หายนะรออยู่
ม็อบประชาชนปลดแอก
คอลัมน์ สามัญสำนึก
สมปอง แจ่มเกาะ
ช่วงนี้ คำฝรั่ง new normal/social distancing ที่ฮิตติดปากคนไทยตลอด 4-5 เดือนที่ผ่านมา เริ่มค่อย ๆ จางหายไป
และเริ่มมีคำไทย ๆ “ปลดแอก” มาแรงแซงโค้งแทรกเข้ามาแทนที่ และเริ่มมีความร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ประกอบกับช่วงหลัง ๆ มานี้ เริ่มมีปรากฏการณ์ “ม็อบ” ไม่เอารัฐบาลลุง ผุดเกิดขึ้นราวดอกเห็ดหน้าฝนไม่มีผิด
ทั้งม็อบนักเรียน ม็อบนิสิตนักศึกษา ม็อบเยาวชนคนรุ่นใหม่ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด มีให้เห็นแทบทุกวัน
หากยังพอจำกันได้ ม็อบที่ว่าเริ่มมีให้เห็นในชื่อของ “แฟลชม็อบ” ตั้งแต่ช่วงกลาง ๆ เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และเรื่อยเลยมาจนถึงวันนี้
เป็นม็อบที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้รัฐธรรมนูญ หยุดคุกคาม และยุบสภา
จากตอนแรก ๆ ก็ถูกตราหน้าว่าเป็น “ม็อบมุ้งมิ้ง” แต่วันนี้ไม่ใช่แล้ว ม็อบมุ้งมิ้งที่หลาย ๆ คนดูถูกเย้ยหยัน ได้ยกสถานภาพและแปลงร่างกลายเป็นม็อบที่ร้อนแรงที่ใคร ๆ ก็ต้องพูดถึง
ตลอดเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา มีม็อบเกิดขึ้นตามมาเป็นระยะ ๆ ม็อบเล็กบ้าง ม็อบใหญ่บ้าง ม็อบประชันม็อบบ้าง
วันนี้ ม็อบไม่จำกัดอยู่เฉพาะในมหาวิทยาลัย แต่ระบาดไปถึงโรงเรียนทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด เหนือ ใต้ อีสาน ออก ตก ครบทั่วสารทิศ
เพียงแต่รูปแบบอาจจะต่างกันไป ด้วยการชูสามนิ้ว ผูกโบสีขาว เป็นสัญลักษณ์
และยิ่งห้าม เหมือนยิ่งยุ
เอาเข้าจริง ๆ งานนี้ “ลุง” ยังเครียดเลย
หากลุงมีหนวด ไว้หนวด…ก็คงหนวดกระดิกไหว ๆ
หลายคนถามอย่างเป็นห่วงเป็นใยว่า ลุงจะไหวมั้ย ?
นี่โชคดีนะ ที่ไวรัสโควิด-19 บ้านเราสงบนิ่ง ไม่งั้นงานนี้… ยุ่งเป็นลิงแก้แหแน่ ๆ
ปัญหาใหญ่ในเวลานี้ คือ เศรษฐกิจปากท้องคนไทย
ภาพการปิดกิจการ ปิดโรงงาน คนตกงานเรือนร้อยเรือนพัน ที่มีให้เห็นเป็นระยะ ๆ ตามมาด้วยภาพความอดอยาก ทุกข์ยาก ลำเค็ญ ที่เกิดขึ้น คงไม่มีใครอยากให้เกิด อยากให้เป็น
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม สภาพัฒน์ เพิ่งตั้งโต๊ะแถลงตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ไตรมาส 2
ซึ่งไม่เกินความคาดหมายของบรรดากูรูหลาย ๆ ท่านแต่อย่างใด
ตัวเลขออกมา ติดลบ 12.2% เป็นครั้งแรกในรอบหลาย ๆ ปีเลยทีเดียว
แน่นอนว่า นอกจากปัญหาเศรษฐกิจในประเทศที่หมักหมมมานาน บวกกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ยิ่งทำให้เศรษฐกิจไทยดำดิ่งลงไปทุกขณะ
จะใช้คำว่า ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก ก็คงไม่ผิดนัก
นั่งคิดทบทวนไตร่ตรองก็อดไม่ได้ที่จะคิดย้อนไปถึงการชุมนุมประท้วงใหญ่ที่ฮ่องกง เมื่อกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งการชุมนุมประท้วงครั้งนั้นลากยาวเป็นเวลาหลายเดือน
ตลาดหุ้น ธุรกิจการค้าของฮ่องกง ที่เคยโชติช่วงชัชวาล และเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค กลับต้องตกอยู่ในสถานะง่อยเปลี้ยเสียขาเลยทีเดียว
เอาเป็นว่า ได้แต่ภาวนาขออย่าให้เลยเถิดเกิดความรุนแรง และเกิดความเสียหายเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับฮ่องกงเลย
เพราะว่าเสียหายแล้ว กว่าที่จะฟื้นฟูกลับคืนมา ต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ
ส่วนไตรมาส 3 จะดำดิ่งลงไปอีก หรือฟื้นตัวกระดกหัวขึ้นมาบ้าง มากน้อยแค่ไหน ต้องติดตามกันต่อไป
ก็คงเหมือนกับเมื่อมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่ต้องย้ำเตือนกันว่า ต้องมีสติในการแก้ปัญหา หันหน้ามาคุยกัน และอย่าใช้ความรุนแรง
ต้องรีบแก้ รีบหาทางออก อย่าให้สังคมไทยเกิดความแตกแยกไปมากกว่านี้เลย
ระวังจะบานปลาย จะสายเกินแก้
หายนะรออยู่ข้างหน้า
- ธุรกิจปิดตัว-หนี้เสีย-ตกงานพุ่ง สภาพัฒน์ห่วง “อาชีพอิสระ” 16 ล้านคน