เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

โรงพยาบาลปั๊มชีพจรรายได้ ฉีดยาแรง “ซื้อ1แถม1/ลดราคา” ดึงคนไข้

24 ส.ค. 2563 | 13:28น.

โรงพยาบาลเอกชนซมพิษไข้ ไวรัสโควิด-19 กระทบหนัก คนไข้ไทย-ต่างประเทศหดหาย ทุบรายได้ร่วงไม่หยุด ดีกรีการแข่งขันส่อเค้าระอุ ค่ายใหญ่ “กรุงเทพ-สมิติเวช” เร่งฉีดยาแรง “ลดราคากระหน่ำ-ซื้อ 1 แถม 1” หวังดึงลูกค้าเข้าใช้บริการ-เพิ่มรายได้ “บำรุงราษฎร์” จัดเต็ม ลดค่าห้องพักผู้ป่วย 40% ลดค่ายา เวชภัณฑ์ lab 20% ยิงยาวถึงสิ้นปี ด้านเครือบางกอก เชนฯ หายใจโล่งคนไข้ประกันสังคมช่วยประคอง เดินหน้าร่วมโครงการ Alternative State Quarantine ช่วยเสริมอีกทาง

ทยอยแจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2563 ไปครบแล้ว สำหรับ “โรงพยาบาลเอกชน” ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ย่ำแย่ที่สุดของโรงพยาบาลเอกชน ผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น และมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ มีมาตรการห้ามเดินทางเข้าประเทศ และการบังคับใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวด ส่งผลให้โรงพยาบาลแทบทุกแห่งรายได้ลดลง จากจำนวนผู้ป่วยชาวไทยและชาวต่างชาติที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 1 ที่ผ่านมา

ฟื้นตัวแต่ยังไม่เหมือนเดิม

นายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ผู้บริหารกลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์, เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล, การุญเวช และเวิลด์ เมดิคอล เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ภาพรวมของธุรกิจโรงพยาบาลค่อย ๆ ฟื้นและปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยที่ผู้ป่วยเริ่มทยอยกลับเข้ารับการรักษาพยาบาลตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ยังไม่เต็มร้อยเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้าที่จะมีสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด สำหรับในส่วนของโรงพยาบาลกลุ่มบางกอก เชนฯเอง ขณะนี้ตัวเลขของผู้ป่วยนอกโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 80-90% ขณะที่คนไข้ในตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณ 70-80%

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3 นอกจากการควบคุมรายจ่าย-ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น บริษัทก็มุ่งสร้างรายได้จากศักยภาพที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เช่น การเข้าร่วมโครงการ Alternative State Quarantine เพื่อดูแลกลุ่มลูกค้าชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาในประเทศ โดยขณะนี้ได้จับมือกับโรงแรม 7 แห่ง และอยู่ระหว่างการเจรจากับโรงแรมอีก 6 แห่ง ในการร่วมโครงการ เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับโรงพยาบาลเอกชนทางหนึ่ง จากที่ผ่านมากลุ่มบางกอก เชนฯ ได้นำโรงพยาบาลในเครือทั้ง 4 แบรนด์ คือ เกษมราษฎร์, เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล, เวิลด์ เมดิคอล และการุญเวช รวมประมาณ 10 โรง เข้าร่วมโครงการ Alternative Hospital Quarantine หรือสถานกักกันในโรงพยาบาลทางเลือก เพื่อรองรับกลุ่มคนไข้ชาวต่างประเทศและญาติที่ต้องการจะเดินทางเข้ามารักษาในประเทศไทย

แนวโน้มแข่งขันสูง

นายแพทย์เฉลิมกล่าวด้วยว่า ขณะนี้แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 จะคลี่คลายมากขึ้น แต่ประชาชนทั่วไปยังคงวิตกกังวลอยู่ และมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่อยากไปโรงพยาบาล และคาดว่าทั้งไตรมาส 3 และไตรมาส 4 การกลับเข้าใช้บริการในโรงพยาบาลก็จะยังไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิม โดยเฉพาะลูกค้าเงินสดหดตัวมากและยังไม่กล้าที่จะกลับมาใช้บริการในโรงพยาบาลเท่าที่ควร และคาดว่าในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของปี จากนี้ไปธุรกิจโรงพยาบาลจะมีการแข่งขันที่สูงขึ้น

นายแพทย์วิทิต อรรถเวชกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท โรงพยาบาลปิยะเวท จำกัด (มหาชน) แสดงความเห็นเรื่องนี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ภาพรวมธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในขณะนี้ ค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มโรงพยาบาลที่รับคนไข้ประกันสังคม คาดว่าตัวเลขคนไข้ที่กลับมาใช้บริการเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 60-70% มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป ส่วนคนไข้ที่จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเองตอนนี้ยังมีความระมัดระวังค่อนข้างมาก และโรงพยาบาลอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าจะค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นในช่วงจากนี้ไปก็คือ โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ Alternative State Quarantine จากการที่จะเริ่มมีชาวต่างชาติทยอยเข้ามา ซึ่งจะช่วยให้มีรายได้เข้ามาเพิ่ม

“ตอนนี้ภาพรวมของโรงพยาบาลเอกชนเชื่อว่า นอกจากทุกแห่งจะยังเน้นเรื่องการบริหารการจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ อีกด้านหนึ่งก็ต้องเร่งสร้างรายได้ แต่หลัก ๆ คงเป็นเรื่องของการประคับประคองตัว ประคับประคองสถานการณ์มากกว่าที่จะไปมุ่งเรื่องกำไร”

เร่งทำการตลาดหวังเพิ่มรายได้

แหล่งข่าวระดับสูงจากโรงพยาบาลเอกชนรายหนึ่งเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากรายได้ของธุรกิจโรงพยาบาลที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจากตั้งแต่ไตรมาส 1 และหนักขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ทำให้ขณะนี้หลาย ๆ ค่ายต้องเร่งทำการตลาดเชิงรุกอย่างหนักและทำให้ตลาดมีการแข่งขันมากขึ้น เป้าหมายเพื่อดึงคนไข้หรือกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น เนื่องจากทุกแห่งต้องการมีรายได้ต้องการมีรายรับที่มากขึ้น โดยเฉพาะโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่เน้นจับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นชาวต่างประเทศ ที่ปัจจุบันหลาย ๆ ประเทศมีมาตรการปิดประเทศ รวมทั้งไทย ทำให้ชาวต่างประเทศไม่สามารถเดินทางเข้ามารักษาได้

“ยิ่งการเปิดประเทศล่าช้าหรือเนิ่นนานออกไปมากเท่าไหร่ โรงพยาบาลที่เน้นจับกลุ่มคนไข้ที่เป็นชาวต่างประเทศจะยิ่งเหนื่อยมากขึ้น ซึ่งตอนนี้แม้ว่าทางการจะค่อย ๆ คลายล็อกแล้ว แต่การที่ชาวต่างประเทศจะเดินทางเข้ามาในบ้านเรา ยังมีเงื่อนไขในเรื่องของความปลอดภัยและการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา โรงพยาบาลเหล่านี้จึงหันมากระตุ้นหรือดึงลูกค้าในประเทศมากขึ้น ตอนนี้มีการจัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมกันอย่างหนักหน่วง”

แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากนี้ เนื่องจากช่วงไตรมาส 3 ที่ถือเป็นไฮซีซั่นของธุรกิจโรงพยาบาล เป็นช่วงเวลาที่จะมีโรคระบาดประจำฤดู รวมถึงโรคที่มากับฝนทำให้การใช้บริการทางการแพทย์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่จากความกังวลและยังไม่ต้องการจะเข้าไปใช้บริการที่โรงพยาบาล โรงพยาบาลหลาย ๆ แห่งจึงมีการจัดโปรแกรมตรวจ รักษาพยาบาล เพื่ออำนวยความสะดวกให้ถึงบ้าน อาทิ บริการฉีดวัคซีนที่บ้าน ตรวจสุขภาพ กายภาพบำบัดเปลี่ยนสายสวนและสายปัสสาวะ และส่งยาทางไปรษณีย์

ลดราคา/ซื้อ 1 แถม 1 ดึงลูกค้า

จากการสำรวจของผู้สื่อข่าวพบว่า ขณะนี้โรงพยาบาลขนาดใหญ่หลายแห่งได้มีการจัดกิจกรรมทางการตลาดในรูปของการให้ส่วนลด และซื้อ 1 แถม 1 อย่างคึกคัก อาทิ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้นำเสนอส่วนลดค่าบริการผ่านเว็บไซต์ ในชื่อ “40 ปี บำรุงราษฎร์ ทั้งที จัดเต็มเอาใจคนไทยทั่วหน้า” ด้วยการลด 40% สำหรับค่าห้องพักผู้ป่วยใน และส่วนลด 20% ค่ายา เวชภัณฑ์ lab และ X-ray สำหรับผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน (วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2563) นอกจากนี้ ในส่วนของคลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมมะเร็ง มีการจัดโปรแกรมการตรวจหาปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งเบื้องต้น ในลักษณะ Buy 1 Get 1 Free ขณะที่ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ เน้นการลดราคาแพ็จเกจต่าง ๆ
เช่น ลดเหลือ 2,000 บาท จากราคาปกติ 8,000 บาท สำหรับแพ็กเกจส่งเสริมการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย และ Buy 1 Get 1 หรือแพ็กเกจฟื้นฟูผิวหน้าให้กระชับ กระจ่างใส ชะลอวัยให้ดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น

ขณะที่โรงพยาบาลกรุงเทพ มีโครงการแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาล ด้านการตรวจวินิจฉัยรังสี ด้วยเครื่อง MRI CT scan และ Pet/CT สำหรับคนไทย และชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย โดยคิดราคาเดียวกับโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข อาทิ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองชนิดไม่ฉีดสี จาก 9,880 บาท เหลือ 3,500 บาท, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอก/CT chest จาก 16,300 บาท เหลือ 6,000 เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแคมเปญ “ไทยช่วยไทย สู้ภัย COVID-19” ให้ส่วนลด 50% ค่าห้องพักผู้ป่วยใน หออภิบาลผู้ป่วยกึ่งวิกฤต หออภิบาลผู้ป่วยวิกฤต หรือศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ มีแพ็กเกจ Happy Health Happy Hours แพ็กเกจตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุกระดูกพรุน ราคาพิเศษ 3,900 บาท จากปกติ 4,620 บาท (ไม่รวมค่าแพทย์) แพ็กเกจตรวจหาความเสี่ยงโรคเบาหวาน ราคาพิเศษ 2,800 บาท จากปกติ 4,980 บาท เป็นต้น

เช่นเดียวกับโรงพยาบาลสมิติเวช มีโปรแกรมตรวจหามะเร็งร้ายด้วยการส่องกล้องทางเดินอาหาร ส่องกล้องตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก รับเพิ่มวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ 1 เข็ม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย (เฉพาะสมิติเวช สุขุมวิท และสมิติเวช ศรีนครินทร์) คูปองตรวจหาความเสี่ยงมะเร็งตับ และพังผืดในตับ ด้วย FibroScan 2 ใบ มูลค่า 9,000 บาท (สำหรับท่านที่นอนโรงพยาบาล เฉพาะโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์เท่านั้น)

นอกจากนี้ยังมีการลดราคาโปรแกรมต่าง ๆ ตั้งแต่ 500-3,500 บาท อาทิ Life Sleep Profile โปรแกรมตรวจฮอร์โมนเมลาโทนินและคอร์ติซอล สำหรับผู้ที่นอนไม่ค่อยหลับ หลับไม่สนิท เหลือ 4,500 บาท จากปกติ 5,000 บาทLife Code Trial โปรแกรมเริ่มต้นเพื่อคนรักสุขภาพวัยทำงาน เหลือ 4,500 บาท จาก 5,000 บาท, Life Heavy Metal Screening Package ตรวจหาสารพิษโลหะหนักสะสม เหลือ 4,500 บาท จาก 6,850 บาท, Life Fit Program โปรแกรมดูแลสุขภาพจากภายในด้วยการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ระดับไขมันโดยรวม ราคา 10,000 บาท จาก 13,500 บาท เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การตลาด โรงพยาบาล