เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ผลงาน “ยอดแย่” ของรัฐบาล “ซู จี” FDI ร่วง-GDP ดิ่ง นักธุรกิจวอนแก้ไข

15 ก.ค. 2560 | 18:31น.

“เมียนมา” ภายใต้การบริหารของรัฐบาลเลือกตั้งที่นำโดย นางออง ซาน ซู จี ผู้ที่มีบทบาทเหนือประธานาธิบดี “ติน จ่อ” ซึ่งเข้ารับช่วงต่อรัฐบาลเต็ง เส่ง เมื่อ 1 เมษายน 2016 ในภาพรวมประเทศที่ดูเหมือนกำลังไปได้ดี หลังจากที่เมียนมามีความคืบหน้าในการก้าวสู่ “ประชาธิปไตย” มากขึ้น แต่ผลลัพธ์การเปลี่ยนผ่านในช่วง 1 ปีเศษ กลับส่งสัญญาณ “แย่ลง” โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ

ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานว่า ที่ผ่านมาการบริหารประเทศของออง ซาน ซู จี ผู้นำโดยพฤตินัยของเมียนมามักมาพร้อมกับข้อกังขาเกี่ยวกับ “ความคลุมเครือ” ในทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจเสมอ แม้ว่านักธุรกิจต่างชาติยืนยันว่าเมียนมาเป็นประเทศที่มีโอกาสทางธุรกิจค่อนข้างมาก เนื่องจากเพิ่งเปิดประเทศแนวโน้มการลงทุนด้านต่าง ๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐานและการเป็นฐานการผลิต ยังคงเป็นเหตุผลอันดับต้น ๆ ที่ดึงดูดนักลงทุนเข้ามา

อย่างไรก็ตาม นักธุรกิจยังรอคอยการเปิดตัวโครงการใหม่ ๆ หรือความความต่อเนื่องของนโยบายการพัฒนาต่อจากรัฐบาลเต็ง เส่ง รวมถึงนโยบายเศรษฐกิจที่แม้ว่านางซู จี ได้ประกาศจะยกเครื่องใหม่เพื่อดึงดูดการลงทุน แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน ขณะที่สกุลเงิน “จ๊าต” ของเมียนมา ในปี 2016ยังอ่อนค่าต่อเนื่องในรอบ 5 ปี โดยอัตราแลกเปลี่ยนจาก 1,210 จ๊าตต่อดอลลาร์ ณ เดือน มี.ค. ปี 2016 อ่อนค่าลงเป็น 1,365 จ๊าตต่อดอลลาร์ ในช่วงปลายเดือน ธ.ค. และปัจจุบัน (13 ก.ค. 2017) อยู่ที่ 1,370 จ๊าตต่อดอลลาร์

แม้ว่าหลายเดือนก่อน รัฐบาลได้ส่งสัญญาณว่าจะเตรียมปรับกฎระเบียบเพื่อนักธุรกิจต่างชาติ ให้สามารถถือหุ้นในบริษัทเมียนมามากขึ้น ทว่าในปัจจุบันยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เช่น กรณี “คันบาวซา แบงก์” หรือ KBZ Bank ธนาคารเอกชนรายใหญ่ที่สุดของเมียนมา โดย นาง คำ นัง ผู้อำนวยการบริหารของแบงก์ กล่าวว่า”มีความตั้งใจที่จะขายหุ้นให้กับนักธุรกิจต่างชาติ หลังจากที่รัฐบาลประกาศแผน ซึ่งมีนักธุรกิจต่างชาติให้ความสนใจมาก แต่ขณะนี้ก็ยังรอการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย และยังไม่มีทีท่าที่ชัดเจนว่ารัฐบาลจะพร้อมประกาศใช้เมื่อใด”

ขณะที่นักธุรกิจชาวอเมริกันรายหนึ่งกล่าวในงาน “Myanmar Business Forum” ในกรุงลอนดอน เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า“นับตั้งแต่ที่เมียนมาเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่ ยังไม่มีนโยบายหรือกฎระเบียบด้านการลงทุนใดที่ชัดเจน มีเพียงคำประกาศที่ย้ำว่า กฎระเบียบการลงทุนจะถูกปรับให้ง่ายขึ้นเท่านั้น ความไม่แน่นอนทำให้นักลงทุนต้องระมัดระวังขึ้น และนั่นคือสัญญาณลบสำหรับเมียนมา”

“อู ออง เนียง อู” เลขาธิการคณะกรรมการการลงทุนเมียนมา (MIC) กล่าวว่าการลงทุนจากต่างชาติในเมียนมา ชะลอตัวตั้งแต่ปี 2016 โดยบริษัทต่างชาติได้ยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างในโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค ส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนจีน สิงคโปร์ และญี่ปุ่น แต่เนื่องด้วยกฎระเบียบที่ยังคลุมเครือ และยังมองไม่เห็นประโยชน์ที่ชัดเจน ทำให้มีบางบริษัทขอถอนใบอนุญาตก่อสร้างแล้ว

ขณะที่ตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ชะลอตัวโดยเฉพาะช่วง เม.ย.-ธ.ค. 2016 เม็ดเงินลงทุนอยู่ที่ 3.5 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ตัวเลข FDI ในปี 2015 อยู่ที่ประมาณ 8.1 พันล้านดอลลาร์ และสิ่งที่น่ากังวลก็คือ จีน ซึ่งเป็นนักลงทุนอันดับ 2 ในเมียนมา ตามหลังสิงคโปร์ ชะลอการลงทุนอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปี 2015

รายงานของเวิลด์แบงก์ ระบุถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจเมียนมา มีนัยสำคัญที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของเมียนมา ในปี 2016 เติบโตต่ำกว่าเป้าอยู่ที่ 6.3% จากปี 2015 อยู่ที่ 7.3% เป็นการเติบโตต่ำที่สุด คือ ต่ำกว่า 7% ในรอบ 5 ปี

กระแสความไม่พอใจในการบริหารงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลซู จี ลุกลามเป็นวงกว้างมาสู่กลุ่มนักธุรกิจเมียนมาโดย วีโอเอ นิวส์ รายงานว่า ผู้ประกอบการชาวเมียนมาได้รับความเดือดร้อน จากที่กฎหมายการลงทุนใหม่ยังชะงัก “เซอร์เก ปุน” นักธุรกิจชาวเมียนมา ผู้ที่ร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย เจ้าของบริษัท First Myanmar Investment ที่ครอบคลุมกิจการตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ไปจนถึงธนาคาร กล่าวตำหนิรัฐบาลว่า “รัฐบาลภายใต้การนำของซู จี ละเลยการปฏิรูปเศรษฐกิจที่มีความจำเป็นอย่างมากของประเทศ ผลงานด้านเศรษฐกิจช่วงกว่า 1 ปี ที่ซู จี เข้าครองอำนาจ ยังไม่ได้รับการแก้ไข”

“ซู จี ให้ความสำคัญต่อการยุติการสู้รบที่นานหลายสิบปี ระหว่างทหารกับกลุ่มกบฏชาติพันธุ์มากที่สุด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดหากจะมุ่งแก้ไขความวุ่นวายภายในเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของเมียนมา แต่เศรษฐกิจที่สดใสก็มีความจำเป็นอย่างมากต่อปากท้องคนเมียนมาโดยรัฐบาลต้องเริ่มกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนเสียที และต้องสร้างระบบราชการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกรอบทางกฎหมายที่เอื้อต่อการลงทุน”