เสริมเขี้ยวเล็บ “ไลน์ ออฟฟิเชียล”
คอลัมน์ ชั้น 5ประชาชาติ
โดย เชอรี่ประชาชาติ [email protected]
จากจุดเริ่มต้นในฐานะแอปพลิเคชั่น “แชต” มายังบริการอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่เฉพาะการมีฐานคนใช้กว่า 40 ล้านราย วันนี้ “LINE” ประกาศตัวว่า เป็นแพลตฟอร์มที่มีคนใช้เวลามากที่สุด 1 ใน 3 ของเวลาที่ใช้บนสมาร์ทโฟนต่อวันด้วย
ข้อมูลของสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ระบุว่า การเติบโตของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ 44 ล้านคน คิดเป็น 2 ใน 3 ของจำนวนประชากร และมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ใช้อินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ย 4 ชม. บนโทรศัพท์มือถือทุกวัน
ทุกวันนี้พื้นที่ออนไลน์ได้กลายเป็นศูนย์กลางของผู้บริโภคและแบรนด์ต่าง ๆ ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างกัน ทำให้ตลาดโฆษณาดิจิทัลเติบโตต่อเนื่อง
โดยในปี 2559 มูลค่าการซื้อสื่อดิจิทัลโตขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 17% คิดเป็นมูลค่า 9,447 ล้านบาท และคาดว่าปี 2560 นี้จะเพิ่มขึ้น 24% หรือมีมูลค่าถึง 11,000 ล้านบาท ขณะที่สื่ออื่น ๆ “นีลเส็น” ระบุว่า อาจลดลงถึง 11.3%
สำหรับ “ไลน์” ถือว่ามีบทบาทในตลาดโฆษณาดิจิทัลไม่น้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ไลน์ ออฟฟิเชียล แอ็กเคานต์”
“นรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร” ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และสื่อโฆษณา ไลน์ ประเทศไทย กล่าวว่า แบรนด์ต่าง ๆ สื่อสารกับลูกค้าของตนผ่านไลน์ ออฟฟิเชียล แอ็กเคานต์ ใน 2 แบบ คือ 1.โพสต์บนหน้าโฮมของแบรนด์ ทำให้เพื่อนที่ติดตามเห็นคอนเทนต์ของแบรนด์ขึ้นบนไทม์ไลน์ และ 2.ผ่านช่องแชตในการพูดคุยแจ้งให้ผู้ที่ติดตามรับรู้ข่าวสารต่าง ๆ
และเพื่อให้การเข้าถึงมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ล่าสุดเพิ่ม 2 ฟีเจอร์ ได้แก่ การเลือกกลุ่มตลาดเป้าหมาย (targeting) เพื่อให้ผู้ใช้หรือลูกค้าได้รับข้อมูลที่ตรงกับความต้องการสูงสุด และฟีเจอร์การจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (business bon-nect for CRM : BCRM) สำหรับจัดการฐานข้อมูลผู้ใช้ และวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค

“ฟีเจอร์ทาร์เก็ตติ้งจะทำให้แบรนด์ส่งข้อความให้เฉพาะคนที่สนใจได้ ไม่ใช่ผู้ที่ติดตามทั้งหมด โดยจะเลือกจากอายุ, เพศ, สถานที่ และความนานของการเป็นเพื่อนในไลน์ เป็นต้น ส่วน BCRM จะใช้ร่วมกับทาร์เก็ตติ้ง โดยนำเอาข้อมูลลูกค้าของแบรนด์มาเชื่อมกับหลังบ้านของไลน์ ออฟฟิเชียล และนำมาวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า ทำให้นำเสนอสินค้าได้ตรงตามความสนใจของลูกค้า จากการทดสอบพบว่าได้ประโยชน์ 2 ทาง คือ 1.คนที่ไม่สนใจไม่โดนรบกวน 2.คนที่ต้องการรับสารก็จะได้รับ จึงช่วยให้นักการตลาดวางกลยุทธ์ได้ดีขึ้น”
ปัจจุบันมีแบรนด์ต่าง ๆ ใช้บริการ “ไลน์ ออฟฟิเชียล แอ็กเคานต์” เกือบ 200 แบรนด์ จากปีที่ผ่านมามี 150 แบรนด์ และจากฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการอัพเกรดฟีเจอร์เดิม เช่น หน้าเพจที่โพสต์คอนเทนต์เดิมจำกัด 25 โพสต์/เดือน เพิ่มเป็น 60 โพสต์/เดือน เป็นต้น คาดว่าจะช่วยเพิ่มลูกค้าใหม่ได้ และช่วยเพิ่มจำนวนการส่งข้อความ ซึ่งรายได้หลักมาจากการซื้อจำนวนข้อความที่ส่ง
“เทียบกับแพลตฟอร์มอื่น ของคนอื่น ถ้าไม่เสียเงินบูสต์โพสต์ก็จะไม่มีคนเห็น ทั้งยังทำตลาดแบบรีทาร์เก็ตติ้งที่จะมีโฆษณาติดตามไปทุกที่ ซึ่งตนมองว่าโบราณไปแล้ว เมื่อดูเม็ดเงินรวม ๆ ที่ใช้กันจะอยู่ที่ 10-15 ล้านบาท/ปี ถ้ามาใช้ไลน์ก็จะราคาพอ ๆ กัน แต่มีประสิทธิภาพกว่า เนื่องจากโพสต์ทุกโพสต์จะเห็น 100% อีกทั้งฟีเจอร์ใหม่ยังเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ลึกขึ้น”
อีกส่วนที่ลืมพูดถึงไม่ได้ ในฐานะเครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญของ “ไลน์” คือ “สปอนเซอร์สติ๊กเกอร์”
จากข้อมูลในปี 2559 พบว่า ยอดดาวน์โหลดสปอนเซอร์สติ๊กเกอร์สูงถึง 620 ล้านดาวน์โหลด มีการส่งสติ๊กเกอร์สปอนเซอร์กว่า 16 พันล้านครั้ง
ปัจจุบันมีสปอนเซอร์สติ๊กเกอร์ออกมากว่า 200 เซต ในกว่า 20 อุตสาหกรรม และจากการสุ่มสำรวจผู้ใช้ 69,000 คน พบว่ากว่า 80% สนใจสปอนเซอร์สติ๊กเกอร์ และ 50% รู้จักแบรนด์มากขึ้น
โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เกือบ 40% มีแนวโน้มเข้าร่วมกิจกรรมกับแบรนด์ และ 25% อยากซื้อผลิตภัณฑ์และบริการ มากกว่านั้น ผู้บริโภคยังจดจำภาพของแบรนด์ผ่านสติ๊กเกอร์แคแร็กเตอร์ เช่น น้องก็อตจิ, น้องอุ่นใจ เป็นต้น
แม้จะมีฐานลูกค้าติดลมบนไปแล้ว แต่ “ไลน์” ก็ยังคงรุกหนักอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมศักยภาพในการมัดใจฐานคนใช้ และต่อยอดธุรกิจให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ทั้งการขยายบริการใหม่และปรับปรุงพัฒนาบริการเดิมให้ดีขึ้น ด้วยรู้ดีว่าสมรภูมิการแข่งขันในปัจจุบัน ถ้าอยู่เฉย ๆ ก็เท่ากับถอยหลัง