สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์
“สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” รองนายกรัฐมนตรี-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์คล้อยหลังนายปรีดี ดาวฉาย ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่ถึง 24 ชั่วโมง ในฐานะกำกับกระทรวงการคลัง
รองนายกฯ ควบ รมว.พลังงาน และกำกับกระทรวงการคลัง “แบ่งรับแบ่งสู้” กับ “ภารกิจ” ในกระทรวงการคลังหลังจากนายปรีดี ลาออกด้วยสาเหตุปัญหาด้านสุขภาพ
“ไม่หรอก เป็นไปตามขั้นตอน กระบวนการอยู่แล้ว มีขั้นตอน มีหน้าที่กำกับดูแล ในกระทรวงก็มีข้าราชการ มีปลัดกระทรวง ท่านสันติ (พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง) ก็รักษาการอยู่”
@ งานไม่สะดุด
“ถามว่า (การตั้ง รมว.คลังคนใหม่) เร่งด่วนไหม ผมคิดว่าตอนนี้มีมาตรการที่เดินไปได้แล้วระดับหนึ่ง ไม่ได้ทำให้งานสะดุด สุดท้ายก็ต้องมีรัฐมนตรีว่าการ แต่วันนี้ ถามว่า หยุดไหม สะดุดไหม ผมคิดว่า ความรับผิดชอบของอดีตรัฐมนตรีว่าการ (นายปรีดี) ท่านทำหน้าที่ของท่านเต็มที่ ถึงแม้ว่าจะป่วยอะไรก็ตาม ระหว่างนั้นท่านตระหนักดีถึงปัญหาส่วนตัวของท่าน ขณะเดียวกันท่านก็ตระหนักดีว่า งานต้องราบรื่นต่อไปให้ได้”
“ภารกิจที่ท่าน (ปรีดี) ทำ ท่านส่งมอบเตรียมไว้ เช่น การประชุม ศบศ.วันนี้ก็มีเรื่องของกระทรวงการคลังเข้ามา เรื่องภาครัฐและเอกชนร่วมจ่าย (CO-PAY) ซึ่งท่านได้ลงรายระเอียดให้เห็นว่า ไม่ใช่เป็นการคิดให้เป็นก้อน ๆ ทุกคนมีหน้าที่ร่วมกัน และพยามยามเน้นถึงคนตัวเล็ก เช่น แม่ค้า สร้างกติกาให้คนตัวเล็กได้มีโอกาส”
เขายืนยันว่า “ไม่ต้องกังวลถึงทิศทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพราะถูกวางไว้หมดแล้ว”
@ แก้หนี้คนตัวเล็ก-เพิ่มมู้ดจับจ่าย
“เรื่องการแก้หนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ขยับแล้ว กระทรวงการคลัง โดยอดีตรัฐมนตรี (นายปรีดี) ก็เข้าไปช่วยดู ทำให้เกิดความมั่นใจว่า เดินหน้าไปได้ ในกรอบเวลาที่ชัดเจน มีคนตัดสินที่ชัดเจน ซึ่งเป็นเรื่องของ exertion วันนี้ ธปท. ประธานสมาคมธนาคารไทย ร่วมกับสภาอุต ฯ สภาหอก็มารับฟัง”
“เป็นหน้าที่ของทุกท่านที่จะร่วมไม้ร่วมมือกันที่จะแก้ไขปัญหาหนี้ภาคธุรกิจ ประชาชนบางส่วน เอสเอ็มอีขนาดเล็ก จะแก้กันอย่างไร กติกามีอยู่แล้ว ท่านจะร่วมไม้ร่วมมือกันอย่างไร และทำให้เร็ว”
“สุพัฒนพงษ์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ส่วนมาตรการจ้างงานในส่วนของกระทรวงพลังงาน มีทั้งการไฟฟ้า และบริษัท ปตท. รวมถึงกิจการของกองทุนพัฒนารอบโรงไฟฟ้า กิจกรรมของกองทุนอนุรักษ์พลังงาน เพื่อสร้างรายได้ ซึ่งไม่ได้เป็นการจ้างงานเท่านั้น แต่เป็นการลงพื้นที่ นำเทคโนโลยีไปใช้ด้วย เพื่อฝึกสอนให้เกษตรกรรายย่อยที่อยู่บริเวณพื้นที่ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ไปด้วย ใช้เวลา 1 ปีและวัดผล ทำให้เห็น
“แต่ก่อนเกษตรกรได้ยินได้ฟัง อย่างนั้นดี อย่างนี้ดี คราวนี้มีเด็กรุ่นใหม่ไป แนะนำ ทำให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ เกิดการคุ้นเคยการใช้เทคโนโลยี ความหวังที่เราอยากจะเห็นเกษตรกรมีข้อมูล มีเทคโนโลยีติดตัว และเป็นเทคโนโลยีที่หาได้ไม่ยากจะเกิดขึ้น ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่น ๆ ทำสะสม ๆ ไป ทำให้คนคุ้นชินและเติมเรื่อย ๆ แต่หลักการจะมีเมนูอยู่ประมาณแถว ๆ นี้ และทำซ้ำ ทำยาวขึ้นไปเรื่อย ๆ”
“วันนี้มีข้อเสนอจากภาคเอกชนเยอะเลย ข้อมูลการท่องเที่ยวที่อาจจะมีผู้มาใช้ไม่สูงมากนัก เช่น เซกเตอร์ของผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อทั้งสัปดาห์ ไม่กระจุกตัวเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะไปดู ร่วมถึงแพ็กเกจของบริษัทขนาดใหญ่”
@ นักลงทุนชกลมไปก่อน
“สุพัฒนพงษ์” กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นการลงทุนต้องมี แต่รอเป็นเรื่อง ๆ ตอนนี้ก็มีการพูดคุย ทาบทาม ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร (ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการของ ศบศ.) ก็ไปดูอยู่ ในอีอีซี เขารอจังหวะอยู่ว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาที่เหมาะสม ตอนนี้ก็ชกลมไปก่อน
“ตอนนี้เน้นเรื่องความเป็นอยู่ เรื่องการจ้างแรงงาน เรื่องการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เอสเอ็มอีรายย่อย เรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจทุกโลกเป็นเหมือนกันหมด เราเอาเงินไปอัดลงไปก็ชั่วคราว สู้เราอัดอย่างถูกทาง ให้คนไทยมีความมั่นใจ ผมคิดว่า มันต้องดีขึ้น แต่ต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจของเราทุกคน ต้องมีความเชื่อในประเทศเราด้วย”
@ กายฟิตเปรี๊ยะ-ใจแข็งแรงดี
ก่อนบทสนทนาเปิดเมนูเศรษฐกิจ “สุพัฒนพงษ์” ซุ่มอยู่หลังห้องแถลงข่าวตึกนารีสโมสร หลังจากตอบกระทู้ “ครั้งแรก” ในสภาเสร็จหมาด ๆ และปรี่เข้าหานักข่าวหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว
เขาออกตัวว่า มานั่งฟังการแถลงข่าว “3 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ” ของศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจฯ (ศบศ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน
“รัฐมนตรีป้ายแดง ต้องไปตอบกระทู้ ฝึกไว้ก่อน” และถูกนักข่าวแซวว่า มีโรคประจำตัวไหม?
เขาหัวเราะ ก่อนจะตอบคำถามแบบรู้ทัน “วันนี้เลยต้องเข้ายิมไง ผมตรวจ (สุขภาพ) เรียบร้อย ก่อนมา เพิ่งผ่าตัดก่อนเข้ารับตำแหน่งด้วยซ้ำไป”
เป็นนัยว่ายังฟิตเปรี๊ยะ –ใจยังแข็งแรงดี