เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
Economic ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
Politics รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
Economic เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
Politics อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
ดูทั้งหมด

เมื่อเอกชนจม “ทะเลหนี้” อุปสรรคฟื้นเศรษฐกิจสหรัฐ

30 เม.ย. 2563 | 17:56น.

สถานการณ์ในปัจจุบัน ภาคธุรกิจทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างถ้วนหน้า แม้แต่มหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่าง “สหรัฐอเมริกา” ที่กลายเป็นศูนย์กลางของโรคระบาดในเวลานี้ ทำให้ภาคเอกชนอเมริกันจำนวนมากต้องพยายามอย่างหนักในการพยุงธุรกิจให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ ด้วยการรักษากระแสเงินสดเพื่อหล่อเลี้ยงองค์กร นำไปสู่การก่อหนี้อย่างมหาศาลจนกลายเป็น “ทะเลหนี้” ที่ท่วมธุรกิจให้ไม่สามารถหลุดพ้นวังวนหนี้สินได้ และอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐไม่อาจฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

“ซีเอ็นเอ็น” รายงานว่า ระดับหนี้ภาคเอกชนของสหรัฐในปัจจุบันพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากภาคธุรกิจต่างก่อหนี้เพื่อดึงดูด “เงินสด” ให้เพียงพอต่อการประคองกิจการของตนเองให้เดินหน้าต่อไปได้ ประกอบกับมาตรการช่วยเหลือเยียวยาภาคธุรกิจของรัฐบาลสหรัฐ ทั้งการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและการลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ภาคธุรกิจจำนวนมากเสนอขายหุ้นกู้มากยิ่งขึ้น

ข้อมูลบริษัท รีฟินิทีฟ (Refinitiv) ผู้ให้บริการข้อมูลด้านตลาดการเงินระดับโลกระบุว่า หุ้นกู้กลุ่มระดับลงทุน (investment-grade) ที่เสนอขายโดยบริษัทนอกภาคการเงินตั้งแต่ต้นปี 2020 จนถึงปัจจุบัน มีมูลค่าสูงถึง 425,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนับว่าสูงเกือบ 2 เท่าจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2019 โดยมูลค่าของหุ้นกู้ดังกล่าวมากกว่า 300,000 ดอลลาร์สหรัฐที่ถูกเสนอขายในช่วงเดือน มี.ค.ถึง 3 สัปดาห์แรกของเดือน เม.ย. 2020

“แมตต์ ทูล” (Matt Toole) จากรีฟินิทีฟระบุว่า “ในภาวะที่อุตสาหกรรมต้องระงับการดำเนินการ โดยไม่รู้ว่าจะกลับมาเปิดทำการได้เมื่อไหร่ พวกเขาจึงต้องทำสิ่งที่มั่นใจได้ว่าจะสามารถรักษาสภาพคล่องทางการเงินได้เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ”

โดยธุรกิจที่มีการขายหุ้นกู้อย่างมากในเวลานี้ ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจการบิน ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก และโรงแรม ซึ่งล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ในหลายพื้นที่ของสหรัฐ รวมถึงผู้ประกอบการน้ำมันอย่าง “เอ็กซอนโมบิล” ที่ได้รับผลกระทบจากความต้องการและราคาน้ำมันที่ลดลง ก็ได้ประกาศขายหุ้นกู้มูลค่า 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเจเนอรัล อิเล็กทริก และดิสนีย์ ก็เสนอขายหุ้นกู้บริษัทละเกือบ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากการระดมทุนขายหุ้นกู้ หลายบริษัทยังขอกู้แบงก์เพิ่มจากวงเงินสินเชื่อที่มีกับสถาบันการเงิน โดยข้อมูลของรีฟินิทีฟระบุว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีบริษัทอเมริกันกว่า 50 บริษัทเข้าถึงวงเงินสินเชื่อมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป

ด้าน บริษัทวิจัยเดบต์ไวร์ (Debtwire) ได้ประมาณการว่า ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา บริษัทอเมริกันได้ขอเบิกเงินจากวงเงินสินเชื่อรวมกว่า 220,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในจำนวนดังกล่าวมีประมาณ 52,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่เป็นเงินกู้ของ 4 บริษัทอเมริกันยักษ์ใหญ่ ได้แก่ โบอิ้ง, เจเนอรัล มอเตอร์ส, ฟอร์ด และเฟียต ไครสเลอร์ เพื่อมาใช้เสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ

“วิลล์ ไคเกอร์-สมิท” (Will Caiger-Smith) จากเดบต์ไวร์ระบุว่า “เมื่อบริษัทที่กู้ยืมเงินจะสามารถนำพาธุรกิจให้รอดพ้นจากภาวะโรคระบาดในครั้งนี้ได้ แต่การกู้ยืมดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการลงทุนด้านอื่น ๆ ในอนาคต ซึ่งจะกลายเป็นอุปสรรคในการฟื้นตัวของบริษัท เพราะไม่เพียงต้องตอบสนองความต้องการของนักลงทุนและพนักงาน แต่ยังต้องตอบสนองต่อเจ้าหนี้ด้วย”

นั่นหมายความว่า ผลประกอบการของบริษัทจะต้องถูกนำไปชำระหนี้เป็นหลัก ดังนั้น บริษัทจึงจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามแผนการลงทุนได้ และหากสถานการณ์ไม่คลี่คลายอาจสร้างแรงกดดันให้บริษัทจำเป็นต้องปรับเลิกจ้าง และยุติการดำเนินงานบางส่วนไปจนถึงขายทรัพย์สิน หรืออาจถึงขั้นต้องปิดกิจการ

ขณะเดียวกัน บางบริษัทที่แม้จะไม่ได้รับผลกระทบมากจากภาวะโรคระบาด ก็ได้ใช้โอกาสจาก “ดอกเบี้ยต่ำ” ดูดเงินสดเข้าสู่บริษัทด้วยการเสนอขายหุ้นกู้เช่นกัน อย่าง “เน็ตฟลิกซ์” ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งระดับโลกที่ได้รับประโยชน์จากยอดผู้ชมที่เพิ่มสูงขึ้น ในช่วงที่ผู้คนจำนวนมากกักตัวเองในที่พักอาศัย โดยบริษัทได้เสนอขายหุ้นกู้มูลค่ารวม 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสำหรับการลงทุนผลิตและพัฒนารายการและภาพยนตร์ใหม่ ๆ

“ทรอย กาเยสกิ” (Troy Gayeski) เจ้าหน้าที่ด้านการลงทุนร่วมของสกายบริดจ์ แคปิตอล (SkyBridge Capital) ระบุว่า “ปัญหาระดับหนี้ที่สูงนั้นอาจกลายเป็นข้อจำกัดของธุรกิจอเมริกัน ในการรักษาศักยภาพการลงทุนเพื่อการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง”

ขณะที่ “เจอโรม พาวเวลล์” ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกมาเตือนภาคเอกชนสหรัฐตั้งแต่ พ.ค. 2019 ว่า “หนี้สินของภาคธุรกิจได้ถึงระดับที่ธุรกิจและนักลงทุนควรต้องตระหนักและหยุดก่อหนี้ เพราะหากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำมาถึงอย่างที่ไม่คาดคิด บางบริษัทอาจจะต้องเผชิญความท้าทาย โดยระดับหนี้ที่สูงของภาคธุรกิจจะทำให้ความเสียหายทางเศรษฐกิจขยายวงกว้างออกไป เนื่องจากบริษัทจำเป็นจะต้องเลิกจ้างพนักงานและปรับลดการลงทุน”

และสถานการณ์ดังกล่าวก็จะนำไปสู่การบริโภคที่ลดลงและส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อไปยังภาคเศรษฐกิจ แม้ว่าปัจจุบันเฟดยังคงยืนยันว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะรับมือกับวิกฤตการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้น แต่ภาวะทะเลหนี้สินของภาคธุรกิจสหรัฐในขณะนี้ อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากที่เหตุการณ์โควิด-19 ผ่านพ้นไป

หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นในเร็ววัน และเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำซ้ำเติมอีกครั้ง ในอนาคตตามคำทำนายของพาวเวลล์ ก็จะยิ่งทำให้บริษัทที่มีปัญหาสภาพคล่องหนี้ท่วมต้องล้มหายตายจากไปอีกมาก ซึ่งนั่นจะเป็นความท้าทายครั้งใหญ่อีกครั้งของรัฐบาลสหรัฐที่ต้องตระเตรียมรับมือให้ดีก่อนที่เหตุการณ์เลวร้ายจะเกิดขึ้นจริง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจสหรัฐ