Skip to content

“สุดารัตน์” เฮ ศาล สั่ง ป.ป.ช. เปิดข้อมูลทุจริตจัดซื้อคอมพ์ ใน 30 วัน

08 ต.ค. 2563 | 18:06น.
“สุดารัตน์” เฮ ศาล สั่ง ป.ป.ช. เปิดข้อมูลทุจริตจัดซื้อคอมพ์ ใน 30 วัน

ศาลปกครอง แก้คำพิพากษา เปิดข้อมูลทุจริตการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ของกระทรวงสาธารณะสุขบางรายการ ตามที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้ฟ้องคดี แสดงความโปร่งใส ของ ป.ป.ช. 

วันที่ 8 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ในคดีหมายเลขดำที่ 1748/2558 คดีหมายเลขแดงที่ 2345/2559 ระหว่าง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (ผู้ฟ้องคดี) กับ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ

โดยศาลพิพากษาให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ของกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะบางรายการ ให้แก่คุณหญิงสุดารัตน์ ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย

โดยให้เปิดเผยเฉพาะรายการที่ 1 สำเนาการสอบสวนข้อเท็จจริง รายการที่ 2 สรุปข้อเท็จจริง รายการที่ 3 ผลการพิจารณาและรายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และรายการที่ 5 คำสั่งและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

โดยอาจใช้ดุลพินิจปกปิดชื่อบุคคลและข้อความที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคล ทั้งนี้ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำพิพากษา

“ส่วนรายการที่ 4 ถ้อยคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่สอบสวนคดี ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ใช้ดุลพินิจไม่เปิดเผยนั้น ศาลเห็นชอบด้วย เพราะการเปิดเผยถ้อยคำพยานบุคคลย่อมทำให้พยานเกิดความไม่เชื่อมั่น และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือความปลอดภัยของพยานผู้มาให้ถ้อยคำได้”

ทั้งนี้ เนื่องจากศาล เห็นว่า ข้อมูลข่าวสารในรายการที่ 1 รายการที่ 2 รายการที่ 3 และรายการที่ 5 เป็นข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการตามปกติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาคดีดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้วโดยเห็นว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูลและแจ้งผลให้ผู้อุทธรณ์ทราบแล้ว และคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องดังกล่าวจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงในข้อมูลข่าวสาร ย่อมมีสิทธิได้รับทราบข้อมูลข่าวสารนั้น เพื่อใช้ปกป้องส่วนได้เสียของตน

อีกทั้งการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าวจะแสดงให้เห็นถึงความถูกต้องและโปร่งใสในกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดังนั้น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงไม่ทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพหรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ ตามมาตรา 15 (2) แห่งพ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540