เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

จอน อึ๊งภากรณ์ หัวขบวน iLaw ดึงแนวร่วมประชาชน สู้เกมแก้รัฐธรรมนูญ

28 ก.ย. 2563 | 08:00น.
สัมภาษณ์พิเศษ
ณัฐวุฒิ กรัณยโสภณ

จังหวะเกมแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 เข้มข้นดุเดือด ส.ส.นักเลือกตั้ง ประจันหน้า ส.ว.นักแต่งตั้ง เปิดศึกวิวาทะเกมแก้รัฐธรรมนูญในญัตติพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 อย่างถึงพริกถึงขิงด้านนอกสภา โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) นำขบวนยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน แนบด้วยรายชื่อกว่า 1 แสนรายชื่อ จนกลายเป็นปรากฏการณ์

แม้ว่าร่างของภาคประชาชนจะ “ตกรถไฟ” ไม่ทันการพิจารณาร่วมกับร่างแก้ไขของบรรดา ส.ส.ผู้ทรงเกียรติแต่ “จอน อึ๊งภากรณ์” ผู้อำนวยการiLaw เชื่อว่าแรงกดดันของภาคประชาชนจะไม่ยอมให้นักเลือกตั้งในสภามองข้าม แม้จะเป็นเกมการต่อสู้ที่ยาว

คนเบื่อรัฐบาลหนุนแก้ รธน.

“อาจารย์จอน” กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจว่า” iLaw คิดหนักมากว่าจะหา 5 หมื่นรายชื่อได้ไหม เป็นวิธีการเดียวที่ภาคประชาชนจะมีส่วนร่วมในการผลักดันรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย เป็นวิธีเดียวที่จะกดดันต่อผู้มีอำนาจ รัฐบาล รัฐสภา ให้เอาจริงเอาจังในเรื่องนี้แต่จากประสบการณ์การล่าหมื่นกว่ารายชื่อในปีก่อน เพื่อยกเลิกคำสั่ง คสช.ใช้เวลากว่า 1 ปีด้วยความยากลำบากมาก ๆ

เจ้าหน้าที่เราไปพูดตามมหาวิทยาลัย ได้ชื่อมาทีละร้อย สองร้อย 5 หมื่นรายชื่อจึงเป็นเรื่องที่หนักมาก จนผมได้รับเชิญไปพูดของกลุ่มแคร์ที่โรงหนังลิโด้ ประกาศนิดเดียวว่าให้ลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ คนมาลงชื่อเป็นพันในบ่ายวันเดียวกัน ถึงรู้ว่าเรื่องนี้ตรงใจกับประชาชนจำนวนมหาศาล

“พิสูจน์ว่าที่เราทำตรงใจกับประชาชนจำนวนมาก จะบอกว่าเป็นความปรารถนาของคนทั้งประเทศ…คงไม่ใช่ แต่ประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงน่าจะเป็นประชาชนข้างมาก”

“สิ่งที่เกิดขึ้นคือในระยะต้นปีนี้ ตั้งแต่มีปัญหาโควิด-19 ปัญหาเศรษฐกิจ เกิดการลุกขึ้นมาเรียกร้องของคนหนุ่มสาวทั่วประเทศ กระแสที่ต้องการเปลี่ยนแปลงในทางที่เป็นประชาธิปไตย และเบื่อหน่ายกับรัฐบาลนี้ ซึ่งคือ รัฐบาล คสช.สมัยที่ 2 คนต้องการเห็นอะไรใหม่ ๆ เริ่มสะสมตั้งแต่ความนิยมพรรคอนาคตใหม่ การยุบพรรคอนาคตใหม่โดยศาลรัฐธรรมนูญ สร้างความรู้สึกกับประชาชนมากในความเชื่อของผม”

มวลชนกดดัน-สภานิ่งเฉยไม่ได้

iLaw ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แนบ 1 แสนชื่อต่อสภา ยังต้องฝ่าด่านโหด-หิน ของนักการเมืองที่พร้อม “แปรญัตติ” รื้อร่างกฎหมาย “อาจารย์จอน” รับว่า “เป็นความยาก”

“เราไม่คิดว่ายื่น 1 แสนรายชื่อแล้วจบ…ไม่ใช่เลย ยังต้องต่อสู้อีกยาวนานให้สภาพิจารณาร่างของประชาชนด้วย ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะพรรคการเมือง มีปัญหาว่าตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ยื่นแล้วเขาจะรับเลย ต้องใช้เวลา 45 วัน ตรวจสอบรายชื่อ ในระหว่างนั้นร่างของพรรคการเมืองก็พิจารณาแล้ว เป็นปัญหาของกฎหมายภาคประชาชนโดยตลอด”

แต่ก่อนในการล่ารายชื่อกฎหมายประกันสุขภาพ เราล่ารายชื่อได้ 7 หมื่นรายชื่อ แต่ของพรรคไทยรักไทยเขาเสนอเข้าสภาก่อน ของเรายังไม่ทันนับ แต่บังเอิญมี ส.ส.หยิบร่างกฎหมายของเราไปเสนอในชื่อของเขา เพื่อให้เข้าสภา จึงได้รับการพิจารณาอยู่ด้วย อันนั้นไม่เป็นปัญหามาก เพราะฉบับไทยรักไทยตอนนั้น ดัดแปลงจากของเรา ยังใกล้เคียงกับร่างของประชาชน

“สะท้อนให้เห็นว่าดูง่ายที่จะล่ารายชื่อแล้วสภาต้องพิจารณา แต่ในความเป็นจริงยากกว่านี้เยอะ เหมือนเราตกรถไฟ เราก็ต้องสู้ กดดันให้กฎหมายของประชาชนได้รับการพิจารณาด้วย ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน แต่เป็นเรื่องที่ผมเชื่อว่ามีแรงผลักดันเพียงพอจากประชาชนที่ทำให้สภานิ่งเฉยไม่ได้ จากประสบการณ์อะไร ๆ ที่ยากลำบาก ต้องใช้แรงกดดันของประชาชน”

อาจารย์จอนไม่คาดเดาว่า รัฐบาลจะ “ยอมอ่อนข้อ” ในเกมแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะการเมืองในอนาคตคาดการณ์ไม่ได้ จะต้องใช้แรงกดดันจากประชาชนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้รัฐธรรมนูญที่เป็นที่พอใจ

“แม้ว่ารัฐบาลนี้พยายามผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหา แต่ก็จะไม่เป็นประชาธิปไตย จะต้องเกิดแรงจากภาคประชาชนที่จะไม่รับร่างของรัฐบาล การเมืองข้างหน้าคงจะยังยุ่งเหยิง มีการปะทะทางแรงกดดันทางสังคม ที่จะให้รัฐบาลนี้ต้องยอมแก้ไขรัฐธรรมนูญในทางที่เป็นประชาธิปไตย”

“เพราะรัฐบาลนี้ร่างรัฐธรรมนูญมาแล้วตอน คสช. ที่เป็น คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ ก่อนหน้านั้นยังตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ คสช.ก็ไม่เอารัฐธรรมนูญของเขาเอง เพราะเป็นประชาธิปไตยเกินไป บทเรียนจากรัฐบาลนี้ค่อนข้างชัด รัฐบาลไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง”

ให้ ส.ส.ร.รับฟัง หมวด 1-2

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มี ส.ส.ร. ถูกคั่นจังหวะด้วยเสียงคัดค้านการมี ส.ส.ร. เพราะจะเป็น “ตีเช็คเปล่า” ให้ ส.ส.ร.ไป แก้ไขหมวด 1 หมวด 2 ที่เกี่ยวโยงกับสถาบันพระมหากษัตริย์

“อาจารย์จอน” มองว่า หมวด 1 หมวด 2จะเป็นประเด็นล่อแหลมที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่มี ส.ส.ร.แล้ว ถ้าเรามองในแง่ประชาธิปไตย การที่เราไม่พิจารณาเลย มันไม่เป็นประชาธิปไตย ในเมื่อมีประชาชนบางส่วนต้องการ หน้าที่ ส.ส.ร.ต้องฟังความคิดเห็นประชาชนทุกส่วน ถึงจะเป็นประชาธิปไตย

“ยังเชื่อมั่นว่าประชาชนยังต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์ และต้องการในรูปแบบที่สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย ตามแบบที่เกิดหลัง 2475 แต่ผมก็เห็นว่าเรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงเยอะ แต่ทำไมผู้มีอำนาจในปัจจุบันต้องกลัวการถกเถียงของประชาชนซึ่งเป็นระบอบประชาธิปไตย ตราบใดที่ไม่เกิดการใช้ความรุนแรงต่อกันแต่เถียงกันโดยเหตุโดยผล ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีอยู่แล้วที่ประชาชนจะมีความเห็นหลากหลาย”

“เป็นหน้าที่ของ ส.ส.ร.จะต้องจัดการให้เกิดการพูดคุยถกเถียงกัน ด้วยความเรียบร้อย และนั่นเป็นเหตุที่ ส.ส.ร.ต้องมาจากการเลือกตั้ง 100% ”

“แต่ถ้าหากได้ ส.ส.ร.ที่แต่งตั้งมาส่วนหนึ่งแบบที่รัฐบาลพยายามผลักดันนั่นหมายความว่า ส.ส.ร.ส่วนหนึ่งอยู่ภายใต้คำสั่งของรัฐบาล เชื่อว่าจะไม่เกิดเสรีภาพในการแสดงความเห็นในเรื่องสาระของรัฐธรรมนูญใหม่”

ถามว่าการแก้รัฐธรรมนูญขึ้นโครงสร้างอำนาจทางการเมือง สังคมใหม่ อะไรที่จะแข็งขืน อะไรที่ต้องยืดหยุ่นประนีประนอม “อาจารย์จอน”

ตอบตรงว่า เรื่องร้อนแรงที่สุด ต้องเกี่ยวกับหมวด 2 สถาบันพระมหากษัตริย์ มีคนเห็นต่างกันเยอะ เป็นเรื่องที่ยากลำบากที่สุด ส.ส.ร.ที่จะหาทางออกที่เป็นที่ยอมรับได้โดยส่วนรวมตรงนี้จะยาก

ประเด็นอื่นอาจจะไม่ยากนัก เช่น การไม่มีวุฒิสภาแบบปัจจุบัน อาจมีการเถียงว่าควรมีวุฒิสภาหรือไม่ หรือเรื่องนายกฯ ควรเป็น ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง จะมีประเด็นที่ถกเถียงในกลุ่ม

ทางสังคม เช่น สิ่งแวดล้อม สิทธิชุมชน ป่าไม้ ที่ดิน เราจะเอาเศรษฐกิจแบบรัฐสวัสดิการหรือไม่ รวมถึงประเด็นศาสนา

แต่ถ้าปลายทางไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 เลย “อาจารย์จอน” คิดว่ากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญไม่สมบูรณ์ ประเด็นหมวด 1 หมวด 2 ต้องเป็นประเด็นที่มาจาก ส.ส.ร. ไม่ใช่เป็นประเด็นที่พรรคการเมืองในปัจจุบันเป็นผู้กำหนด ดังนั้น การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ต้องเป็นการต่อสู้เพื่อให้ได้ ส.ส.ร.

รัฐธรรมนูญเป็นทางออกวิกฤต

“อาจารย์จอน” หวังว่าการมี ส.ส.ร.จะเป็นเครื่องการันตีว่ารัฐธรรมนูญจะเป็นของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนในการเมืองไทยมันมีขั้วอำนาจต่าง ๆ เล่นเกมสกปรกบ้าง แต่อย่างน้อย

ขอให้สังคมไทยพัฒนาก้าวหน้าไป ผมไม่ได้มองโลกในแง่ดีถึงมองว่าเราจะประสบความสำเร็จทุกอย่าง กลายเป็นประเทศประชาธิปไตย ถ้าประเทศไทยไม่ก้าวหน้า ที่ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ จะส่งผลกระทบในทุกด้าน

“ด้านเศรษฐกิจจะเกิดแน่นอน ในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องมีการควบคุมเศรษฐกิจด้วย ไม่ให้เกิดการผูกขาดโดยทุนใหญ่ไม่กี่กลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีอำนาจ เราต้องมีระบบเศรษฐกิจที่เป็นประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดกลาง-เล็กสามารถเจริญก้าวหน้า แข่งขันที่ยุติธรรม ประชาชนได้รับการคุ้มครองในฐานะผู้บริโภคด้วย ขอให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งแค่นี้ก็ยากลำบากแล้ว”

การแก้รัฐธรรมนูญเป็นส่วนหนึ่งของทางออกวิกฤต เหมือนเป็นแบบฝึกหัด สังคมไทยต้องเรียนรู้อยู่ร่วมกันโดยความเห็นที่หลากหลาย ไม่ใช้ความรุนแรงต่อกัน ต้องเรียนรู้การไม่ใช้อำนาจปืน หรืออำนาจทหาร เข้ามาแทรกแซงการเมืองไทย

“ต้องไม่ใช้อารมณ์ต่อสู้ทางความคิดต้องใช้เหตุผล รู้จักเคารพความเห็นซึ่งกันและกัน และถ้าสื่อมวลชนทำหน้าที่ดีในระหว่างการหารัฐธรรมนูญที่สอดคล้องกับประชาชนส่วนใหญ่ ถ้าสื่อมวลชนทำหน้าที่สร้างความเข้าใจต่อมุมมองแต่ละฝ่ายได้ดี จะเป็นการพัฒนาประชาธิปไตยในสังคมไทย”

“อาจารย์จอน” ปิดท้ายว่า รัฐธรรมนูญเป็นเกมยาว แรงกดดันจากประชาชนที่มีชัดเจนตอนนี้คงไม่หายไปไหน ตราบใดที่ไม่มีการตอบสนอง ยิ่งนับวันประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง เพียงแต่กลัวว่าประชาชนบางกลุ่มหมดศรัทธามาคิดใช้ความรุนแรง ซึ่งผมหวังว่าจะหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

iLaw แก้รัฐธรรมนูญ