เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
Economic ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
Politics รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
Economic เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
Politics อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
ดูทั้งหมด

อีสท์วอเตอร์ขึ้นค่าน้ำ 93 สต. ยอมถอยเลิกสูบน้ำประแสร์

22 พ.ค. 2563 | 13:00น.

อีสท์วอเตอร์ยอมถอยหยุดสูบน้ำอ่างประแสร์ หลังชาวบ้าน 3 อำเภอ”วังจันทร์-แกลง-เขาชะเมา” ขู่ยึดโรงสูบน้ำ เหตุประแสร์เหลือน้ำใช้การได้ไม่ถึง 2 ล้าน ลบ.ม. แม้เข้าสู่ฤดูฝนแล้วก็ยังไม่มีน้ำไหลลงอ่างโรงงานอุตสาหกรรมในระยองเดือดร้อนหนัก ต้องจ่ายค่าน้ำเฉพาะแล้งนี้ให้อีสท์วอเตอร์อีก 93 สตางค์ กนอ.ปัดฝุ่นโครงการทำน้ำจืดจากน้ำทะเลใช้เฉพาะฤดูแล้ง

สถานการณ์น้ำในภาคตะวันออกกำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤตในช่วงรอยต่อระหว่างปลายฤดูแล้งกับต้นฤดูฝน ปรากฏ 6 อ่างเก็บน้ำหลักในพื้นที่เหลือปริมาณน้ำใช้การได้รวมกันแค่ 135 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 10 มีปริมาณน้ำระบายรวมกันแค่วันละ 2.46 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น เฉพาะอ่างเก็บน้ำหลัก “ประแสร์” ที่กำลังเกิดข้อพิพาทแย่งน้ำกันระหว่างชาวสวนผลไม้ กับบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ East Water เหลือน้ำใช้การได้อยู่ 2 ล้าน หรือคิดเป็นร้อยละ 1 จนไม่สามารถระบายน้ำออกจากอ่างได้อีกแล้ว

ส่งผลให้สัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวสวนผลไม้ 3 อำเภอ รอบอ่างเก็บน้ำประแสร์ ได้แก่ อ.วังจันทร์ อ.แกลง และ อ.เขาชะเมา จ.ระยอง ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือถึงผู้อำนวยการอ่างเก็บน้ำประแสร์ เพื่อสั่งให้ East Water หยุดสูบน้ำจากอ่างประแสร์ไปให้ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงให้หยุดจ่ายน้ำให้จังหวัดชลบุรีด้วย เนื่องจากถ้าปล่อยให้สูบน้ำต่อไป ชาวบ้านจะไม่มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร หากไม่มีการดำเนินการตามข้อเรียกร้องก็จะบุกเข้าโรงงาน East Water ในสัปดาห์นี้ทันที”

ขอขึ้นค่าน้ำแก้แล้ง 93 สต.

นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ East Water กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทได้ตัดสินใจยุติการสูบน้ำไปเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา หลังจากได้รับทราบสถานการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง มีปริมาณน้ำเหลือน้อยจนอยู่ในระดับที่ต้องรักษาน้ำไว้เพื่อความมั่นคงของอ่าง ประกอบกับสถานการณ์ภัยแล้งได้คลี่คลายลงไปแล้ว เพราะประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว และขณะนี้ในพื้นที่เริ่มฝนตกลงมา จึงทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก ๆ มีปริมาณเพิ่มขึ้นจนเพียงพอกับความต้องการใช้ตามแผนของลูกค้าอีสท์วอเตอร์ที่ได้แจ้งความต้องการใช้น้ำล่วงหน้าระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2562 ถึงพฤศจิกายน 2563 ประมาณ 308 ล้าน ลบ.ม.

“ส่วนอัตราค่าน้ำนั้น ทางบริษัทได้ตกลงกับกลุ่มภาคอุตสาหกรรม เพื่อขอปรับขึ้นค่าน้ำชั่วคราวในช่วงภัยแล้งไปแล้ว ในอัตรา 93 สตางค์ต่อหน่วย เพื่อให้สอดรับกับต้นทุนที่บริษัทได้ลงทุนจัดหาน้ำและบริหารจัดการน้ำประมาณ 7-8 โครงการ แต่การปรับขึ้นค่าน้ำครั้งนี้ เราจะปรับขึ้นชั่วคราวเท่านั้น หลังจากผ่านพ้นแล้งไปแล้วก็จะหยุด แต่การปรับขึ้นค่าน้ำครั้งนี้ไม่ใช่การปรับรอบที่ 2 เพราะตามแผนปรับโครงสร้างราคาน้ำระบบใหม่ที่เคยจะเริ่มใช้ในเดือนมกราคม 2563 นั้น ทางบริษัทตัดสินใจเลื่อนออกไปเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยจะชะลอการขึ้นค่าน้ำตามโครงสร้างราคาน้ำระบบใหม่ออกไปอีก 1 ปี” นายจิรายุทธกล่าว

ทั้งนี้ สำหรับระบบโครงสร้างค่าน้ำใหม่ที่ชะลอไปนั้นเป็นไปตามแคมเปญ URD ที่ลูกค้าใช้น้ำมากหรือน้อยก็จะต้องจ่ายตามอัตราที่ใช้จริง โดยกำหนดอัตราว่าจะปรับขึ้นประมาณ 7% หรือ 16.45 บาทต่อหน่วย จากเดิมที่เฉลี่ยที่ 11 บาทต่อหน่วย

สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช.

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า สทนช.จะมีการประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการลุ่มน้ำจังหวัดและภาคเอกชนเป็นการเร่งด่วน พร้อมกับยอมรับว่าตอนน้ำภาคตะวันออกยังมีปัญหา โดยเฉพาะอ่างประแสร์ที่เหลือน้ำใช้การน้อยมาก หรือเหลือใช้การได้แค่ 2-3 ล้าน ลบ.ม. “น้ำก็จะหมดอ่าง” แม้ว่าจะเข้าสู่ฤดูฝน แต่เนื่องจากว่าการใช้น้ำต้องผ่านความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการลุ่มน้ำจังหวัด ซึ่งที่ผ่านไม่มีการเสนอผ่านลุ่มน้ำก่อน ส่งผลให้เกิดปัญหาการจัดสรรน้ำในขณะนี้

แหล่งข่าวจากภาคอุตสาหกรรมจังหวัดระยองกล่าวว่า ตอนนี้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบด้านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นจากการที่ East Water ได้ขอปรับเพิ่มค่าน้ำอีก 93 สตางค์/หน่วย เป็นการเฉพาะกิจเป็นเวลา 1 ปี นับตั้งแต่ทำสัญญาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยให้เหตุผล “ต้องนำเงินไปลงทุนเพิ่มในการหาแหล่งน้ำ” ในขณะที่ผลประกอบการของภาคธุรกิจมียอดส่งออกติดลบ ยอดขายภายในประเทศก็ลดลง จากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาต่อเนื่องมาถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถือเป็นการสร้างภาระต้นทุนทางธุรกิจที่สูงขึ้น “หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการวางแผนระยะยาวรองรับให้ชัดเจนมากกว่านี้ หาก EEC แล้วเสร็จความต้องการน้ำจะเพิ่มจาก 1 ล้าน ลบ.ม. เป็น 1.5 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน”

ตั้งโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล

ด้านนางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า กนอ.เตรียมจัดทำแผนการจัดหาน้ำเพื่อใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยไม่ต้อง “รบกวน” แบ่งน้ำจากภาคการเกษตร โดยมีแผนจะสร้างโรงงานนำน้ำทะเลมาผลิตเป็นน้ำจืด เบื้องต้นมีแผนตั้งบริษัทลูกเพื่อร่วมลงทุนกับภาคเอกชน ผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลจะช่วยป้อนน้ำให้กับโรงงานในช่วงที่มีปัญหาภัยแล้ง ทำให้สร้างความมั่นใจว่าจะมีน้ำใช้ในภาคอุตสาหกรรมอย่างเพียงพอแน่นอน

ที่ผ่านมาโรงงานขนาดใหญ่หลายรายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มีโรงงานผลิตน้ำจืดของตัวเองแล้ว แต่โครงการของ กนอ.จะช่วยผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกทั้งหมด โดยโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลเบื้องต้นจะขยายจากแผนเดิมด้วยการเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 300,000 ลบ.ม./วัน ส่วนราคาขายน้ำจืดจะตกลงกับผู้ประกอบการก่อน เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระที่สูงจนเกินไป “โรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะลจะผลิตน้ำจืดในช่วงเวลาสั้น ๆ เฉพาะฤดูแล้งเท่านั้น แต่ในช่วงอื่น ๆ ก็จะใช้น้ำจากแหล่งน้ำตามปกติ ทำให้เมื่อเฉลี่ยทั้งปี ต้นทุนน้ำจืดจะไม่เพิ่มขึ้นมากนัก ประกอบกับตัวโรงงานตั้งอยู่ในพื้นที่มาบตาพุด ทำให้ต้นทุนการวางท่อส่งน้ำต่ำกว่าการวางท่อส่งน้ำจากแหล่งน้ำที่อยู่ไกล คาดว่าโครงการจะมีความชัดเจนภายใน 2-3 เดือนนี้” น.ส.สมจิณณ์กล่าว

นายทินกร สุทิน ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดชลบุรี กล่าวถึงสถานการณ์น้ำโดยรวมปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างเหลืออยู่ 16% ประมาณ 50 ล้าน ลบ.ม. จากแหล่งน้ำทั้งหมดของจังหวัดชลบุรี ที่มีความจุรวม 295 ล้าน ลบ.ม. และมั่นใจว่าจะสามารถใช้น้ำที่เหลืออยู่ได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ “แม้ฝนยังไม่ตกลงมาเติมน้ำในอ่างตอนนี้ เราก็มั่นใจว่าจะผ่านวิกฤตภัยแล้งปีนี้ไปได้ ทางกรมอุตุฯก็ประกาศเข้าสู่ช่วงฤดูฝนของประเทศแล้ว ส่วนมาตรการรองรับภัยแล้งปีหน้า เมื่อแม่น้ำบางปะกงมีความเค็มน้ำตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ก็จะมีการสูบน้ำมาเก็บไว้ที่อ่างบางพระ อีกส่วนหนึ่งหากมีฝนตกลงลุ่มน้ำคลองหลวง ที่คลองพานทอง ก็สามารถสูบน้ำมาเก็บไว้ที่อ่างบางพระได้อีก สุดท้ายคือสูบน้ำจากคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตก็จะสูบมาเก็บที่อ่างบางพระเช่นเดียวกัน รวมทั้ง 3 แห่งจะได้ปริมาณน้ำประมาณ 100 ล้าน ลบ.ม.” นายทินกรกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปัญหาภัยแล้ง