กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน พายุโซนร้อนรุนแรง “หว่ามก๋อ” เคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งเวียดนาม 15 พ.ย.นี้
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศ เรื่อง พายุโซนร้อนรุนแรง “หว่ามก๋อ” (พายุระดับ 4) ฉบับที่ 1 (278/2563) ความว่า
เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (12 ตุลาคม 2563) พายุโซนร้อนรุนแรง “หว่ามก๋อ” (พายุระดับ 4) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 15.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 119.5 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นและเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามประมาณวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประกาศ ณ วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 เวลา 11.00 น.
กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 เวลา 17.00 น.

มติชน รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ทหารฟิลิปปินส์ช่วยอพยพประชาชนหลายพันคนอพยพออกจากบ้านเรือนของตนเองในพื้นที่เสี่ยงภัย ขณะที่โฆษกหน่วยป้องกันพลเรือนของฟิลิปปินส์สั่งอพยพประชาชนราว 50,000 คน ที่อาศัยอยู่ในแนวเส้นทางที่พายุไต้ฝุ่นจะพัดผ่าน ในการเตรียมรับมือกับไต้ฝุ่นหว่ามก๋อ ที่จะเป็นพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 3 ที่จะพัดถล่มประเทศฟิลิปปินส์
โดยคาดว่าไต้ฝุ่นหว่ามก๋อจะพัดขึ้นเกาะลูซอนของฟิลิปปินส์ในช่วงค่ำวันพุธ (11 พ.ย.) หรือในเช้าวันพฤหัสฯ (12 พ.ย.)


สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์คาดการณ์ว่าไต้ฝุ่นหว่ามก๋อจะก่อให้เกิดลมกระโชกแรงและฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทางตอนกลางและตอนใต้ของเกาะลูซอน
บริเวณเขตบีโคล ที่ไต้ฝุ่นหว่ามก๋อจะเคลื่อนตัวพัดผ่านมุ่งหน้าไปยังกรุงมะนิลา ยังคงเผชิญความเสียหายจากฤทธิ์ไต้ฝุ่นโมลาเบและไต้ฝุ่นโคนี ที่พัดถล่มฟิลิปปินส์ก่อนหน้านี้ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน และประชาชนหลายพันคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย
ในหลายพื้นที่ประสบภัยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีไฟฟ้าใช้และระบบการสื่อสารโทรคมนาคมไม่ถูกจำกัดก็ถูกตัดขาด หลังไต้ฝุ่นโคนี ซึ่งเป็นพายุลูกคุนแรงที่สุดในปีนี้ พัดถล่มฟิลิปปินส์ไปยังไม่ถึง 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ดีการอพยพประชาชนราว 4 แสนคน ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยในการเตรียมการรับมือเพื่อป้องกันไว้ก่อน ได้ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมากได้