กรมชลฯ สั่งระบายน้ำ เขื่อนขุนด่านฯ หลังปริมาณน้ำสูง 97%
กรมชลประทาน สั่งกักเก็บน้ำทั่วประเทศช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะลุ่มเจ้าพระยา เร่งสูบน้ำน่านทำแก้มลิง “บึงบอระเพ็ด” ตุนกักเก็บไว้ใช้แล้งฤดูหน้า
พร้อมยืนยันเขื่อนขุนด่านปราการชล ไม่ล้นทะลัก ควบคุมเข้มงวด ไม่กระทบประชาชนรอบท้ายเขื่อน ชี้ฤดูฝนปี 2563 สิ้นสุดกลางเดือน ต.ค.นี้ เท่ากับว่าเขื่อนขุนด่านฯ เก็บกักน้ำเต็มศักยภาพ ส่งผลดีต่อชาวนครนายก พื้นที่ข้างเคียง
วันที่ 5 ต.ค. 2563 นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตลอดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีฝนตกในหลายพื้นที่ส่งผลดีต่อปริมาณน้ำท่าในแม่น้ำสายหลักมีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการใช้น้ำท่าให้เกิดประโยชน์สูงสุดก่อนที่น้ำจะไหลออกสู่ทะเลโดยเปล่าประโยชน์ จึงได้สั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา เร่งเก็บกักน้ำในช่วงเวลานี้เข้าพื้นที่แก้มลิง หรือบ่อยืม เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้าให้ได้มากที่สุด

นายศุภชัย มโนการ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครสวรรค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการชลประทานนครสวรรค์ ได้ขุดลอกบึงบอระเพ็ด เพื่อเป็นพื้นที่แก้มลิงเก็บกักน้ำ ปัจจุบันสามารถใช้เป็นพื้นที่เก็บกักน้ำได้แล้วบางส่วน โดยได้ดำเนินการผันน้ำจากแม่น้ำน่าน มาเก็บกักไว้ในบึงบอระเพ็ดแล้วประมาณ 22 ล้าน ลบ.ม.
สำหรับ อิทธิพลของร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่าน ทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนบริเวณเขาใหญ่ ส่งผลให้มีน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำเขื่อนขุนด่านปราการชลอย่างต่อเนื่อง จนใกล้ระดับเก็บกัก ล่าสุด
“ได้สั่งการให้เร่งระบายน้ำให้อยู่ในระดับควบคุมโดยไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน ปัจจุบันเขื่อนขุนด่านฯ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 217 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 97 ของความจุอ่างฯ มีการระบายน้ำวันละประมาณ 1.9 ล้าน ลบ.ม.”
อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ฤดูฝนปี 2563 จะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม 2563 นี้ เท่ากับว่าเขื่อนขุนด่านฯ สามารถเก็บกักน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ ส่งผลดีเป็นอย่างมากต่อชาวนครนายกและพื้นที่ใกล้เคียง ที่จะมีน้ำต้นทุนไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าที่จะมาถึงนี้อย่างเพียงพอ และย้ำว่าเขื่อนขุนด่านปราการชล ยังมีความมั่นคงแข็งแรง 100 % พร้อมที่จะบริหารจัดการน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน

