เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ยูโรแข็งค่า หลังนักลงทุนลุ้นผลการประชุมอีซีบีคืนนี้

10 ก.ย. 2563 | 18:18น.
ค่าเงินยูโร ยุโรป

ค่าเงินยูโร ยุโรป

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/9) ที่ระดับ 31.24/26 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (9/9) ที่ระดับ 31.38/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าโดยได้รับผลจากการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินยูโร ถึงแม้ว่าเมื่อคืน (9/9) สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐได้มีการเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTs) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน เพิ่มขึ้น 617,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 6.6 ล้านตำแหน่งในเดือนกรกฎาคม สูงกว่าที่นักลงทุนคาดก่อนหน้านี้ที่ระดับ 6 ล้านตำแหน่ง

ส่วนอัตราการเปิดรับสมัครงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว จากระดับ 4.2% ในเดือนมิถุนายน

ผนวกกับสมาคมนายธนาคารเพื่อการจำนองของสหรัฐเปิดเผยเมื่อคืน (9/9) ว่า จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการซื้อที่อยู่อาศัยดีดตัวขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว โดยได้อานิสงส์จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองที่ปรับตัวลง โดยจำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 3% ในสัปดาห์ที่แล้ว และพุ่งขึ้น 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในวันนี้ (10/9) ว่า ตามที่มีความเข้าใจผิดว่า ภายในปีนี้จะไม่สามารถใช้เงินบาทซื้อทองคำได้อีกต่อไป โดยนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำจะต้องซื้อขายทองคำเป็นเงินตราต่างประเทศเท่านั้น ธปท.ขอเรียนว่าไม่เป็นความจริง

เนื่องจากการปรับระบบนิเวศของการลงทุนในทองคำมีเป้าหมายเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุนที่สนใจซื้อขายทองเพื่อการลงทุน เช่น เทรดทองผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งนักลงทุนสามารถเลือกชำระเป็นเงินบาท หรือเงินตราต่างประเทศผ่านบัญชี FCD ได้ โดยไม่ได้มีการบังคับให้ต้องเลือกใช้สกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่งในการซื้อทองคำ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถซื้อขายทองแท่งและทองรูปพรรณที่ร้านทองโดยใช้เงินบาทได้ตามปกติ

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.23-31.35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.30/32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/9) ที่ระดับ 1.1821/23 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุ (9/9) ที่ระดับ 1.1755/56 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นมาก หลังจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กระบุว่า รายงานคาดการณ์ผลผลิตและเงินเฟ้อของ ECB จะมีการทบทวนปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของยูโรโซน และการบริโภคของภาคเอกชนในปีนี้ โดยรายงานข่าวดังกล่าวมีขึ้นก่อนการประชุมนโยบายการเงินของ ECB ในวันนี้ (10/9)

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1810-1.1837 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และเปิดตลาดที่ระดับ 1.1830/31 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/9) ที่ระดับ 106.16/17 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (9/9) ที่ระดับ 106.15/17 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานซึ่งไม่รวมเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมต่อเรือและสาธารณูปโภค ปรับตัวขึ้น 6.3% ในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แตะที่ระดับ 7.51 แสนล้านเยน หรือประมาณ 7.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ซึ่งยอดสั่งซื้อเครื่องจักรเป็นดัชนีวัดการใช้จ่ายด้านทุนของญี่ปุ่น ฟื้นตัวขึ้นในเดือนกรกฎาคม หลังจากที่ทรุดตัวลง 7.6% ในเดือนมิถุนายน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 106.03-106.22 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 106.08/10 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหภาพยุโรป (10/9), ดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน (Core PPI) และดัชนีราคาผู้ผลิตทั่วไป (PPI) ของสหรัฐเดือนสิงหาคม  (10/9), จำนวนคนยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Innitial Jobless Claims) ของสหรัฐ (10/9), ดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน (Core PPI) และดัชนีราคาผู้ผลิตทั่วไป (PPI) ของญี่ปุ่น เดือนสิงหาคม (10/9), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหราชอาณาจักร ไตรมาสที่ 2/2563 (11/9),

ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมมวลรวม (Industrial Porduction) ของสหราชอาณาจักร เดือนกรกฎาคม (11/9), ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing Ptoduction) ของสหราชอาณาจักร เดือนกรกฎาคม (11/9), ดุลการค้า (Trade Balance) ของสหราชอาณาจักร เดือนกรกฎาคม (11/9),

อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ของเยอรมนี เดือนสิงหาคม (11/9), ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) และดัชนีผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ของสหรัฐ เดือนสิงหาคม (10/9), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหราชอาณาจักร ไตรมาสที่ 2/2563 (11/9)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.25/0.40 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 3.00/3.85 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินยูโร