Skip to content
ดูทั้งหมด

ถก ส.อ.ท.-หอการค้า จ่อออก ‘ไกด์ไลน์เครดิตเทอม’

06 พ.ย. 2563 | 11:36น.
ค้าปลีก

ค้าปลีก

บอร์ดแข่งขันฯถก ส.อ.ท.-หอการค้า ยกร่างไกด์ไลน์เครดิตเทอมกู้สภาพคล่องเอสเอ็มอี “ส.อ.ท.” จี้คุมหน่วยงานรัฐจัดจ้างต้องใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งจ่ายเร็ว 30 วัน และโทษค่าปรับ 10% ชี้ที่ผ่านมาภาครัฐจัดจ้างจ่ายช้ากว่า 80% บางโครงการลากยาว 120 วัน

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า หลังจากคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบศ. ให้คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้ากำหนดมาตรฐานระยะเวลาการชำระเงินค่าสินค้า (credit term) โดยอาศัย พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้าปี 2560 มาตรา 57 เกี่ยวกับเรื่องการค้าที่ไม่เป็นธรรมจนส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตสินค้า โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ขาดสภาพคล่อง

นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ กรรมการแข่งขันทางการค้า ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาแนวปฏิบัติมาตรฐานเกี่ยวกับกำหนดระยะเวลาชำระเงิน (เครดิตเทอม) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตามที่ ศบศ.มอบให้สำนักงานแข่งขันทางการค้า (สขค.) และกระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำแนวปฏิบัติเรื่องการกำหนดระยะเวลาชำระเงิน (ไกด์ไลน์เครดิตเทอม) ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณามาตรการกำหนดระยะเวลาชำระเงินขึ้นมา โดยมีตนเป็นประธาน

ล่าสุดได้ประชุมร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นนัดแรก โดยเบื้องต้นทั้งสององค์กรยินดีให้ความร่วมมือในการชำระเงินให้อยู่ในช่วงเวลา 30-45 วัน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

“ทั้งสองฝ่ายให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันการกำหนดระยะเวลาเครดิตเทอมจะขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการแต่ละรายตกลงกัน ซึ่งมีระยะเวลาอยู่ประมาณ 30-45 วัน แนวทางการใช้การกำหนดไกด์ไลน์ดังกล่าวเป็นการบังคับใช้กฎหมายมาตรา 57 ซึ่งว่าด้วยเรื่องพฤติกรรมการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เช่น หากผู้ประกอบการรายใดชำระเงินเกินระยะเวลาที่กำหนด 45 วัน ต้องดูว่ามีเหตุผลอะไร ถือว่าเป็นเหตุผลที่สามารถรับฟังได้หรือไม่”

โดยในสัปดาห์นี้จะเชิญหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สภาธุรกิจเอสเอ็มอี และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย มาหารือเพื่อรับฟังข้อมูล เพื่อนำไปประกอบการยกร่างไกด์ไลน์ว่าจะกำหนดเวลากี่วัน หรือจำเป็นต้องแยกเป็นรายสินค้าหรือไม่ คาดว่าจะเสร็จพร้อมประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นได้ในไตรมาส 1 ปี 2564 และจะประกาศมีผลบังคับใช้ได้ในต้นปี 2564

ทั้งนี้ ตามกฎหมายกำหนดว่าผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรา 57 จะมีบทลงโทษทางปกครอง คือ ปรับ 10% ของรายได้ในปีที่กระทำผิด

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ในส่วนของภาคเอกชนมีสมาชิก 100 รายได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) เพื่อดำเนินการชำระเงินตามกรอบระยะเวลาไม่เกิน 30 วันไปแล้ว

แต่สิ่งที่อยากจะเรียกร้องคือ หากจะมีการยกร่างไกด์ไลน์ค้าปลีก จะต้องบังคับใช้ทั้งในส่วนของหน่วยงานรัฐและเอกชนให้เท่าเทียมกัน เพราะปัจจุบันจากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐกว่า 80% จ่ายเงินล่าช้าเกินกว่า 30 วัน หรือบางครั้งนานเกิน 120 วัน ขณะที่ภาคเอกชนชำระกันเพียง 30-45 วัน

“ตอนนี้เอกชนที่เป็นผู้ร่วมโครงการของรัฐก็ประสบปัญหาที่ภาครัฐจ่ายเงินล่าช้า ช้ามากที่สุดที่เคยเห็นคือเกิน 120 วัน ดังนั้นถ้าออกไกด์ไลน์มา มีโทษปรับ 10% ของผลประกอบการ ก็ต้องปรับในส่วนของรัฐด้วย ถ้าไม่ปรับก็ต้องมีการใช้กฎหมายมาตรา 157 มาบังคับใช้ เพราะต้องเข้าใจว่าจุดประสงค์หลักของการกำหนดไกด์ไลน์นี้คือ ต้องการช่วยเหลือเรื่องสภาพคล่องให้ดีขึ้น ซึ่งดีลภาครัฐในแต่ละปีเยอะมาก ดูจากงบประมาณลงทุนภาครัฐทั้งหมดหลักล้านล้านบาท ซึ่งเกือบทั้งหมดก็ต้องจ้างเอกชนดำเนินการ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เครดิตเทอม