เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
Biz Movement “เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
Automotive มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
“นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
Biz Movement “นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
Tech ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
“This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
Business “This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
Tech สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
HR ‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
“น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
SD “น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
Biz Movement สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
Economic CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
ดูทั้งหมด

โฆษณาดิจิทัล สะดุดโควิด DAAT ปรับเป้า-แนะช่องเจาะกำลังซื้อ

08 พ.ค. 2563 | 11:00น.
คาดการณ์ เม็ดเงินโฆษณา ดิจิทัล 2563

แม้ว่าเมื่อปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ทาง “DAAT” สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) จะคาดการณ์แนวโน้มเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลปี 2563 ว่าจะเติบโตขึ้นถึง 13% ไปอยู่ที่ 22,186 ล้านบาทโดยคาดว่า 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้เม็ดเงินสูงสุด ได้แก่ กลุ่มยานยนต์ มูลค่า 3,031 ล้านบาท กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ (สกินแคร์) 2,028 ล้านบาท กลุ่มการสื่อสาร 1,969 ล้านบาท กลุ่มธุรกิจธนาคาร 1,398 ล้านบาท และกลุ่มเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ 1,335 ล้านบาท แต่ “โควิด-19” ก็ไม่เคยปรานีใคร โฆษณาออนไลน์ที่คาดว่าน่าจะได้รับอานิสงส์จากการล็อกดาวน์ก็ยังต้อง “ปรับเป้า” การเติบโต

ปรับเป้าโต 2-8%

โดยนายกสมาคม DAAT “ศิวัตร เชาวรียวงษ์” เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากมีการประชุมร่วมกันเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ทางสมาคมประเมินว่ายอดการเติบโตของโฆษณาดิจิทัลในปีนี้น่าจะเติบโตน้อยกว่าที่คาด

“ไม่มีทางที่โฆษณาดิจิทัลจะเติบโตไปได้ถึง 13% อย่างที่คาดไว้ เพราะภาพใหญ่เงินโฆษณาถูกตัดลดลง อย่าง 5 กลุ่มที่ใช้เงินมากที่สุด ได้รับผลกระทบทั้งหมดมากน้อยต่างกันไป เพียงแต่ยังเชื่อว่าโฆษณาดิจิทัลก็จะยังโตอยู่ ด้วยการตัดงบฯอีเวนต์ต่าง ๆ มาใช้ออนไลน์แทน และจำเป็นต้องทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจง ฉะนั้น ยิ่งทำการตลาดแบบแคบมากเท่าไร เงินก็จะมาสู่ดิจิทัลมากขึ้นเท่านั้น แต่ประเมินว่าน่าจะโตราว 2-8%”

“เฉพาะเจาะจง” ให้แคบที่สุด

แม้ว่าการรักษาระยะห่างทางสังคม จะทำให้ผู้บริโภคหันมาจับจ่ายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น แต่การล็อกดาวน์และผลกระทบจากการแพร่ระบาด ในอีกด้านก็ทำให้ผู้บริโภคมีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยน้อยลง มีการตัดสินใจชะลอการซื้อของ มีกำลังซื้อจำกัด โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่ได้เป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตและป้องกันโรค

“หลักการทำตลาดเบื้องต้นก็ต้องรู้ให้ได้ว่า ลูกค้าเป็นใคร แต่ในสถานการณ์นี้ต้องซอยให้ย่อยลงไปอีกว่า คนไหนที่จะยังพร้อมซื้ออยู่ในตอนนี้ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะซื้อได้ในตอนนี้ แต่ละแบรนด์ต้องเจาะข้อมูลลูกค้าของตัวเองให้ได้ แล้วค่อยดูว่าช่องทางดิจิทัลใดที่เข้าไปถึงลูกค้ากลุ่มนั้น ไม่มีสูตรสำเร็จหรือต้องใช้แพลตฟอร์มใดแบบตายตัว”

ดังนั้น การทำตลาดแบบ “เฉพาะเจาะจง” ที่ลงไปถึงกลุ่มเป้าหมายที่ยังต้องการซื้อสินค้านั้นจริง ๆ เป็นสิ่งสำคัญมากในเวลานี้

“เสิร์ชมาร์เก็ตติ้ง” ก็ยังทรงพลัง

อย่างในอุตสาหกรรมรถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อหาคนที่ “พร้อมจะซื้อ” ในเวลานี้ช่องทางการทำตลาดแบบเสิร์ชมาร์เก็ตติ้งน่าจะเป็นช่องทางหลักที่จะเข้าถึงคนที่ต้องการซื้อ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อด้วยการ “เสิร์ช”

“เสิร์ชมาร์เก็ตติ้งตรงเป้าหมายไปที่ลูกค้าที่กำลังอยากซื้อ แต่จำนวนครั้งในการเสิร์ชอาจจะไม่มาก ซึ่งก็จะทำให้ยอดขายก็อาจจะได้น้อยลงตามไปด้วย แต่ก็ยังต้องทำอยู่ เช่นเดียวกันการทำตลาดผ่านทางคอนเทนต์ การโฆษณาที่เกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซก็จะยังต้องทำ”

Advertisement

ส่วนการโฆษณาในรูปแบบการสร้างความรับรู้ในแบรนด์ ในจังหวะนี้อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ผู้บริโภคมีอารมณ์จะสนใจ นอกจากจะเป็นการทำ “CSR ตอบแทนลูกค้าร่วมสู้โควิด”

ด้านอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับความสวยความงาม เครื่องสำอาง เสื้อผ้าแฟชั่นก็จะหนีไปอีกคอมเมิร์ซเป็นหลัก แต่สิ่งที่ต้องรีบปรับตัวคือ ต้องบริหารการจัดส่งสินค้าให้ “ทันใจ” ผู้บริโภค

“ถ้าคนที่ไม่เคยรับออร์เดอร์สินค้าจำนวนมาก และไม่เคยใช้ช่องทางนี้มาก่อน เมื่อต้องกระโดดมารับมือกับออร์เดอร์จะทำอย่างไรให้ส่งของทัน ถ้าทำได้ก็จะสามารถเก็บประโยชน์จากการเติบโตของออนไลน์ได้ แต่ก็ไม่สามารถจะชดเชยรายได้ทั้งหมดที่หายไปได้ทันที เพราะในบ้านเราห้างสรรพสินค้าก็มีบทบาทในการช็อปปิ้งเยอะ”

ท่องเที่ยว “รออย่างใจเย็น”

ขณะที่อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดอย่างโรงแรมและการท่องเที่ยว เรียกว่าต้อง “รออย่างใจเย็น” ส่วนการจะหยุดทำตลาดไปเลย เพื่อรักษา “กระแสเงินสด” ไว้ให้มากที่สุดนั้น นายกสมาคม DAAT แนะนำว่า

“การตลาด สุดท้ายก็คือการขาย ทำเพื่อให้ขายของได้ ปัจจัยคือ 1.คนมีดีมานด์ต้องการซื้อของไหม ซึ่งแต่ละอุตสาหกรรมมีความต้องการไม่เท่ากัน 2.ช่องทางการขายมีไหม

เมื่อดูสองปัจจัยนี้แล้วก็ต้องตัดสินใจต่อไปว่าจะยังคงทำธุรกิจอยู่หรือไม่และในลักษณะใด แล้วการโฆษณาค่อยตามมาตอบโจทย์นั้น เช่น โรงแรมไม่มีคนมาพัก แต่ตัดสินใจว่าจะยังเดินหน้าต่อในส่วนของร้านอาหารแบบดีลิเวอรี่แทน หรือตัดสินใจจะทำเป็นที่กักตัวให้เช่าเป็นรายเดือนแทน หรือทำโปรโมชั่นดึงคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาพักที่โรงแรมเราแทน แต่ทุกทางก็ต้องยอมรับว่าอาจจะได้รายได้น้อยลง เพียงแต่ว่าจะตัดสินใจหยุดเหลือศูนย์ หรือมีเข้ามาบ้าง”

อีกทางออกคือ การทำตลาดแบบที่สามารถ “ทำเอง” ได้เพื่อลดต้นทุนให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อรักษากระแสเงินสดในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ

“ข้อมูลลูกค้า” สมบัติล้ำค่า

“คนที่มีฐานข้อมูลลูกค้าในมือ จะมีความได้เปรียบเพราะสามารถทำได้ทั้งการยิงโฆษณาผ่าน LINE message, e-Mail maketing, หรือจะย้ายมาใช้สื่อดิจิทัลโดยเลือกให้การเป็นโฆษณาเข้าไปยังกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจง เพราะในภาวะที่กำลังซื้อหดหาย การขายสินค้าให้กับลูกค้าเก่าที่เคยซื้อสินค้าของเรา ย่อมง่ายกว่าไปหาลูกค้าใหม่ การจัดโปรโมชั่นพิเศษให้กับลูกค้าเก่าเพิ่มขึ้นก็เป็นอีกทางออก อาจจะไม่ใช่ทุกคนที่ซื้อก็ต้องลองดีกว่าอยู่เปล่า ๆ ไม่ลองไม่รู้”

ฉะนั้น สิ่งที่สำคัญมาตลอด และโดยเฉพาะเวลานี้คือ “ข้อมูลลูกค้า” ที่ทุกผู้ประกอบการควรจะต้องมี และไม่ใช่พึ่งพาอยู่เฉพาะข้อมูลจากแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง หาก “ไม่มี” การทำตลาดผ่านการ “เสิร์ช” การลงโฆษณาในเฟซบุ๊ก หรือโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็ต้องเลือกให้ “เจาะจง” ไปที่กลุ่มเป้าหมาย

New Normal ยุคหลังโควิด

แต่อีกสิ่งสำคัญคือ ไม่ใช่โหมโปรโมต แต่ “ไม่ปิดการขาย” ในทุกช่องทางที่ทำตลาดออนไลน์ต้องนำลูกค้าไปสู่การซื้อสินค้าทุกครั้ง เช่น มี link ที่เชื่อมสู่หน้าเว็บสั่งซื้อสินค้าหรือช่องทางสั่งซื้อได้ทันที

“เม็ดเงินมีน้อย ก็ต้องเจาะกลุ่มให้โดนเป้าหมายที่มีกำลังซื้อด้วย”

ฉะนั้น ในยุคหลังโควิด-19 ซึ่งผู้บริโภคจะซื้อสินค้าและบริการผ่านทางออนไลน์เก่งขึ้นแน่นอน ใครไม่เคยใช้ก็ใช้เป็นแล้ว หลังจากนี้ ผู้ประกอบการหรือแบรนด์ใดที่สามารถทำตลาดผ่านออนไลน์ และใช้เครื่องมือต่าง ๆ ผ่านสื่อดิจิทัลได้เก่ง ก็จะได้ประโยชน์จากการเติบโตตรงนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โฆษณาดิจิทัล