกือบทุกกลุ่ม จะมีเพียงบางกลุ่มเท่านั้นที่จะไม่โตเมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 ขึ้นมา

สิ่งแรกที่เปลี่ยนก็คือ พฤติกรรมของคน และเปลี่ยนไปอย่างถาวร ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนแค่ชั่วครั้งชั่วคราว

คนส่วนใหญ่ได้ถูกพัฒนาและได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการอยู่แบบห่าง ๆ ที่เรียกว่า social distancing รู้จักการสื่อสารด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น เริ่มรู้สึกว่าบางอย่าง

ไม่จำเป็นต่อไปแล้ว เช่น การต้องเดินทางไปเจอหรือการประชุมที่ต้องเจอหน้ากัน คนเริ่มระมัดระวังตัวเดินห้างกันน้อยลง

สังเกตง่าย ๆ เช่น การที่ผู้หญิงแต่งหน้าน้อยลงหรือซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นน้อยลงเพราะไม่ได้ออกไปไหน ก็ไม่รู้จะแต่งหน้าทำไม ดูได้จากเวลาที่มีการวิดีโอคอล แต่ละคนจะมากันแบบหน้าสดจนแทบจำไม่ได้ว่าเป็นใคร ทำให้การซื้อเครื่องสำอางหรือเสื้อผ้าก็จะน้อยลงตามไปด้วย

ในแง่ของธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมาก ๆ อาทิ สายการบิน โรงแรม ที่พัก รวมถึงบริการต่าง ๆ ที่มีคนจำนวนมากห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิง โรงภาพยนตร์ ฯลฯ จะได้รับผลกระทบกันหมด รวมถึงความเชื่อเดิม ๆ ที่ว่ามีธุรกิจแล้วต้องมีสาขามาก ๆ ความเชื่อนี้จะถูกท้าทายครั้งใหม่แล้ว

วิกฤตโควิดธุรกิจที่มีสาขาจะได้รับผลกระทบหนัก ยิ่งมีสาขาเยอะ ยิ่งแบกภาระเยอะ หลายคนจึงพยายามปรับตัว

ร้านอาหารเริ่มไลฟ์ขายของ แต่รายได้ที่เข้ามาผ่านช่องทางออนไลน์เล็ก ๆ เมื่อเทียบกับสาขาที่มีเป็นร้อยนั้นมันไม่คัฟเวอร์ได้ทั้งหมด ฉะนั้น ความเชื่อใหม่ ๆ ในเชิงธุรกิจเริ่มเปลี่ยนไป

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนเริ่มชินกับการใช้ออนไลน์ โดยเฉพาะในช่วง 1-2 เดือนนี้ รวมถึงรูปแบบการทำงานก็จะเปลี่ยนไปอยู่บนออนไลน์มากขึ้น ช่องทางการขายก็จะเปลี่ยนไป ที่เห็นได้ชัดเจนในตอนนี้ก็คือ หนังสือพิมพ์หลายหัวเริ่มหยุดพิมพ์แล้ว เพราะร้านหนังสือปิดทำให้ขายหนังสือไม่ได้ ทุกคนเริ่มกระโดดเข้ามาในออนไลน์ เช่นเดียวกันเครื่องมือทางออนไลน์ใหม่ ๆ ก็เริ่มมีมากขึ้น เห็นได้ชัดว่าเมื่อพฤติกรรมของคนเปลี่ยน ธุรกิจก็ต้องเปลี่ยน

คำถามต่อไปก็คือ แล้วธุรกิจอะไรที่จะเติบโต

1.ธุรกิจที่เป็น retail แต่จะเป็นพวก online retail

2.ธุรกิจด้านบริการที่เป็น online service

3.ธุรกิจอาหารที่สามารถส่งได้ food delivery

4.ธุรกิจที่เรียกได้ว่าโตมากและจะโตอย่างมหาศาล คือ health care

5.ธุรกิจพวก grocery ที่เป็นพวกอาหารสด อาหารแห้ง

นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจพวก delivery, e-Payment, ธุรกิจทางด้านการศึกษา e-Learning ที่โตแบบมหาศาล หรือแม้แต่ธุรกิจประเภท online entertainment ดูวิดีโอ ฟังเพลงก็โตมาก การขายประกันก็โตมากเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ การอยู่บ้านกันนาน ๆ จะทำให้เกิดอาชีพใหม่ ๆ ขึ้นเช่นกัน เช่น การเป็นพ่อครัวแม่ครัว เพราะมีโอกาสได้ทำกินกันเองบ่อยขึ้น คนที่มีฝีมือก็เกิดความคิดที่อยากทำธุรกิจก็อาจติดต่อพวก LINE MAN หรือ Grab เพื่อขายอาหาร

อาชีพที่อาจมีมากขึ้นเช่นกันคือ แดนเซอร์ เพราะอยู่บ้านไม่รู้จะทำอะไรก็เข้าแอป TikTok หรืออื่น ๆ เต้นหรือออกกำลังกายกัน ก็เริ่มทำให้มีอาชีพใหม่เกิดขึ้น หรือบางคนก็เริ่มอ่านเยอะขึ้น เรียนรู้เยอะขึ้น ก็เริ่มมีอาชีพโค้ชไปสอนคนอื่น ๆ มากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

จะเห็นว่าในวิกฤตยังมีโอกาส เพราะทุกคนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมไปฉะนั้น ธุรกิจที่รองรับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนเหล่านั้นได้ก็จะเติบโตมาก นี่คือภาพรวมของธุรกิจที่กำลังจะเปลี่ยนไป และจะเปลี่ยนไปอีกนานเลย เพราะยังมีการเปลี่ยนแปลงของคนที่ยังไม่เคยปรับตัว และกำลังเริ่มปรับตัวเข้ามาในธุรกิจเหล่านี้ด้วยเช่นเดียวกัน