Skip to content

แอมเนสตี้แนะสหรัฐ ควรส่งเสริม-แก้ปัญหาสิทธิมนุษยชนในไทยมากขึ้น

03 ต.ค. 2560 | 13:35น.
แอมเนสตี้แนะสหรัฐ ควรส่งเสริม-แก้ปัญหาสิทธิมนุษยชนในไทยมากขึ้น

แอมเนสตี้เรียกร้องสหรัฐ ส่งเสริมและแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชนในไทย ในโอกาสนายกฯไทยเดินทางเยือนทำเนียบขาว ชี้การเพิกเฉยต่อสิทธิมนุษยชนอาจกระทบความสัมพันธ์สองชาติในระยะยาว

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องทางการสหรัฐให้ส่งเสริมการร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีของไทย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางเยือนทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เนื่องจากรัฐบาลทหารของไทยใช้อำนาจกดขี่และละเมิดสิทธิประชาชนอย่างกว้างขวาง

แอมเนสตี้พบว่านับตั้งแต่รัฐประหารเมื่อปี 2557 เป็นต้นมา รัฐบาลทหารของพลเอกประยุทธ์ได้ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จในการละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชนหลากหลายรูปแบบ มีการออกคำสั่งห้ามชุมนุมทางการเมืองเกินห้าคน ออกกฎหมายต่างๆ ที่จำกัดการทำงานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน คุกคามผู้ที่ออกมาใช้เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบ ใช้ศาลทหารในการพิจารณาคดีพลเรือนอย่างไม่เป็นธรรม และอื่นๆ อีกมากมาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารใช้อำนาจในการบังคับใช้กฎหมายและกักขังประชาชนโดยไม่มีหมายศาล ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่ขัดต่อมาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรม

หลังรัฐประหารสามปี มีผู้ได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุายชนของรัฐบาลทหารจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักศึกษา นักข่าว นักวิชาการ ผู้ที่ออกมาต่อต้านการคอร์รัปชันและการทำลายสิ่งแวดล้อม ตลอดจนชาวบ้านที่ออกมาเรียกร้องสิทธิชุมชนและกลุ่มชาติพันธุ์ หลายคนถูกตั้งข้อหาอย่างไม่เป็นธรรม และมีจำนวนไม่น้อยที่ถูกตัดสินจำคุกไปแล้ว

รัฐบาลสหรัฐได้พูดถึงปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยมาโดยตลอด แอมเนสตี้จึงมองว่าถึงเวลาแล้วที่จะรัฐบาลสหรัฐจะแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในไทยตอนนี้ไม่มีความยั่งยืน พลเอกประยุทธ์ต้องยกเลิกคำสั่งที่กดขี่ประชาชนและยุติการใช้กระบวนการทางกฎหมายกลั่นแกล้งหรือเอาผิดประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพของตัวเองอย่างสงบ เพราะความล้มเหลวในการแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชนอาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในท้ายที่สุด