เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
Biz Movement “อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
ดูทั้งหมด

ธปท.เห็นควรดำเนินมาตรการ ป้องกันเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง

20 พ.ย. 2563 | 19:05น.
แบงก์ชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย

ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นควรดำเนินมาตรการป้องกันเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง หลังมีเงินทุนไหลเข้าจากการซื้อสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 16-20 พฤศจิกายน 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (16/11) ที่ระดับ 30.15/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (13/11) ที่ระดับ 30.17/18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักท่ามกลางความวิตกกังวลว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ นอกจากนี้ดอลลาร์ยังถูกกดดันหลังจากที่นายเจอโรม พาลเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมากล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ยอดติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นทั่วสหรัฐนั้น อาจขัดขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เริ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ขณะที่บริษัทโมเดอร์นาอิงค์ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของสหรัฐ ได้แถลงข่าวในวันจันทร์ (16/1) ว่า วัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ที่ได้พัฒนาร่วมกับสถาบันวิจัยโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติของสหรัฐฯ ในเฟสที่ 3 นั้น มีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสโควิด-19 ได้มากกว่าร้อยละ 94

พร้อมกันนี้ยังได้ระบุว่า วัคซีนของทางบริษัทสามารถจัดเก็บได้ในอุณหภูมิ 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ ซึ่งเป็นอุณหภูมิมาตรฐานของตู้เย็นที่ใช้ในครัวเรือนได้นานถึง 30 วัน นอกจากนี้หากจัดเก็บในอุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์จะสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 6 เดือน

สำหรับปัจจัยในประเทศค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าในช่วงต้นสัปดาห์ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 และเงินทุนไหลเข้าจากการซื้อสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยอย่างต่อเนื่อง

ในวันจันทร์ (16/11) สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ได้เปิดเผยจีดีพีไทยในไตรมาส 3/2563 หดตัว 6.4% ซึ่งติดลบน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 8.6% เมื่อเทียบแบบรายปี เนื่องจากการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวได้ดีกว่าที่คาด และเริ่มมีการเปิดประเทศแล้วทำให้เศรษฐกิจไทยปรับตัวได้ดีขึ้น รวมทั้งปรับคาดการณ์ว่าทั้งปีนี้จะติดลบ 6% จากเดิมที่ 7.5% และปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ว่าจะสามารถขยายตัวได้ที่ 3.5-4.5%

นอกจากนี้ ค่าเงินบาทยังได้รับปัจจัยบวกจากการลงนามในความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ระหว่างกลุ่มประเทศสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ซึ่งมี 10 ประเทศสมาชิกและคู่เจรจา 5 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยนับเป็นเขตการค้าที่มาขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ค่าเงินบาทเริ่มปรับตัวอ่อนค่าหลังการประชุมนโบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยในวันพุธ (18/11) โดยคณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% ต่อปีตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในวันศุกร์ (20/11)

ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศมาตรการเพื่อลดแรงกดดันต่อภาวะแข็งค่าของเงินบาทและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างให้กับตลาดอัตราแลกเปลี่ยนไทย ช่วยให้เงินทุนเคลื่อนย้ายมีความสมดุลมากขึ้น โดยเปิดให้คนไทยสามารถฝากเงินตราต่างประเทศและโอนเงินระหว่างบัญชี FCD ของคนไทยได้เสรี เพื่อให้ผู้ส่งออกบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศและความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้คล่องตัวมากขึ้น

พร้อมทั้งปรับกฎเกณฑ์และกระบวนการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยเพิ่มวงเงินลงทุนให้นักลงทุนรายย่อยลงทุนโดยตรงได้ไม่เกิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี จากเดิม 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และไม่จำกัดวงเงินลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศสำหรับนักลงทุนภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

รวมทั้งกำหนดให้ผู้ลงทุนในตราสารหนี้ไทยต้องลงทะเบียนแสดงตัวก่อนการซื้อขาย เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถระบุตัวตนและติดตามพฤติกรรมของนักลงทุนได้อย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกันนักลงทุนทั่วไปยังคงติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองในประเทศต่อหลังจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาล และสมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่เลือกไม่รับหลักการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ไอลอว์)

ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.12-30.44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (20/11) ที่ระดับ 30.30/32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ (13/11) ที่ระดับ 1.1840/41 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (13/11) ที่ระดับ 1.1829/30 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยืนยันที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นในเดือน ธ.ค. ซึ่งเศรษฐกิจของยูโรโซนมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอยในไตรมาส 4/2563

อย่างไรก็ดี ค่าเงินยูโรยังคงได้รับแรงหนุนจากความคืบหน้าการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษกับสหภาพยุโรป โดยนายเดวิด ฟรอสต์ หัวหน้าคณะเจรจาการค้าขของอังกฤษได้แจ้งแก่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันว่า อังกฤษกับสหภาพยุโรปอาจบรรลุข้อตกลงการค้าหลังการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (BREXIT) ได้ในสัปดาห์หน้า หลังการเจรจาหยุดชะงักไปนานจากความเห็นที่ต่างกันในบางประเด็น

ทั้งนี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.1812-1.1893 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (20/11) ที่ระดับ 1.1863/65 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ที่ระดับ (16/11) ที่ระดับ 104.67/70 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (13/11) ที่ระดับ 105.03/06 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้เปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 3/2563 ซึ่งขยายตัว 5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส และทำสถิติขยายตัวแข็งแกร่งสุดในรอบกว่า 40 ปี

เช่นเดียวกับยอดส่งออกของญี่ปุ่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนตุลาคมหลังจากร่วงลงไปถึง 4.9% ในเดือนกันยายน ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ยอดส่งออกของญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะดีดตัวขึ้นแตะระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยได้แรงหนุนจากความต้องการสินค้าญี่ปุ่นในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น เช่น รถยนต์

สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามรายงานระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้ยอดส่งออกของญี่ปุ่นฟื้นตัวขึ้นนั้นมาจากการส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐ และจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 103.63-105.12 ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (20/11) ที่ระดับ 103.78/80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ