ธปท.
ธปท. เตรียมปรับเงื่อนไขซอฟต์โลนภายใต้ประกาศ ธปท.ภายในปีนี้ หนุนปล่อยสินเชื่อคล่องขึ้น-ขจัดอุปสรรค รับแบงก์เสนอขยายปล่อยกู้ลูกค้าหนี้ใหม่จากกรอบเดิมกำหนดลูกหนี้เดิมวงเงินสินเชื่อ 20% พร้อมดึง บสย.ช่วยค้ำประกันเสี่ยง-ขยายตลาดปล่อยกู้ mai
นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผลการดำเนินงานระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาสที่ 3 ปี 2563 ว่า ตอนนี้ ธปท.อยู่ระหว่างทบทวนข้อเสนอของธนาคารพาณิชย์ในเรื่องของอุปสรรคและข้อติดขัดในการปล่อยสินเชื่อตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) วงเงิน 5 แสนล้านบาท
โดยยอมรับว่า ในช่วงแรกที่ออกมาตรการเพื่อเน้นความรวดเร็วในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ และหลังจากนั้นได้ผ่อนคลายเกณฑ์ตามลำดับ เช่น การขยายเวลาการขอสินเชื่อซอฟต์โลนไปอีกเป็นเวลา 6 เดือนหลังหมดมาตรการ 22 ตุลาคม 2563 ไปจนถึงเดือนเมษายน 2564 รวมถึงยังขยายกรอบการปล่อยสินเชื่อไปสู่บริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาด mai และดึงบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาช่วยรับความเสี่ยงในหลังปีที่ 2

อย่างไรก็ดี มีข้อเสนอจากธนาคารพาณิชย์เรื่องข้อกำหนดให้ปล่อยสินเชื่อเฉพาะลูกหนี้เก่าของธนาคารที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกินสัดส่วน 20% ของยอดสินเชื่อคงค้างปี 2562 ซึ่งในส่วนนี้ ธปท.กำลังมีการทบทวน ประกอบกับมีซอฟต์โลนของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) เข้ามาช่วยปล่อยให้กับลูกค้าใหม่ อย่างไรก็ดี การปรับเงื่อนไขจะต้องเป็นไปตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย เนื่องจาก พ.ร.ก.ใหญ่ไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะจะต้องมีกระบวนการแก้ไขกฎหมาย โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับการปรับเงื่อนไขภายประกาศ ธปท.เพิ่มเติมภายในปีนี้
“เรามีการคุยกับธนาคารต่อตลอด และยอมรับว่ามีปัญหาติดขัดที่ทำให้การปล่อยสินเชื่อทำได้ช้า ซึ่งธปท.พยายามทยอยแก้ไขและปรับเงื่อนไขอยู่ต่อเนื่อง ซึ่งช่วงแรกยอมรับว่าที่ออกมาตรการเพราะต้องการความเร็ว แต่หลังจากนั้นแบงก์ห่วงเรื่องความเสี่ยงหลังจาก 2 ปี เราก็มี PGS Plus ของ บสย.เข้ามา ซึ่งตอนนี้แบงก์เองกำลังอยู่ระหว่างปรับโปรดักต์โปรแกรมรองรับอยู่ และเราก็อยู่ระหว่างติดตามความคืบหน้าข้อเสนออื่น ๆ ของแบงก์เพิ่มเติม”
โดยปัจจุบันความคืบหน้าการปล่อยสินเชื่อซอฟต์โลน ณ วันที่ 9 พ.ย. 2563 มีสินเชื่อที่ได้รับการอนุมัติ 120,572 ล้านบาท และจำนวนผู้ได้รับซอฟต์โลน 72,182 ราย