เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
ดูทั้งหมด

อีไอซี ชี้ โควิดสร้าง 3 แผลเป็นเศรษฐกิจไทยปี 63 หดตัว -7.8%

14 ก.ย. 2563 | 14:15น.

อีไอซี ปรับลดประมาณการจีดีพีปี 63 หดตัว -7.8% จาก -7.3% มองโควิด-19 ฝากแผลเป็น 3 ด้าน กระทบการว่างงานพุ่ง 7.4% จากไตรมาส 2 การว่างงานสูงในรอบ 11 ปืระดับ 2% เผยสัญญาณการปิดกิจการพุ่ง-หนี้ครัวเรือนไต่ระดับเพิ่มเป็น 88% จากต้นปี 80% ชี้ ภาครัฐเร่งดูแลแรงงาน 2.5 ล้านคน

วันที่ 14 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า อีไอซีได้ปรับประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปี 2563 จากหดตัว -7.3% มาอยู่ที่ -7.8% ตัวเลขเศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณการฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส 2 (Bottomed out) ตามการผ่อนคลายของมาตรการปิดเมือง

โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ การหดตัวที่ลดลงของภาคส่งออกสินค้า ตลอดจนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งมีส่วนช่วยประคับประคองการบริโภคภาคเอกชนในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี เครื่องชี้วัดเร็วที่อีไอซีติดตามบ่งชี้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยเฉพาะปัจจัยด้านการท่องเที่ยวยังซบเซา ส่งผลให้อีไอซีปรับประมาณการนักท่องเที่ยวเหลือ 6.7 ล้านคน คิดเป็นการหดตัว -83% แม้ว่าการท่องเที่ยวในประเทศจะฟื้นตัวขึ้นบ้าง แต่ยังกระจุกตัวในพื้นที่ใกล้ๆ ส่วนหนึ่งมาจากคนยังกลัวการขึ้นเครื่องบิน และการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้การเดินทางผ่านสนามบิน 22 แห่งยังคงหดตัว -32%

นอกจากนี้ ประเด็นที่ต้องจับตาเม็ดเงินช่วยเหลือจากภาครัฐภายใต้ พรก. กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทที่มีแนวโน้มเข้าสู่เศรษฐกิจในปีนี้น้อยกว่าที่คาด (ประมาณ 5 แสนล้านบาท จากเดิมที่คาดประมาณ 6 แสนล้านบาท) รวมถึงเม็ดเงินช่วยเหลือที่จะน้อยลงมากในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งทำให้เกิดปัญหาหน้าผาทางการคลัง (Fiscal cliff) และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนบางกลุ่มที่ยังต้องการความช่วยเหลือต่อเนื่อง
และความเสี่ยงด้านต่ำที่จะเป็นแผลเป็นต่อเศรษฐกิจไทยจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 มีอยู่ 2-3 เรื่อง คือ

1.การปิดกิจการ โดยที่ผ่านมาจะเห็นว่าอัตราการเปิดกิจการใหม่ลดลง –13% และการปิดกิจการเพิ่มเป็น 38.4% ส่งผลต่อการจ้างงานและการลงทุน โดยเฉพาะเซ็กเตอร์ โรงแรม สิ่งทอ และยานยนต์ ซึ่งหากมองในระยะข้างหน้าปัญหาหนี้เสียเร่งตัวจากมาตรการพักชำระหนี้จบลง จะเร่งให้การปิดตัวกิจการมีมากขึ้น

2.ความเปราะบางตลาดแรงงาน จากตัวเลขพบว่าปัญหาว่างงานเกิดกับคนอายุน้อยเฉลี่ย 15-24 ปี ที่มีอยู่กว่า

3 แสนคน และในจำนวนดังกล่าวประมาณ 60% หรือราว 2 แสนคนไม่มีประสบการณ์การทำงาน และยังมีกลุ่มที่ทำงานอยู่ แต่ยังมีชั่วโมงการทำงาน 0 หรือกลุ่มที่ทำงานน้อยกว่า 35 ชั่วโมงมีเพิ่มขึ้น ซึ่งมีตัวเลขรวมกันกว่า 2.5 ล้านคน และมีคนย้ายแรงงานเข้าสู่ภาคเกษตรอีก 7 แสนคน ดังนั้น หากคิดรวมกันอัตราการว่างงานจะสูงถึง 7.4% มากกว่าตัวเลขไตรมาสที่ 2/63 ที่อัตราว่างงานอยู่ที่ 2% สูงสุดในรอบ 11 ปี ซึ่งจะทำอย่างไรให้แรงงานกลับมาได้มากน้อยแค่ไหน

และ 3.ปัญหาหนี้ครวเรือนจากต้นปีสัดส่วนภาคระหนี้ต่อจีดีพีอยู่ที่ 80% ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 88-89% ต่อจีดีพี ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากรายได้ที่หดตัว และในจำนวนนี้กันชนทางการเงินไม่พอมีมากกว่า 60% ที่มีเงินใช้ได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้การฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศทั้งการใช้จ่ายและการลงทุนภาคเอกชนจะเป็นไปอย่างช้าๆ โดยมองว่าการบริโภคเอกชนจะหดตัว -2.3%

“ในไตรมาสที่ 2 เศรษฐกิจถือว่าต่ำสุดในรอบ 22 ปี ที่หดคัว -12.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2551 ที่ -12.5% แต่หากมองไปข้างหน้าเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงแผลเป็นที่เกิดจากโควิด ทั้งในเรื่องตลาดแรงงาน และการท่องเที่ยวยังซบเซา ซึ่งเป็นรายได้หลักของไทย คิดเป็น 18% ของจีดีพี และหากมีการระบาดรอบ 2 จนเกิดล็อกดาวน์ที่เข้มข้นอีก เรามองว่ากรณีเลวร้ายสุดจีดีพีจะหดตัว -11-12% ได้”

ดร.ยรรยง กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับนโยบายการเงิน ประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% จนถึงสิ้นปี และพร้อมใช้เครื่องมือต่าง ๆ รวมถึงมาตรการ Unconventional เพิ่มเติมหากมีความจำเป็น ภาวะการเงินโดยรวมมีแนวโน้มตึงตัวน้อยลง หลังจากที่ ธปท.
ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและลดค่าใช้จ่ายให้แก่ครัวเรือนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ เช่น มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และการพักการชำระหนี้ชั่วคราว

ตลอดจนการทำมาตรการเพิ่มเติมโดยใช้งบดุล (Balance Sheet) ของธปท. เช่น มาตรการ QE ที่ทำในเดือนมี.ค.-เม.ย.ที่เข้าไปซื้อพันธบัตร เพื่อไม่ให้ยีลด์กระโดดขึ้นสูง หรือการดึงบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรม (บสย.) เข้ามาใช้มากขึ้น หรือการทำให้สินทรัพย์ไม่ด้อยค่าเร็วเกินไป โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่เกิดจากการปิดกิจการ เป็นต้น

ขณะที่ทิศทางค่าเงินบาท อีไอซียังคงมุมมองอัตราแลกเปลี่ยน ณ สิ้นปี 2563 จะอยู่ในช่วง 30.5-31.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นทิศทางแข็งค่าเล็กน้อยจากปัจจุบัน เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลงตามการพื้นตัวของเศรษฐกิจโลก การส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของ Fed และการดำเนินนโยบายการคลังที่มีแนวโน้มขาดดุลมากขึ้นของสหรัฐฯ อีกทั้งเงินทุนเคลื่อนย้ายมีแนวโน้มไหลเข้าตลาด EM รวมถึงตลาดการเงินไทยในระยะต่อไป

อย่างไรก็ดี ด้วยดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยที่เกินดุลลดลงมากจากดุลบริการที่หายไปตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่หดตัวในระดับสูง ทำให้เงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐจะไม่แข็งค่าขึ้นมากนัก

“มาตรการพักหนี้หากทำนานเกินไปจะมีผลกระทบวงกว้าง เช่น เกิดพฤติกรรมจงใจผิดนัดชำระหนี้ ดังนั้น การช่วยเหลือต้องดูเป็นรายๆ ไป โดยมองว่ามาตรการช่วยเหลือสภาพคล่องจะตรงจุดมากกว่า หรือมาตรการมารองรับการว่างงาน แม้ว่าตอนนี้จะยังประเมินหนี้เอ็นพีแอลไม่ได้ แต่ในแง่เสถียรภาพสถาบันการเงิรระบบธนาคารค่อนข้างแข็งแกร่ง การตั้งสำรองสูงต่อเนื่อง มีเงินกองทุนบีไอเอส 19% สูงกว่าประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งแบงก์มีการปรับตัวรับเอ็นพีแอลได้ แต่สิรงที่กระทบเมื่อเอ็นพีแอลสูง การปล่อยสินเชื่อจะเข้มขึ้น”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อีไอซี (SCB EIC) โควิด-19