เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

คลังเอาจริง! ชงตำรวจอาชญากรรมเศรษฐกิจ ฟัน 3 ร้านค้าโกง “คนละครึ่ง”

04 พ.ย. 2563 | 14:49น.

คลัง ประสาน “ปอศ.” ส่งข้อมูลสืบสวน 3 ร้านค้า ทุจริต “คนละครึ่ง” พร้อมตั้งคณะทำงานตรวจสอบโครงการ ชี้พบเข้าข่ายโกงปิดแอพถุงเงิน-ระงับจ่ายเงิน เผยยอดใช้จ่ายล่าสุดพุ่ง 5.8 พันล้านบาท

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน 2563 เวลา 13.00 น. นายอรรถพล อรรถวรเดช รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้เข้าพบ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.)

เพื่อนำส่งข้อมูลสำหรับใช้ในการสืบสวนสอบสวนและแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีกับร้านค้าจำนวน 3 ราย ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ถนนสาทร แขวงสีลม เขตบางรักกรุงเทพฯ

รองโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาตรวจสอบข้อมูลและเรื่องอุทธรณ์สำหรับโครงการคนละครึ่งเพื่อดำเนินการตรวจสอบพิจารณาและวินิจฉัยการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดเงื่อนไขโครงการ

ซึ่งในขณะนี้พบว่ามีร้านค้าจำนวน 3 ร้านค้า มีเหตุอันควรสงสัยว่าเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการคนละครึ่ง ซึ่งคณะทำงานฯ ได้ดำเนินการระงับสิทธิการใช้แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” และระงับการจ่ายเงินให้แก่ร้านค้าดังกล่าวแล้ว

กระทรวงการคลังและธนาคารกรุงไทยได้มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามตรวจสอบพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ผิดปกติ ซึ่งหากตรวจสอบพบการใช้จ่ายที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขโครงการ จะมีการระงับการใช้แอปพลิเคชันและระงับการจ่ายเงินร้านค้าทันที

จึงขอเตือนประชาชนและร้านค้าโปรดอย่าหลงเชื่อการเชิญชวนตามโฆษณาผ่านช่องทางต่างๆ ที่เป็นการดำเนินการผิดเงื่อนไขโดยไม่มีการใช้จ่ายซื้อสินค้าจริงอย่างเด็ดขาด เพราะอาจตกเป็นเหยื่อในการสนับสนุนให้เกิดการกระทำความผิดซึ่งจะมีโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องไปด้วย

รองโฆษกกระทรวงการคลังย้ำว่า โครงการคนละครึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชนและกระจายรายได้ให้กับร้านค้ารายย่อยโดยเฉพาะหาบเร่แผงลอยให้มีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้โครงการได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี

โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12.00 น. มียอดใช้จ่ายสะสม 5,815.37 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 2,966.46 ล้านบาท และรัฐช่วยจ่ายอีก 2,848.91 ล้านบาท จึงขอความร่วมมือประชาชนและร้านค้าให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ อย่าให้มีการดำเนินการไปในทางมิชอบ เพื่อมิให้ทำลายบรรยากาศของการดำเนินโครงการคนละครึ่ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงการคลัง คนละครึ่ง