Skip to content

สภาพัฒน์เคาะ 213 โครงการ กู้ฟื้นเศรษฐกิจ ท่องเที่ยวยันโคกหนองนา

28 มิ.ย. 2563 | 07:31น.
สภาพัฒน์เคาะ 213 โครงการ กู้ฟื้นเศรษฐกิจ ท่องเที่ยวยันโคกหนองนา

“สภาพัฒน์” เคาะวงเงินกู้ 400,000 ล้านบาท ลอตแรกเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ-ผลกระทบโควิด-19 จำนวนเงิน 1.01 แสนล้านบาท ผ่านแล้ว 213 โครงการ เน้น “ความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก-ลงทุนสร้างการเติบโตยั่งยืน-กระตุ้นบริโภค/ท่องเที่ยว” คาดหนุนจ้างงานรวม 400,000 ราย ยันโปร่งใส สั่งทุกโครงการส่งรายงานประเมินความเสี่ยง-จ่ายเงินค่าจ้างงานผ่าน e-Banking

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบของโควิด-19 กรอบวงเงินกู้ 400,000 ล้านบาทว่า มีโครงการรอบแรกที่ผ่านการพิจารณาทั้งหมด 213 โครงการ รวมวงเงิน 101,482 ล้านบาท

โดยจะเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณา วันที่ 1 ก.ค. นี้ และเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 8 ก.ค.ต่อไป โครงการทั้งหมดจะแยกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ

1) เพื่อสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานวงเงินรวม 58,069 ล้านบาท

2) การลงทุนเพื่อสร้างความเจริญเติบโตที่ยั่งยืน ประมาณ 20,989 ล้านบาท

และ 3) กระตุ้นอุปโภค บริโภค และกระตุ้นการท่องเที่ยว อีกประมาณ 22,422 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม สำนักงบประมาณจะมีการตรวจสอบปรับลดวงเงินต้นทุนต่อหน่วย (unit cost) ของแต่ละโครงการที่อาจจะสูงเกินไป ดังนั้น วงเงินทั้งหมดอาจจะลดลงเหลือแค่ 70,000-80,000 ล้านบาท คาดว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานได้ราว 410,415 ราย และจะเกิดผลต่อมูลค่าผลผลิตใหม่อย่างน้อยเกือบ 2 เท่า “เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ทุกโครงการจะต้องส่งแบบรายงานประเมินความเสี่ยงของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) การจ่ายเงินเดือนการจ้างงานต้องจ่ายผ่านระบบ e-Banking และถ้ามีการจัดซื้อจัดจ้างต้องทำตามระเบียบราชการ และหากมีการจัดซื้ออุปกรณ์วัสดุภัณฑ์ต้องมีการสืบราคาผู้ค้าในตลาดอย่างน้อย 3 ราย” นายทศพรกล่าว

สำหรับโครงการในกลุ่มที่ 1 มี อาทิ 1) โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อให้พึ่งพาตนเอง 19,330 ล้านบาท แยกเป็น โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ วงเงิน 14,135 ล้านบาท-โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” วงเงิน 4,953 ล้านบาท

2) โครงการสร้างงาน สร้างอาชีพ นักศึกษาจบใหม่และประชาชนในพื้นที่ ประมาณ 70,000 ตำแหน่ง วงเงินรวม 5,333 ล้านบาท แยกเป็น โครงการตำบลแบบบูรณาการ วงเงิน 2,611 ล้านบาท-โครงการอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่นเพื่อดูแลผู้สูงอายุ วงเงิน 1,080 ล้านบาท-โครงการพัฒนาป่าไม้/ปลูกป่า วงเงิน 1,014 ล้านบาท

3) โครงการความต้องการของชุมชนใช้กลไกกองทุนหมู่บ้าน วงเงินรวม 15,920 ล้านบาท อาทิ หมู่บ้านสมุนไพร-หมู่บ้านยางพารา-โรงสีชุมชน โดยแต่ละหมู่บ้านต้องคิดไอเดียมาก่อน และจะขอให้ ครม.กันเงินส่วนนี้ไว้หมู่บ้านละ 200,000 บาท

4) โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบล วงเงินรวม 13,673 ล้านบาท อาทิ ท่องเที่ยวชุมชนในลักษณะ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย ใช้วงเงิน 13,500 ล้านบาท

และ 5) โครงการอุตสาหกรรมเศรษฐกิจฐานราก วงเงินรวม 3,740 ล้านบาท อาทิ ท่องเที่ยวเพื่อสร้างอาชีพวิถี New Normal วงเงิน 1,900 ล้านบาท-โครงการแปลงเครื่องจักรเป็นทุน 80 ล้านบาท-โครงการสร้างผู้ประกอบการด้วยนวัตกรรมจาก SMEs วงเงิน 1,660 ล้านบาท และโครงพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มด้านท่องเที่ยวและโลจิสติกส์ วงเงิน 71.6 ล้านบาท

กลุ่มที่ 2 จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ เศรษฐกิจชีวภาพ วงเงินรวม 2,001 ล้านบาท อาทิ ศูนย์นวัตกรรมผลิตหัวเชื้อจุลินทร์, เกษตรแปลงใหญ่และเกษตรสมัยใหม่ วงเงิน 16,054 ล้านบาท, ท่องเที่ยวคุณภาพ วงเงิน 2,933 ล้านบาท และกลุ่มที่ 3 จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ โครงการกำลังใจ วงเงิน 2,400 ล้านบาท, โครงการเราเที่ยวด้วยกัน วงเงิน 20,000 ล้านบาท คาดว่าจะเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้ 52,400 ล้านบาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สศช.