เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
Biz Movement “เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
Automotive มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
“นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
Biz Movement “นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
Tech ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
“This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
Business “This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
Tech สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
HR ‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
“น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
SD “น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
Biz Movement สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
Economic CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
ดูทั้งหมด

สตาร์ตเครื่องยนต์ท่องเที่ยว ปลุกมู้ด ‘ไทยเที่ยวไทย’ พยุงเศรษฐกิจ

06 มิ.ย. 2563 | 17:00น.
ทะเล ท่องเที่ยวไทย

ค่อนข้างเป็นที่แน่นอนแล้วว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยโดยรวมในปีนี้ รายได้รวมอาจหดตัวเหลือมูลค่าเพียงแค่ 1 ใน 3 ของเป้าหมายรายได้ 3.18 ล้านล้านบาท ที่วางไว้ตั้งแต่ปลายปี 2562 ที่ผ่านมา หรือประมาณ 1.23 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่คาดว่าจะลดเหลือที่ราว 7-8 แสนล้านบาท จากเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวที่ประมาณ 14-16 ล้านคน ที่เหลืออีกราว 4-5 แสนล้านบาทมาจากตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศ

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกหยุดชะงัก ในช่วงไตรมาส 2-3 ตลาดการท่องเที่ยวภายในประเทศจึงเป็นความหวังเดียวของภาคธุรกิจท่องเที่ยวในเวลานี้

รัฐบาลนำโดยกระทรวงการคลัง, กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงเร่งหารือเพื่อออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ หรือไทยเที่ยวไทย และการบริโภคของคนไทยเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจจากงบประมาณ 4 แสนล้านบาทตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) 1.9 ล้านล้านบาท

กระตุ้นเที่ยวในประเทศ ก.ค.-ต.ค.นี้

“ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวดำเนินการภายใต้โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลพยายามจะกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โจทย์หลักคือ ทำอย่างไรให้คนไทยออกไปเที่ยวกันในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม ตุลาคม 2563 นี้

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าคนไทยเกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ และการส่งสัญญาณให้ต่างประเทศเกิดความเชื่อมั่นด้วย ขณะเดียวกันก็จะช่วยพยุงธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ หากต้องอุดหนุนงบประมาณลงไปทุกซัพพลายเชนที่เกี่ยวเนื่องต้องได้ประโยชน์ร่วมกัน

จากฐานข้อมูลพบว่าในภาคธุรกิจท่องเที่ยวมีการจ้างงานถึง 2.5 ล้านคน อีกทั้งยังส่งโมเมนตัมการเดินทางให้ไปเชื่อมต่อกับช่วงไฮซีซั่นในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ซึ่งจะทำให้ต่อลมหายใจธุรกิจท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักมาตั้งแต่ต้นปีให้เดินต่อไปได้ ดังนั้น มาตรการที่จะออกมาต้องมั่นใจว่า เมื่อออกมาแล้วจะมีการเดินทางข้ามจังหวัด มีการท่องเที่ยว และคุ้มค่ากับงบประมาณที่ใส่ลงไป

ถกด่วนหลักการ-รูปแบบเสนอรัฐ

สำหรับงบประมาณและรูปแบบมาตรการจะออกมา “ยุทธศักดิ์”
บอกว่า ล่าสุดที่ประชุมร่วมกับกระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ยังไม่ได้สรุปเรื่องงบประมาณ ส่วนรูปแบบการดำเนินการต้องหารือร่วมกันว่าจะควรทำอย่างไร เพื่อทำให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งการแจกคูปองเป็นรูปแบบหนึ่งที่มีการพูดคุยกัน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นกลุ่มที่ภาครัฐตั้งใจให้เกิดการท่องเที่ยวคือ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่มีประมาณ 1.2 ล้านคน ส่วนประชาชนทั่วไป รวมถึงมูลค่าที่รัฐจะส่งเสริมยังไม่มีข้อสรุป

“เรากลับมาทำการบ้านว่าจะทำแบบไหน โดยดูหลาย ๆ แบบเปรียบเทียบดูข้อดี-ข้อเสีย สุดท้ายคือดูความคุ้มค่าของงบประมาณ การกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศอย่างแท้จริง และนำไปเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ ภายใน 12 มิถุนายนนี้” ยุทธศักดิ์อธิบายและว่า ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นซัพพลายเชนที่จะเข้าร่วมโครงการ เบื้องต้นได้กำหนดว่าจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

Advertisement

พยุงรายได้ท่องเที่ยวปีนี้ 1.23 ล้านล้าน

“ยุทธศักดิ์” ยังคาดหวังด้วยว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นมาตรการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นการบริโภค และทำให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศช่วง 4 เดือนดังกล่าว โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคมนี้ที่รัฐบาลกำลังพิจารณาเพิ่มวันหยุดชดเชยที่ยกมาจากช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา

หากมีวันหยุดเพิ่มขึ้นบวกกับแรงกระตุ้นจากภาครัฐน่าจะส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1.23 ล้านล้านบาท ซึ่ง 4-5 แสนล้านบาทจะมาจากในประเทศน่าจะใกล้เคียงความจริงได้มากขึ้น

“ปีนี้เราตั้งเป้านักท่องเที่ยวคนไทยที่ 80-100 ล้านคน-ครั้ง ตอนนี้ได้แล้ว 30-40 ล้านคน-ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขในช่วง 3 เดือนแรก ดังนั้น เราจึงตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วง 4 เดือนที่ทำแคมเปญนี้ไว้ที่ 10-15 ล้านคน-ครั้งต่อเดือน”

ชี้ 3 ปัจจัยวัดธุรกิจกลับช้า/เร็ว

“ยุทธศักดิ์” เพิ่มเติมอีกว่า สถานการณ์เช่นนี้เป็นภาวะที่ท้าทายมาก เพราะในภาวะปกติช่วงนี้ถือเป็นช่วงโลว์ซีซั่น นักท่องเที่ยวไม่ค่อยเดินทางอยู่แล้ว และยิ่งมาเจอเรื่องโควิด เรื่องเศรษฐกิจ ล้วนส่งผลต่อกำลังซื้อ ขณะที่ประเทศไทยยังต้องอยู่ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุข จึงจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อให้ประเทศสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้

ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าตัวแปรที่สำคัญที่ชี้ว่าการท่องเที่ยวจะกลับมาเร็วหรือช้ามี 3 ปัจจัยหลักคือ 1.สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศ 2.สถานการณ์การแพร่ระบาดของต่างประเทศ เพราะ 2 ใน 3 ของรายได้ท่องเที่ยวมาจากต่างประเทศ และ 3.ความพร้อมของผู้ประกอบการที่ต้องปรับตัว เช่น เรื่องของมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่เป็น new normal

แนะใช้บริษัทนำเที่ยวเป็นคนกลาง

แหล่งข่าวในธุรกิจท่องเที่ยวอีกรายหนึ่ง กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขอเสนอให้ภาครัฐใช้จ่ายงบประมาณผ่านบริษัทนำเที่ยว ให้บริษัทนำเที่ยวเป็นคนกลางบริหารจัดการ เนื่องจากเป็นตัวแทนของการท่องเที่ยวทั้งหมดอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น บริษัทนำเที่ยวและผู้ประกอบการทุกแขนงที่จะเข้าร่วมโครงการต้องมาลงทะเบียน แล้วจัดสรรงบประมาณลงไปว่าบริษัทนำเที่ยว 1 รายรับงบฯ ได้ไม่เกิน 10 ล้านบาท ให้กำไร 5% บริษัทนำเที่ยว 1 รายจะมีรายได้จากมาตรการดังกล่าว 5 แสนบาท

แนวทางดังกล่าวนี้จะทำให้บริษัทที่เข้าร่วมโครงการสามารถพยุงการจ้างงานต่อไปได้โดยที่รัฐไม่ต้องออกมาตรการเยียวยา ที่สำคัญจะทำให้สามารถกระจายงบประมาณลงไปในทุกซัพพลายเชนได้ทั่วถึงอย่างแท้จริง

หวังงบฯกระจายไปทุกซัพพลายเชนได้

“ภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์” นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) กล่าวว่า ประเด็นที่ภาคเอกชนคุยกันมาก่อนหน้านี้ว่าสิ่งที่อยากเห็นคือ ทำให้งบประมาณนีลงสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจริง ๆ จะผ่านระบบอะไร อย่างไร จะเป็นรูปแบบคูปองหรือให้เงินกับนักท่องเที่ยวเลยดีหมด แต่ต้องทำให้เข้าถึงภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

“ข่าวที่ผ่านมาบอกว่า รัฐจะให้คูปองส่วนลดโรงแรม ซึ่งเอกชนคุยกันว่าน่าจะให้กระจายไปสู่ธุรกิจอื่น ๆ เช่น ร้านอาหาร, แหล่งท่องเที่ยว, ร้านสินค้าชุมชน, สวนสนุก, รถเช่า, บริษัททัวร์ ฯลฯ เรียกว่าให้ให้ครบทุกซัพพลายเชน”

“ภูริวัจน์” ย้ำว่า ภาคเอกชนเห็นด้วยกับภาครัฐที่จะออกมาตรการฟื้นฟูและกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ แต่ไม่อยากให้เป็นเหมือนโครงการ “ชิม ช้อป ใช้” เพราะเป็นโครงการที่กระจายงบประมาณสู่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวในสัดส่วนที่น้อยมาก…

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ททท. ธุรกิจท่องเที่ยวไทย