เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ปลดล็อกเฟส2ต่อลมหายใจธุรกิจ ห้างตีปีก”ปลุกจับจ่าย”ทั่วประเทศ

16 พ.ค. 2563 | 14:30น.

ศบค.คลายล็อก ห้าง-ศูนย์การค้า-คอมมิวนิตี้มอลล์-โฮมโปร-ไทวัสดุ ปิดไม่เกิน 2 ทุ่ม เลื่อนเคอร์ฟิว 1 ชั่วโมง เริ่ม 17 พ.ค.นี้ งดเดินทางเข้าราชอาณาจักรบก-น้ำ-อากาศ ห้ามเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัด คลินิกความงาม-ฟิตเนสเปิดได้เฉพาะส่วน ปลุกจับจ่ายทุกระดับทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็นประธานการประชุม มีมติเห็นชอบผ่อนปรน
กิจการ-กิจกรรมระยะที่ 2 รวมถึงการผ่อนคลายการประกาศห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) จากเดิมเวลา 22.00-04.00 น. เป็น 23.00-04.00 น. โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. 63 นี้เป็นต้นไป ส่วนมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่ยังคงไว้ ได้แก่ การเดินทางเข้าราชอาณาจักร ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และงดหรือชะลอการเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัด

ปลดล็อกห้างสรรพสินค้า

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า กิจการ-กิจกรรมที่จะผ่อนคลายในระยะที่ 2 หรือกลุ่มสีเขียว ได้แก่ กิจการหรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคไปในหลายพื้นที่และการแพร่เชื้อในสถานที่อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง และมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอยู่ในเกณฑ์สูง ดังนี้ กลุ่มที่ 1 กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต ประกอบด้วย กลุ่ม ก.การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มในอาคารสำนักงาน โรงอาหาร หรือศูนย์อาหาร ภายในหน่วยงาน กลุ่ม ข.ห้างสรรพสินค้า
ศูนย์การค้า คอมมิวนิตี้มอลล์ เปิดเวลาใดก็ได้ แต่ต้องปิดบริการเวลา 20.00 น.

ได้แก่ 1.สินค้าอุปโภค ร้านขายปลีกธุรกิจคอมพิวเตอร์ หนังสือ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนอน วัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ วัสดุสำนักงาน เครื่องครัว อุปกรณ์จำเป็นภายในครัวเรือน ดอกไม้ ต้นไม้ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องสำอาง อุปกรณ์กีฬา 2.สินค้าโภคภัณฑ์ ทอง เครื่องประดับ จิวเวลรี่ 3.บริการอินเทอร์เน็ต ซักอบรีด ซ่อมแซมเครื่องใช้อุปกรณ์ ถ่ายเอกสาร ซ่อม-เปลี่ยน ประดับยนต์ ล้างรถยนต์ 4.ธุรกิจบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ 5.บริษัทประกันภัย ประกันชีวิต 6.คลินิกเวชกรรม สถานทันตกรรม 6.ห้องรับรอง 7.ร้านเสริมสวย แต่งผม หรือตัดผม สำหรับบุรุษหรือสตรี (เปิดเฉพาะสระ ตัด ซอยผม แต่งผม) ร้านทำเล็บ และ 8.ร้านอาหาร ภัตตาคาร food court ศูนย์อาหาร ยกเว้นโรงภาพยนตร์ โบว์ลิ่ง สเกต คาราโอเกะ สวนสนุก สวนน้ำ สวนสัตว์ พื้นที่จัดกิจกรรม กิจกรรมส่งเสริมการขาย แข่งขันกีฬา ตู้เกม เครื่องเล่นหยอดเหรียญ สถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส ศูนย์ประชุม ห้องประชุม ฮอลล์ สถานที่จัดนิทรรศการ โรงเรียน สถาบันกวดวิชา สนามพระเครื่อง พระบูชา ร้านนวดแผนไทย สปา

และกลุ่ม ค.ร้านค้าปลีก ค้าส่งขนาดใหญ่ เช่น ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ ตลาดขนาดใหญ่ เช่น ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท ตลาดผลไม้

นพ.ทวีศิลป์ระบุว่า ส่วนกลุ่มที่ 2 กลุ่ม กิจกรรมด้านการออกกำลังกาย หรือการดูแลสุขภาพ กลุ่ม ก.คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม เฉพาะเรือนร่าง ผิวพรรณ และเลเซอร์ ไม่รวมการเสริมความงามบริเวณใบหน้า ยกเว้น สถานเสริมความงาม ควบคุมน้ำหนัก สถานที่สักหรือเจาะผิวหนัง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย สถานประกอบกิจการอาบน้ำ อบไอน้ำ อบสมุนไพร กลุ่ม ข.สถานประกอบกิจการอาบ อบ นวด นวดเสริมความงาม นวดตัว อาบน้ำ อบตัว อบไอน้ำ ออนเซน อาบ อบ นวด ก็อยู่ในข่ายนี้ด้วย กลุ่ม ค.โรงยิม สถานที่ออกกำลังกายในร่ม สถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส เฉพาะกีฬาตามกติกาสากล ไม่มีลักษณะการปะทะกัน อาจเล่นเป็น
ทีมไม่เกิน 3 คน ไม่มีผู้ชมได้แก่ แบดมินตัน เซปักตะกร้อ เทเบิลเทนนิส โยคะ สควอช ฟันดาบ ยิมนาสติก ปีนผา

โดยสถานออกกำลังกาย (ฟิตเนส) เปิดเฉพาะส่วนฟรีเวต (ไม่ออกกำลังกายแบบรวมกลุ่ม ห้ามใช้เครื่องลู่วิ่ง จักรยานปั่น เครื่อง Elliptical หรือเครื่องออกกำลังกายอื่น ๆ) ยกเว้น สนามมวย โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ (ยิม) กลุ่ม ง.สระว่ายน้ำสาธารณะ (กลางแจ้ง และในร่ม) จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการตามจำนวนเลนของการว่าย โดยอาจมีอุปกรณ์ขึงกันเลนการว่าย (ความกว้างของเลนไม่น้อยกว่า 7 ฟุต) และจำกัดเวลาใช้บริการไม่เกิน 1 ชั่วโมง

ยกเว้น สวนน้ำ สวนน้ำบึงธรรมชาติ กีฬาทางน้ำ เช่น เซิร์ฟบอร์ด เจ็ตสกี บานาน่าโบ๊ต และเครื่องเล่นกีฬาทางน้ำอื่น

ศูนย์ประชุมจำกัดคนเข้าร่วม

กลุ่มที่ 3 กลุ่มอื่น ๆ ได้แก่ ก.ห้องประชุม โรงแรม ศูนย์ประชุม เปิดเฉพาะให้บริการจัดประชุมขององค์กร หรือหน่วยงาน ลักษณะนั่งประชุมแบบจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ยกเว้น การจัดอบรม สัมมนา จัดแสดงสินค้า นิทรรศการ จัดงานเลี้ยง อีเวนต์ในโรงแรม ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า สถานที่จัดนิทรรศการ

ข.ห้องสมุดสาธารณะ แกลเลอรี่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ ได้แก่ ทางศิลปะ ศิลปะร่วมสมัย ประวัติศาสตร์และโบราณคดี ธรรมชาติวิทยา มานุษยวิทยาและชาติพันธุ์วิทยา วิทยาศาสตร์เครื่องจักรกล การแพทย์และสาธารณสุข พิพิธภัณฑ์ประจำเมืองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยและสถาบันศึกษา

และ ค.กิจการถ่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ส่วนหน้าฉาก รวมกลุ่มได้ไม่เกิน 10 คน ส่วนแผนกงานอื่นรวมกลุ่มไม่เกิน 5 คน ประกอบด้วย แผนกกล้อง ช่างภาพ ช่างไฟ แผนกเสียง แผนกอุปกรณ์เคลื่อนกล้อง แผนกและศิลปกรรม อุปกรณ์ประกอบฉาก แผนกเสื้อผ้า/แต่งหน้า ทำผม ผู้กำกับและนักแสดง แผนกจัดการกองถ่าย/แผนกการจัดการสถานที่/แผนกสวัสดิการกองถ่ายให้แยกจากส่วนงานถ่ายทำ และแยกอาหารและเครื่องดื่ม รับประทานรายบุคคล ทั้งนี้ รวมทีมงานหน้าฉากและทุกแผนกไม่เกิน 50 คน

ศึกษายกเลิก-ขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบคณะกรรมการเฉพาะกิจฝ่ายกฎหมาย ที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ศึกษาความจำเป็นในการประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 พ.ค. 63 เปรียบเทียบกับการใช้กฎหมายปกติเพื่อควบคุมการระบาด เพื่อเป็นข้อพิจารณาให้กับ ศบค. ในการพิจารณาขยายเวลาหรือยกเลิกต่อไป

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการ ศบค.ได้สั่งการให้คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ได้แต่งตั้งขึ้นโดยหัวหน้าสำนักประสานงานกลางเป็นประธาน ประเมินสถานการณ์เป็นระยะ หลังมีมาตรการผ่อนคลายกิจการ/กิจกรรม เพื่อประกอบการเสนอมาตรการผ่อนคลายในระยะต่อไป โดยใช้ข้อมูลผลการปฏิบัติตามมาตรการในข้อกำหนด ฉบับที่ 3
และฉบับที่ 5 มาพิจารณาประกอบกับผลการตรวจประเมินกิจการ/กิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายตามข้อกำหนด ฉบับที่ 6 เพื่อจัดทำแนวทางการผ่อนคลายกิจการ/กิจกรรม และร่างข้อกำหนดเพิ่ม โดยคำนึงถึงสาธารณสุขเป็นหลัก

รวมสั่งการให้นำแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่น “ไทยชนะ” ที่ ศบค.พัฒนามาใช้สนับสนุนให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคที่ได้กำหนด โดยให้ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจ โดยเน้นย้ำให้ประชาชนเห็นถึงความจำเป็นที่รัฐต้องนำเทคโนโลยีใช้เป็นเครื่องมือเพื่อปกป้องชีวิต และให้ความปลอดภัยกับประชาชน ดังที่หลายประเทศได้ดำเนินการแล้ว

17 พ.ค.สตาร์ตระยะ 2

เมื่อถามว่า ส่วนระยะเวลาผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 2 เริ่มเมื่อใด นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า 17 พ.ค. แต่จะเห็นความชัดเจนภายหลังประกาศราชกิจจานุเบกษา ส่วนการเปิดห้างสรรพสินค้าจะต้องมีการใช้แอปพลิเคชั่นเช็กอิน-เช็กเอาต์ เพื่อให้ทราบประมาณความหนาแน่นของผู้ใช้บริการ และให้ได้รับทราบว่ามีบุคคลใดเข้าไปใช้บริการบ้าง ซึ่งขณะนี้มีความพร้อมใช้งานแล้ว รวมถึงร้านค้าต่าง ๆ สามารถใช้ได้ โดยให้ผู้รับบริการดูความหนาแน่นของร้านค้าได้ ทั้งนี้ ทางร้านจะต้องติดตั้งแอปพลิเคชั่นดังกล่าว จะเป็นแพลตฟอร์มให้ประชาชนใช้คิวอาร์โค้ดไปเช็กอิน

“เรื่องกำหนดจำนวนคนใช้บริการนั้น ทางห้างสรรพสินค้าจะต้องคำนวณเอง โดย ศบค.กำหนดมาตรการหลักเพียงว่า จะต้องสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง มีจุดทำความสะอาด ลดความหนาแน่น ทำความสะอาดบ่อย ๆ ผู้ทำกิจการต้องปฏิบัติให้ได้ โดยทางศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) จะเข้าไปตรวจ แต่ช่วงแรกจะมีความขลุกขลักหน่อย 17 พ.ค.จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทั้งหมด ขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้ช่วยไปตรวจสอบว่า สิ่งที่เราคิดพยายามวางแผนกันมาเป็นเดือน บางกลุ่มนานกว่านั้น ว่าเป็นอย่างที่คิดหรือไม่” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

ปลดล็อกเฟส 2 ปลุกจับจ่าย

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การคลายล็อกกิจการเฟส 2 ทำให้ภาคเอกชน กิจการ ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินกิจกรรมได้ตามปกติ นับเป็นสัญญาณที่ดี ที่ประเมินว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะเริ่มคลี่คลายในครึ่งปีหลัง เชื่อว่าอีกไม่นานเมื่อการผลิตกลับมา มีการจับจ่ายใช้สอย จะทำให้เศรษฐกิจค่อย ๆ ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม การคลายล็อกทั้งหมดในกิจการที่เหลือ จะมีคณะของนายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นผู้วิเคราะห์ข้อมูลอยู่ เพื่อเสนอชี้แนะต่อทางภาครัฐ แนวโน้มเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น

ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจากวงการค้าปลีกรายใหญ่แสดงความเห็นในเรื่องมาตรการผ่อนปรน เฟส 2 ซึ่งศูนย์การค้า-ห้างสรรพสินค้าจะสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง จะช่วยให้เกิดการจับจ่ายและการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของความสะอาดตามที่ทางการกำหนด อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกนี้เชื่อว่าจำนวนผู้ใช้บริการจะยังไม่กลับมาเป็นปกติในเร็ววัน จำนวนลูกค้าอาจจะหายไป 1 ใน 3 จากมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม ที่ทำให้ต้องจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ ประกอบกับลูกค้าจำนวนหนึ่งอาจจะยังมีความกังวลอยู่บ้าง และเชื่อว่าการกลับมาเปิด แม้จะทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ร้านค้าต่าง ๆ จะมีแคชโฟลว์เข้ามาช่วยหมุนในการทำธุรกิจ

ขณะที่นางสาวมนต์นภา ฉายาวิจิตรศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวติเพล็กซ์ จำกัด ผู้บริหารคลินิกความงาม “เมโกะ คลินิก” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แม้ภาครัฐจะประกาศผ่อนปรนให้เปิดกิจการและกิจกรรมต่าง ๆ ในระยะที่ 2 ที่ครอบคลุมถึงห้างสรรพสินค้า คลินิกเสริมความงาม ฯลฯ แต่เนื่องจากในส่วนของคลินิกความงามที่ยังมีข้อจำกัดให้งดทำหัตถกรรมบริเวณใบหน้า เพื่อป้องการการแพร่ระบาด เนื่องจากบริเวณใบหน้าถือเป็นบริเวณที่มีความเสี่ยง สำหรับเมโกะเองซึ่งมีสาขา 6 แห่ง และส่วนใหญ่เปิดในห้าง ได้ส่งเรื่องแจ้งไปยังห้างสรรพสินค้าเพื่อขอลดค่าเช่า เนื่องจาก 95% ของรายได้มาจากการให้บริการหัตถกรรมบริเวณใบหน้า ดังนั้น หากเปิดร้านแล้วไม่สามารถให้บริการดังกล่าวได้ บริษัทก็จะต้องมีภาระเรื่องต้นทุน ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในรายละเอียด ถ้าห้างมีมาตรการช่วยเหลือก็อาจจะกลับมาเปิดอีกครั้ง แต่หากเจ้าของพื้นที่ไม่สามารถช่วยได้ก็อาจต้องชะลอการเปิด

แหล่งข่าววงการฟิตเนสเปิดเผยว่า ขณะนี้แม้จะฟิตเนตจะเปิดให้บริการได้เฉพาะส่วน ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ทั้งหมด แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการเกือบทุกรายต่างก็หันมาใช้รูปแบบการไลฟ์สดคลาสออกกำลังผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก แอปพลิเคชั่น เว็บไซต์ รวมถึงบางรายที่มีการให้เช่าอุปกรณ์ เช่น จักรยานออกกำลัง เพื่อให้บริการสมาชิก-ผู้บริโภคทั่วไป และสร้างรายได้เสริม

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทุกรายทำในขณะนี้ก็คือ การสร้างมาตรฐานในเรื่องของความสะอาด การรักษาความสะอาด รวมถึงการวางระบบสำหรับจองคลาสออกกำลังล่วงหน้า ซึ่งที่ผ่านมาฟิตเนสทุกค่ายต่างก็ใช้โอกาสที่ปิดการให้บริการชั่วคราวในการทำบิ๊กคลีนนิ่งและรีโนเวตสาขาไปแล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คลายล็อกเฟส 2